ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์ ทางฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

ชื่องานวิจัย การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์

ทางฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1

ชื่อผู้ทำวิจัย นางปิยนุช เมธา

3. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

เมื่อพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดครูเป็นศูนย์กลางและเน้นการบรรยายเป็นหลัก พบว่ามีนักเรียนสอบไม่ผ่านเกณฑ์(เกณฑ์ผ่านการสอบในแต่ละครั้ง คือ ร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม)จำนวนมาก โดยมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ เพียง 5 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 13 คน ดังนั้น นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 38.46 ของนักเรียนทั้งหมด

ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะ พัฒนาความสามารถการคำนวณสูตรทางฟิสิกส์โดยใช้การเรียนรู้ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้การสอนวิธีการคำนวณโจทย์ทางฟิสิกส์จากง่ายไปยาก และแบบเพื่อนสอนเพื่อน เพื่อให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมในชั้นเรียนให้มากที่สุด และตรวจสอบว่า จะสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ ได้มากน้อยเพียงใด

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. ต้องการให้นักเรียนเรียนรู้เข้าใจในการแก้โจทย์ปัญหาในรายวิชาฟิสิกส์ได้อย่างถูกต้อง โดยวิธีการเพิ่มความรู้และเทคนิคในการคำนวณ

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ในการแก้ปัญหาโจทย์ ปัญหาทางฟิสิกส์ก่อนและหลังเรียน และเพิ่มแนวทางการแก้ไขโจทย์ปัญหาเป็นขั้นตอน

วิธีดำเนินการวิจัย

ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย

ประกอบด้วย ผู้วิจัย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จำนวน 13 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย

1 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้แบบแผนฝังมโนทัศน์ เรื่อง แรงเสียดทาน จำนวน 6 ชั่วโมง

2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติ ได้แก่

1) แบบฝึกหัด เรื่อง แรงเสียดทาน จำนวน 4 ข้อ

2) แบบฝึกทักษะขั้นตอนการคำนวณ แรงเสียดทาน จำนวน 4 ข้อ

ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบ

1 วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2 สร้างแบบฝึกหัดและแบบฝึกทักษะ เรื่อง แรงเสียดทาน เป็นแบบทดสอบแบบอัตนัย จำนวน 8 ข้อ ข้อละ 5 คะแนน รวม 40 คะแนน

3 หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข

ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

1) นำแบบฝึกหัดและแบบฝึกทักษะ เรื่อง แรงเสียดทาน ไปทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียน แล้วนำไปวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) และค่าร้อยละ

2) เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องมือต่างๆ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไข

3) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงเสียดทาน ไปทดสอบหลังเรียนกับนักเรียน แล้วนำไปวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) และค่าร้อยละ

9) นำแบบทดสอบรายจุดประสงค์ เรื่อง แรงเสียดทาน ในปีการศึกษา 2557 มาทดสอบกับนักเรียนที่เรียน เรื่อง แรงเสียดทาน จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อเปรียบเทียบดูว่าจะได้คะแนนต่างจากนักเรียนในปีการศึกษา 2564 หรือไม่ อย่างไร

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ

นำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพมาตรวจสอบ วิเคราะห์ ตีความ และสรุป เพื่อประเมินสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นว่าสิ่งที่ปฏิบัติมีความเหมาะสมเพียงใด มีปัญหา อุปสรรคเกิดขึ้นหรือไม่ รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาวิธีการที่จะปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป แล้วรายงานผลในลักษณะการบรรยาย

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

วิเคราะห์ข้อมูลของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์ทางฟิสิกส์ จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยนำคะแนนที่ได้จากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) และค่าร้อยละ

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล/ผลการวิจัย

การศึกษา เรื่อง การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์ทางฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 13 คน โดยทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงเสียดทาน เป็นข้อสอบอัตนัย จำนวน 8 ข้อ รวม 40 คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อสอบโดยใช้ค่าสถิต

ผลการใช้การเรียนรู้แบบฝึกหัดและแบบฝึกทักษะ เรื่อง การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์ทางฟิสิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้การเรียนรู้แบบฝึก

พบว่าหลังใช้การเรียนรู้แบบฝึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 13 คน มีคะแนนเฉลี่ย 31.85 คิดเป็นร้อยละ 79.63 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.08 พบว่าหลังใช้การเรียนรู้แบบฝึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ที่ตั้งไว้

สรุปผล

การวิจัย เรื่อง การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการคำนวณโจทย์ ทางฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สรุปผลการวิจัยดังนี้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรงเสียดทาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 หลังจากการจัดการเรียนรู้นั้นสูงกว่าก่อนเรียน และตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือผลการเรียนรู้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 โดยมีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนเท่ากับ 31.85 คิดเป็นร้อยละ 79.63 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียน เท่ากับ 13.07 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 32.67

ข้อเสนอแนะ

1) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต้องเน้นให้นักเรียนได้เป็นผู้ลงมือฝึกหัดเอง มีส่วนร่วมในการทำด้วยตนเอง เพื่อทำให้นักเรียนได้เกิดทักษะกระบวนการต่างๆ

2) ควรมีการชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจถึงบทบาทและพฤติกรรมของตนเองในการเรียนการสอนก่อนการดำเนินการ

3) ครูควรสนับสนุนและให้คำแนะนำแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายแก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนฝึกฝนการค้นคว้าหาความรู้ เป็นการค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

4) ครูควรกำหนดเวลา และแบ่งเวลาในการทำแบบฝึก แต่ละครั้งให้เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพต่อนักเรียนมากที่สุด

5) การสร้างบรรยากาศในการเรียนให้มีความเป็นกันเองนั้น สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและ

ประโยชน์ที่ได้รับ

1) ผู้วิจัยได้พัฒนาการเรียนการสอนในชั้นเรียน และได้นำไปปฏิบัติใช้จริงในการปฏิบัติงานสอน

2) ครูผู้ร่วมวิจัยได้รับความรู้เกี่ยวกับ การนำหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการมาใช้ในการพัฒนา

การเรียนการสอน

3) ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น จากกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

4) เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์และวิชาอื่นๆ ต่อไป

โพสต์โดย นุช : [23 ก.ย. 2564 เวลา 12:11 น.]
อ่าน [102236] ไอพี : 159.192.143.49
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,460 ครั้ง
การดูแลรักษาตนเองเมื่อเจ็บคอ
การดูแลรักษาตนเองเมื่อเจ็บคอ

เปิดอ่าน 40,999 ครั้ง
การทำระบบน้ำสำหรับการเกษตร และวิธีการติดตั้งที่ดี
การทำระบบน้ำสำหรับการเกษตร และวิธีการติดตั้งที่ดี

เปิดอ่าน 28,901 ครั้ง
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ

เปิดอ่าน 104,817 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลข้อต่อเคล็ดหรือแพลง
วิธีปฐมพยาบาลข้อต่อเคล็ดหรือแพลง

เปิดอ่าน 897 ครั้ง
5 ภาษาโปรแกรมที่ควรรู้จัก เพื่อก้าวทันเทคโนโลยี
5 ภาษาโปรแกรมที่ควรรู้จัก เพื่อก้าวทันเทคโนโลยี

เปิดอ่าน 11,818 ครั้ง
รับมือปัญหาการนอน
รับมือปัญหาการนอน

เปิดอ่าน 20,516 ครั้ง
"ยุคนี้ใครๆ ก็อยากเป็นครู" โดย อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
"ยุคนี้ใครๆ ก็อยากเป็นครู" โดย อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

เปิดอ่าน 18,344 ครั้ง
4 เกาะที่น่าไป หลังเกษียณอายุ
4 เกาะที่น่าไป หลังเกษียณอายุ

เปิดอ่าน 88,369 ครั้ง
ระบบโทรทัศน์
ระบบโทรทัศน์

เปิดอ่าน 28,845 ครั้ง
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!

เปิดอ่าน 60,152 ครั้ง
คำนาม
คำนาม

เปิดอ่าน 119,230 ครั้ง
วิธีการปลูกพืชผัก
วิธีการปลูกพืชผัก

เปิดอ่าน 18,317 ครั้ง
เลือดกำเดาไหล
เลือดกำเดาไหล

เปิดอ่าน 19,949 ครั้ง
บริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้อง
บริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้อง

เปิดอ่าน 13,950 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?

เปิดอ่าน 13,307 ครั้ง
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง
เปิดอ่าน 13,288 ครั้ง
ช่วยลูกทำการบ้านอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
ช่วยลูกทำการบ้านอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 3,130 ครั้ง
กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
เปิดอ่าน 17,381 ครั้ง
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ
เปิดอ่าน 31,058 ครั้ง
การยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี
การยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ