ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการหาผลคูณของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 4

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียนในการหาผลคูณ และเพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการแก้ปัญหาการขาดทักษะเรื่องการคูณ โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนต่าง ๆ จำนวน 1 ชุด และทำแบบทดสอบหลังเรียน และได้นำคะแนนที่ได้มาหาค่า ร้อยละ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหาข้อสรุปพร้อมทั้งนำเสนอในรูปของตารางประกอบคำบรรยาย

ผลการศึกษาปรากฏว่า พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเพิ่มขึ้น 31.11 โดยที่ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 34.27 แต่ภายหลังการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 56.73 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการคูณ ที่จัดทำขึ้น เป็นแบบฝึกทักษะที่สามารถพัฒนาทักษะของนักเรียนในการหาผลคูณได้เป็นอย่างดี

ความสำคัญและที่มา

ปัญหาจากการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในปัจจุบันพบว่านักเรียนในระดับชั้นประถมปีที่ 4 ยังขาดทักษะในการหาผลคูณ จากการสังเกตพบว่านักเรียนยังขาดทักษะการคูณจำนวนที่มี หนึ่งหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก การคูณจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีสองหลัก การคูณจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีสามหลัก และการคูณจำนวนที่มีสามหลักกับจำนวนที่สามหลัก ดังนั้นผู้วิจัยซึ่งในฐานะที่เป็นทั้งครูผู้สอนคณิตศาสตร์จึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะการหาผลคูณของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาของนักเรียนในเรื่องการขาดทักษะการคูณต่อไป

ทางเลือกที่คาดว่าจะแก้ปัญหา

จัดทำแบบฝึกทักษะการคูณของจำนวนต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะการหาผลคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชุมชนหนองหิน เพื่อนำผลจากการวิจัยมาเก็บเป็นข้อมูลเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาในการขาดทักษะการคูณในวิชาคณิตศาสตร์

จุดมุ่งหมาย

1. เพื่อพัฒนาทักษะของนักเรียนในการหาผลคูณของจำนวน

2. เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการแก้ปัญหาการขาดทักษะการคูณของนักเรียน

วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช้

1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ จำนวน 1 ชุดมีรายละเอียดดังนี้

1) แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนที่มีหนึ่งหลักกับจำนวนที่มีหลายหลัก

2) แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีสองหลัก

3) แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีสามหลัก

4) แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนที่มีสามหลักกับจำนวนที่มีสามหลัก

5) แบบฝึกทักษะการคูณจำนวนที่มากกว่าสามหลักกับจำนวนที่มากกว่าสามหลัก

2. แผนการสอน เรื่อง การคูณ

ชั่วโมงที่ 1 เรื่องทบทวนการคูณ

ชั่วโมงที่ 2 เรื่อง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนที่มากกว่าสี่หลัก

ชั่วโมงที่ 3 เรื่องการคูณจำนวนที่เป็นพหุคูณของ 10 กับจำนวนสามหลัก

ชั่วโมงที่ 4 เรื่องการคูณจำนวนสองหลักกับ 100, 200, 300,… , 900

ชั่วโมงที่ 5 เรื่องการคูณจำนวนสองหลักกับจำนวนสามหลัก

ชั่วโมงที่ 6 เรื่อง การคูณจำนวนสองหลักกับจำนวนสามหลัก

ชั่วโมงที่ 7-9 เรื่อง การคูณจำนวนสามหลักกับจำนวนสามหลัก

3. เครื่องมือวัดผลและรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยเครื่องมือดังนี้

1) แบบบันทึกผลการทำแบบฝึกทักษะแต่ละชุด

2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

วิธีการรวบรวมข้อมูล

ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้มีการดำเนินการรวบรวมข้อมูลดังนี้

1. บันทึกคะแนนที่ได้จากการทำกิจกรรมในแบบฝึกทักษะแต่ละชุด

2. ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะทั้ง สองชุด

ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล

1. นับคะแนนของนักเรียนที่ได้จากการทำกิจกรรมในแบบฝึกทักษะแต่ละชุดแล้วคิดคะแนนเฉลี่ยเป็นร้อยละ

2. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนการใช้แบบฝึกทักษะและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ โดยใช้ค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละ

สรุปผลการศึกษาวิจัย

ผลการศึกษาปรากฏว่า พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเพิ่มขึ้น 31.11 โดยที่ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 34.27 แต่ภายหลังการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 56.73 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการคูณ ที่จัดทำขึ้น เป็นแบบฝึกทักษะที่สามารถพัฒนาทักษะของนักเรียนในการหาผลคูณได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะเป็นแบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้นโดยอาศัยหลักการเรียนรู้ที่เริ่มจากง่ายไปหายาก เป็นการฝึกซ้ำ ๆ และมีรูปแบบการฝึกเป็นลำดับขั้นตอนที่ดี นักเรียนสามารถใส่ผลคูณได้ถูกที่ และรวมผลคูณได้ถูกต้อง

อภิปรายผลการศึกษา

จากการสร้างแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาทักษะการหาผลคูณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในครั้งนี้สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละเพิ่มขึ้น 31.11 โดยที่ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 34.27 แต่ภายหลังการใช้แบบฝึกทักษะ นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 56.73 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการคูณ ที่จัดทำขึ้น เป็นแบบฝึกทักษะที่สามารถพัฒนาทักษะของนักเรียนในการหาผลคูณได้เป็นอย่างดี

ข้อเสนอแนะ

1. ในการสร้างแบบฝึกทักษะการหาผลคูณจำนวนต่าง ๆ อาจเพิ่มจำนวนชุดของแบบฝึกทักษะให้มากขึ้น เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มขึ้น

2.ในการวิจัยครั้งต่อไปอาจทำการวิจัยในหัวข้อเกี่ยวกับการหารหรือการทำโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับการคูณ

โพสต์โดย นางสาวณัฐนรี ศรีแสง : [24 ส.ค. 2564 เวลา 18:31 น.]
อ่าน [112593] ไอพี : 223.206.227.135
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,732 ครั้ง
6 วิธีช่วยวัยรุ่นเก็บเงิน
6 วิธีช่วยวัยรุ่นเก็บเงิน

เปิดอ่าน 21,135 ครั้ง
การกัวซาบำบัดโรค
การกัวซาบำบัดโรค

เปิดอ่าน 29,863 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์

เปิดอ่าน 17,944 ครั้ง
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย

เปิดอ่าน 451 ครั้ง
สกินแคร์แต่ละประเภท เหมาะกับใครบ้าง? รู้ไว้ก่อนสร้่างแบรนด์
สกินแคร์แต่ละประเภท เหมาะกับใครบ้าง? รู้ไว้ก่อนสร้่างแบรนด์

เปิดอ่าน 101,016 ครั้ง
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

เปิดอ่าน 106,695 ครั้ง
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)

เปิดอ่าน 31,116 ครั้ง
ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559
ทำความเข้าใจ เกณฑ์ย้ายครู ว16/2558 เริ่มใช้เดือนมกราคม 2559

เปิดอ่าน 14,406 ครั้ง
คลิปพายุถล่มรร.สตรีฯตราด กวาดทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง
คลิปพายุถล่มรร.สตรีฯตราด กวาดทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง

เปิดอ่าน 13,718 ครั้ง
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้

เปิดอ่าน 17,702 ครั้ง
15 ประโยชน์ของน้ำอัดลมกับงานบ้าน ที่รู้แล้วจะอึ้ง
15 ประโยชน์ของน้ำอัดลมกับงานบ้าน ที่รู้แล้วจะอึ้ง

เปิดอ่าน 124,676 ครั้ง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับทะเบียนบ้านกลาง
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับทะเบียนบ้านกลาง

เปิดอ่าน 36,406 ครั้ง
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548

เปิดอ่าน 17,391 ครั้ง
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด

เปิดอ่าน 11,087 ครั้ง
นักโภชนาการชี้ อย่าตระหนกกินเนื้อแดง-ผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป ก่อมะเร็ง แนะหม่ำหลากหลาย
นักโภชนาการชี้ อย่าตระหนกกินเนื้อแดง-ผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป ก่อมะเร็ง แนะหม่ำหลากหลาย

เปิดอ่าน 17,934 ครั้ง
กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
กรมอนามัยแนะ4ขั้นตอนออกกำลังกายให้ปลอดภัย
เปิดอ่าน 5,828 ครั้ง
น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาต่างกันอย่างไร
น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาต่างกันอย่างไร
เปิดอ่าน 5,058 ครั้ง
รวม 3 ยี่ห้อนมโปรตีนสูง อร่อยทานง่าย ดีต่อสุขภาพ 2024
รวม 3 ยี่ห้อนมโปรตีนสูง อร่อยทานง่าย ดีต่อสุขภาพ 2024
เปิดอ่าน 214,968 ครั้ง
สัตว์ในป่าชายเลน
สัตว์ในป่าชายเลน
เปิดอ่าน 14,680 ครั้ง
5 พฤติกรรมสุดฮิตของคนติด LINE ฉบับขายหัวเราะ ดูกันหรือยังครับ?
5 พฤติกรรมสุดฮิตของคนติด LINE ฉบับขายหัวเราะ ดูกันหรือยังครับ?

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ