ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

บทคัดย่อ

อุมาพร รังสิยานนท์ (2564) การพัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ (1) เพื่อพัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (2) เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ขั้นตอนการศึกษามี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อการจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 สร้างและพัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบประสิทธิภาพระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (ด้วยการสัมมนาผู้เชี่ยวชาญ) ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีลำดับขั้นตอนการดำเนินการประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขั้นตอนที่ 2 ผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษา จำนวน 2 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาอาชีพ จำนวน 1 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านวัดและประเมินผล จำนวน ๑ คน ศึกษานิเทศก์ 2 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นบุคลากรโรงเรียนและบุคลากรของหน่วยงาน ทางการศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมเวทีและประชาคมเพื่อการจัดทำรูปแบบและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ 2563 รวมทั้งหมดจำนวน 130 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การทดลองใช้การทดลองแบบ One – Group Pretest – Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ (1) ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อการจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (2) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 8 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจก่อนและหลังการศึกษาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อการจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2 คู่มือการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 แบบประเมินทักษะอาชีพ ฉบับที่ 4 แบบประเมินคุณลักษณะในการประกอบอาชีพ ฉบับที่ 5 แบบประเมินประสิทธิภาพระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 6 แบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 7 แบบประเมินประสิทธิผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 8 แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t -test

ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

1. ผลการพัฒนาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า

1.1 ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า มีประสิทธิภาพค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับ = 0.๙๔ โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในระดับสูง ตั้งแต่ 1.00 ถึง 0.85 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ประกอบด้วย 1) องค์ของระบบ ได้แก่ (1) ปัจจัยนำเข้า (Input) (2) กระบวนการ (Process) (3) ผลผลิต (Output) 2) ลักษณะความร่วมมือ ได้แก่ (1) ลักษณะความร่วมมือสร้างเป้าหมาย ภารกิจ มีการแบ่งปันทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกัน (Jurisdiction – based Management Model). (2) ลักษณะความร่วมมือระหว่างองค์กรที่รับบทบาทเป็นผู้ให้เงินสนับสนุน (Granter) กับองค์กรที่รับบทบาทเป็นผู้รับเงินสนับสนุน (Grantee) (Donor – Recipient Model) (3) ลักษณะความร่วมมือแบบครั้งคราว (Reactive Model)

1.2 คู่มือการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า มีประสิทธิภาพค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ทั้งฉบับ = 0.๙๓ โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในระดับสูง ตั้งแต่ 1.00 ถึง 0.85 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คู่มือมีทั้งหมด 3 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 คู่มือการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่มที่ 2 หลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เล่มที่ 3 ระบบการนิเทศ ติดตามและประเมินผล

1.3 หลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า มีประสิทธิภาพค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) รายวิชาช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทั้งฉบับ =0.๙๔ และรายวิชาเบเกอรี่เบื้องต้น ทั้งฉบับ =0.๙๓ ทั้ง 2 หลักสูตรมีองค์ประกอบ 9 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) แนวคิดและหลักการของหลักสูตร (2) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร (3) ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (4) โครงสร้างรายวิชา (5) สาระการเรียนรู้ (6) คำอธิบายรายวิชา (7) หน่วยการเรียนรู้ (8) แนวทางการจัดการเรียนรู้ (9) การวัดผลและประเมินผล

2. ผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า

2.1 ผลการวิเคราะห์คุณภาพของระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตร

อาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า มีคุณภาพสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ 82.22 /89.72

2.2 ผลการทดสอบความรู้ ความเข้าใจของของผู้บริหาร ครูและศึกษานิเทศก์ พบว่า ผลการเรียนรู้หลังศึกษาระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มกว่าก่อนการศึกษา ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

2.3 ผลการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง 3 เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า ประสิทธิผลของการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยรวมทั้ง 3 ปัจจัยอยู่ในระดับมาก ( x̄=4.40 , S.D. = ๐.๔9)

2.4 ผลการวิเคราะห์คุณภาพนักเรียนสําเร็จหลักสูตรตามเกณฑ์ที่กําหนด พบว่า ผลการเรียนของนักเรียนที่จบหลักสูตรอาชีพรายวิชาเพิ่มเติมที่สําเร็จตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกําหนด จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และผลการเรียนของนักเรียนที่สําเร็จหลักสูตรอาชีพช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเปิดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนสําเร็จตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกําหนดโดยผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 100

2.5 ความพึงพอใจของผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูที่มีต่อการใช้ระบบความ

ร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x̄ = 4.22, S.D. = 6.13) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x̄ = 4.31, S.D. =24.58) และความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการใช้ระบบความร่วมมือแบบพลัง ๓ เพื่อจัดทำหลักสูตรอาชีพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( x̄= 4.05 , S.D. = ๒๖.๙๓)

โพสต์โดย umaporn_aou : [4 ก.ค. 2564 เวลา 18:10 น.]
อ่าน [102449] ไอพี : 58.8.170.193
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,989 ครั้ง
10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง
10 เคล็ดลับคลายความเหนื่อยล้า ปลุกพลังกลับมาอีกครั้ง

เปิดอ่าน 59,476 ครั้ง
ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2555
ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2555

เปิดอ่าน 12,815 ครั้ง
วิธีห่อของขวัญอย่างง่าย ต้อนรับ วันปีใหม่ 2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้
วิธีห่อของขวัญอย่างง่าย ต้อนรับ วันปีใหม่ 2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้

เปิดอ่าน 12,238 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์
ปฏิรูปการศึกษา คือ รากฐานของการปฏิรูปประเทศ โดย รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

เปิดอ่าน 33,668 ครั้ง
ลายมือของคนที่มีเงินทองอยู่ตลอดเวลาต้องมี "ก้นหอยมหาเศรษฐี"
ลายมือของคนที่มีเงินทองอยู่ตลอดเวลาต้องมี "ก้นหอยมหาเศรษฐี"

เปิดอ่าน 13,875 ครั้ง
"กะเพรา" ราชินีสมุนไพร โบราณเชื่อช่วยให้อายุยืน
"กะเพรา" ราชินีสมุนไพร โบราณเชื่อช่วยให้อายุยืน

เปิดอ่าน 13,350 ครั้ง
จุ่มลวก (หรือลวง)
จุ่มลวก (หรือลวง)

เปิดอ่าน 31,937 ครั้ง
ชมกันหรือยัง? เทคนิคการสอน ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)
ชมกันหรือยัง? เทคนิคการสอน ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom)

เปิดอ่าน 33,891 ครั้ง
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด

เปิดอ่าน 2,714 ครั้ง
ภูเขาไฟใต้น้ำปะทุ พ่นลาวา-ขี้เถ้า กลายเป็นเกาะเกิดใหม่ (มีคลิป)
ภูเขาไฟใต้น้ำปะทุ พ่นลาวา-ขี้เถ้า กลายเป็นเกาะเกิดใหม่ (มีคลิป)

เปิดอ่าน 109,880 ครั้ง
รวมระเบียบต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ
รวมระเบียบต่างๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 15,259 ครั้ง
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา

เปิดอ่าน 9,086 ครั้ง
Quiet Quitting คืออะไร? เหตุใดคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อว่าทุ่มเทแล้วจะได้ดี
Quiet Quitting คืออะไร? เหตุใดคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อว่าทุ่มเทแล้วจะได้ดี

เปิดอ่าน 7,956 ครั้ง
5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials
5 แนวโน้มในการจ้างและการจัดการคนทำงานยุค Millennials

เปิดอ่าน 29,425 ครั้ง
วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย
วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย

เปิดอ่าน 19,118 ครั้ง
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เปิดอ่าน 18,740 ครั้ง
เตือนมีภาพ-คลิปโป๊เด็กต่ำกว่า 18 ปี ในมือถือ ระวังเจอโทษหนัก
เตือนมีภาพ-คลิปโป๊เด็กต่ำกว่า 18 ปี ในมือถือ ระวังเจอโทษหนัก
เปิดอ่าน 12,068 ครั้ง
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
เปิดอ่าน 37,553 ครั้ง
น้ำข้าวกล้องงอก ของดีทำง่าย
น้ำข้าวกล้องงอก ของดีทำง่าย
เปิดอ่าน 2,450 ครั้ง
การอาบน้ำเกิน 10 นาที สามารถทำลายเกราะป้องกันผิวหนังได้
การอาบน้ำเกิน 10 นาที สามารถทำลายเกราะป้องกันผิวหนังได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ