ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

หัวข้องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

ผู้วิจัย นางสาววริฐา ไมตรีจิต

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย และ 4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี จำนวน 1 คน ครูผู้สอนระดับปฐมศึกษา 6 คน ศึกษานิเทศก์และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย 5 คน รวมทั้งหมด 12 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 อายุ 4 – 5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทศบาล ๕ (พหลโยธินรามินทรภักดี) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ประเด็นการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม 2) เครื่องมือตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ ได้แก่ แบบตรวจสอบคุณภาพรูปแบบด้านความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี และความเป็นไปได้ และแบบตรวจสอบคุณภาพรูปแบบด้าน ความสอดคล้อง และ 3) เครื่องมือตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบจากการทดลองใช้ในสภาพจริง ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 และแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบ พบว่า การจัดประสบการณ์ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายควรเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรมด้วยตนเอง ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนให้มาก เน้นกิจกรรมที่ให้เด็กลงมือปฏิบัติ กิจกรรมควรง่ายไม่ซับซ้อน สร้างบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียด ให้เด็กมีกิจกรรมฝึกทักษะร่วมกันเป็นกลุ่ม ครูมีความเป็นกันเองกับเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กสอบถามเมื่อเกิดข้อสงสัยได้เสมอ และใช้สื่อที่หลากหลาย ทั้งของจริง ภาพ และเสียง กิจกรรมที่ให้เด็กปฏิบัติไม่ควรเกิน 20 - 30 นาทีต่อวัน การประเมินผลควรทำทั้งในระหว่างการจัดประสบการณ์แต่ละสัปดาห์ และประเมินในภาพรวมหลังการจัดประสบการณ์จบทุกสัปดาห์ หากพบว่าเด็กยังมีข้อบกพร่องควรแนะนำให้เด็กแก้ไขและปรับปรุงได้ทันที ควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดประสบการณ์เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้แก่เด็ก และบางครั้งให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเพื่อน จากบุคคลอื่นที่มีการถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจนในสถานการณ์จริง สนุกสนาน ได้เรียนรู้ สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตนเอง

2. ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ แยกผลที่ได้ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ผลการสร้างรูปแบบ พบว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย มี 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) องค์ประกอบเชิงโครงสร้าง ประกอบด้วย หลักการ และวัตถุประสงค์ (2) องค์ประกอบเชิงกระบวนการ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Motivation) ขั้นที่ 2 ขั้นวางแผน (Plan) ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติกิจกรรม (Active learning) ขั้นที่ 4 ขั้นทบทวน (Review) และขั้นที่ 5 ขั้นการประเมินผล (Evaluation) (3) องค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า คุณภาพด้านความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ด้านความเป็นไป และด้านความสอดคล้อง ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบจากการทดลองแบบภาคสนาม พบว่า ประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 84.25/86.40 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 80/80

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า ผลคะแนนการประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 39 คน ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 18.17 คิดเป็นร้อยละ 90.83 เมื่อจำแนกทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์รายด้าน พบว่า ด้านการจำแนกและเปรียบเทียบมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.77 คิดเป็นร้อยละ 95.33 รองลงมาตามลำดับ คือ ด้านการจัดหมวดหมู่มีคะแนนเฉลี่ย 4.63 คิดเป็นร้อยละ 92.67 ด้านการเรียงลำดับมีคะแนนเฉลี่ย 4.50 คิดเป็นร้อยละ 90.00 และด้านการรู้ค่าจำนวนตัวเลขมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด เท่ากับ 4.27 คิดเป็นร้อยละ 85.33 และมีจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

4. การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ พบว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 88.61/90.83 มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จึงสรุปได้ว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคป เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย มีประสิทธิภาพเหมาะสมที่จะนำไปใช้ต่อและเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางในการจัดประสบการณ์ด้านการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ได้ต่อไป

โพสต์โดย kung : [26 มิ.ย. 2564 เวลา 10:21 น.]
อ่าน [102556] ไอพี : 125.25.125.19
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,085 ครั้ง
คืนนี้ชมจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ และสว่างที่สุดในรอบปี
คืนนี้ชมจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ และสว่างที่สุดในรอบปี

เปิดอ่าน 51,935 ครั้ง
15 วิธีแก้เคราะห์ สะเดาะกรรมให้ร่ำรวย
15 วิธีแก้เคราะห์ สะเดาะกรรมให้ร่ำรวย

เปิดอ่าน 23,614 ครั้ง
ประเภทของระบบภาพกราฟิก
ประเภทของระบบภาพกราฟิก

เปิดอ่าน 308,152 ครั้ง
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word
แบบคำขอวิทยฐานะ ก.ค.ศ 1 ก.ค.ศ 1/1 ก.ค.ศ 2 และ 3 ฉบับ word

เปิดอ่าน 19,719 ครั้ง
คลิปประทับใจความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ นักเรียนเซอร์ไพรส์คุณครู ก่อนจะย้าย เชื่อว่าหลายท่านเคย..
คลิปประทับใจความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์ นักเรียนเซอร์ไพรส์คุณครู ก่อนจะย้าย เชื่อว่าหลายท่านเคย..

เปิดอ่าน 15,290 ครั้ง
กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้
กังนัมอะยาย ศึกประชัน เต้นกังนัมสไตล์ ระหว่าง ยาย VS โคโยตี้

เปิดอ่าน 23,721 ครั้ง
พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560
พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560

เปิดอ่าน 9,631 ครั้ง
แห่แชร์ น้ำใจชาวม้งหลายหมู่บ้าน ร่วมแรงลากรถประสบอุบัติเหตุขึ้นเขา
แห่แชร์ น้ำใจชาวม้งหลายหมู่บ้าน ร่วมแรงลากรถประสบอุบัติเหตุขึ้นเขา

เปิดอ่าน 14,731 ครั้ง
แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว
แนะเด็กกินผักสด สู้หวัดหน้าหนาว

เปิดอ่าน 34,908 ครั้ง
ลายมือนักบริหาร ต้องมีเส้นอิทธิพล
ลายมือนักบริหาร ต้องมีเส้นอิทธิพล

เปิดอ่าน 89,405 ครั้ง
หน้ามน-หน้ามล
หน้ามน-หน้ามล

เปิดอ่าน 1,229 ครั้ง
วิธีกระตุ้นรากผม แก้ปัญหาผมบาง เสริมสร้างความมั่นใจ
วิธีกระตุ้นรากผม แก้ปัญหาผมบาง เสริมสร้างความมั่นใจ

เปิดอ่าน 15,259 ครั้ง
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา
เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา

เปิดอ่าน 10,841 ครั้ง
อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์
อะไรอยู่ในเครื่องสำอางค์

เปิดอ่าน 15,886 ครั้ง
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!

เปิดอ่าน 13,603 ครั้ง
วิธีทำให้ "แก้วมังกร" ลูกดก
วิธีทำให้ "แก้วมังกร" ลูกดก
เปิดอ่าน 23,598 ครั้ง
ลมมรสุม
ลมมรสุม
เปิดอ่าน 18,530 ครั้ง
คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!
คุณครอบครองลูกได้กี่ปี? ทุกๆปีสำคัญขนาดไหน? อ่านดูแล้วรู้เลยว่าทุกเวลามีค่าขนาดไหน!
เปิดอ่าน 1,502 ครั้ง
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 20,658 ครั้ง
ข่าวดีผู้ชอบดื่ม "ชา" ไม่ใช่แค่ดื่มเท่ห์ๆ แต่ดีต่อสุขภาพ
ข่าวดีผู้ชอบดื่ม "ชา" ไม่ใช่แค่ดื่มเท่ห์ๆ แต่ดีต่อสุขภาพ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ