ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• พัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความของนักเรียนอายุ 12 – 15 ปี ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล โดยใช้เทคนิค 5 W 1 H

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความของนักเรียนอายุ 12 – 15 ปี ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล โดยใช้เทคนิค 5 W 1 H กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามีระดับ IQ 50 - 70 อายุ 12 – 15 ปี โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล จังหวัดนครราชสีมา ปีการศึกษา 2563 จำนวน 12 คน

ใช้เวลาในการดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – มีนาคม 2564 สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ วิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบบรรยายวิเคราะห์

ผลการวิจัยพบว่า

การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความของนักเรียนอายุ 12 – 15 ปี ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล โดยใช้เทคนิค 5 W 1 H พบว่า ในวงจรที่ 1 นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.55 คิดเป็นร้อยละ 87.75 ในวงจรที่ 2. คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.70 คิดเป็นร้อยละ 88.50 และในวงจรสุดท้าย คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.90 คิดเป็นร้อยละ 89.50ซึ่งคะแนนมีการเพิ่มขึ้นในแต่ละวงจร แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบ 5 W 1 H เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี และสามารถจับใจความได้แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบ 5 W 1 H เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนฝึกกระบวนการคิด สามารถหาใจความของเรื่องได้ ทั้งนี้สาเหตุที่ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม เพื่อที่จะให้นักเรียนได้ฝึกการทำงานเป็นทีม มีการเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจากในห้องเรียนมีทั้งนักเรียนที่เก่ง ปานกลาง อ่อน กระบวนการกลุ่มทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจเรื่องราวได้เร็วขึ้น และสามารถจับใจความ หาข้อคิดที่ได้จากเรื่องได้ด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ในการฝึกให้นักเรียนได้คิดด้วยตนเอง จากการนำเรื่องใกล้ตัวมาเปรียบเทียบกับเนื้อเรื่องที่ได้อ่าน จากนั้นค่อยๆเชื่อมโยงไปสู่เรื่องราวที่ได้อ่าน ทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการตอบคำถาม และมีการฝึกกระบวนการคิดของนักเรียน เพื่อดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมในการเรียนด้านเจตคติของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนการสอนการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิค 5W1H ผู้วิจัยนำหลักการการวิจัยเชิงปฏิบัติการมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น โดยดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนของวิจัยเชิงปฏิบัติการ คือ ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติการ ขั้นสังเกตการณ์ และ ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ ซึ่งทำให้ผู้วิจัยเข้าใจสภาพและกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มองเห็นอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอนไปปรับปรุงแก้ไขในวงจรถัดไป ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามความเหมาะสมกับสอดคล้องกับความรู้ความสามารถของนักเรียนจนกระทั่งมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในส่วนของนักเรียนที่ยังไม่ได้ผ่านเกณฑ์คะแนนที่กำหนดแม้จะมีเพียงคนเดียวแต่เมื่อมีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกสม่ำเสมอซึ่งเป็นกระบวนการกลุ่มนักเรียนให้ความสนใจและมีพฤติกรรมด้านการเรียนดีขึ้น ตลอดจนกล้าพูดแสดงความเห็นคิดในระหว่างกลุ่มของตัวเองซึ่งผู้สอนควรจะทำการส่งเสริมพฤติกรรมในด้านบวกของนักเรียนต่อไป

คำสำคัญ: นักเรียนบกพร่องทางสติปัญญา; ทักษะภาษาและการสื่อสาร, 5 W 1 H

โพสต์โดย ครูแจน : [26 เม.ย. 2564 เวลา 11:16 น.]
อ่าน [104] ไอพี : 171.101.98.239
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ