ชื่อเรื่อง รายงานการใช้แบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use
สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย ปนัสยา วรรณสุทธิ์
หน่วยงาน โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
ปีที่วิจัย 2562
บทคัดย่อ
รายงานการใช้แบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย (1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ไวยากรณ์เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
(3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ(4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มห้องเรียนอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ซึ่งใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม (Sampling Unit) ด้วยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 16 แผน (2) แบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 เรื่อง (3) เครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ไวยากรณ์เบื้องต้น ชุด Basic English Grammar in Use กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 แบบทดสอบก่อนเรียน
จำนวน 80 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 80 ข้อ ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก และชุดที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ไวยากรณ์เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อและ (4) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล (1) สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และร้อยละ (2) สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือได้แก่ 1) การหาค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (IOC) 2) การหาค่าความยากง่าย (p) 3) การหาค่าอำนาจจำแนก (r) 4) การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) 5) การหาประสิทธิภาพของสื่อ E1/E2 และ 6)
การทดสอบสมมติฐานโดยใช้สูตร t-test (Dependent Sample)
สรุปผลการวิจัย
1. แบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.11/90.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ไวยากรณ์เบื้องต้น ชุด Basic English Grammar in Use กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.8304 แสดงว่า นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.8304 หรือคิดเป็นร้อยละ 83.04
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมความรู้ไวยากรณ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชุด Basic English Grammar in Use สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวม
อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.72, S.D = 0.44) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ด้านการจัดการเรียนรู้ ( = 4.77, S.D = 0.39) รองลงมาได้แก่ ด้านการวัดผลประเมินผล
( = 4.75, S.D = 0.38) ด้านเนื้อหา ( = 4.69, S.D = 0.51) และด้านสื่อและอุปกรณ์การเรียน ( = 4.67, S.D = 0.47) ตามลำดับ