ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และความคงทนทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(Problem Based Learni

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และความคงทนทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน

(Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด

ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 : การวิจัยแบบผสานวิธี

ผู้วิจัย นางภวดี สวนดี

โรงเรียน วัดประชานิมิตร อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ปีที่พิมพ์ 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สมการ เชิงเส้นตัวแปรเดียวโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ ผังความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวก่อนและหลังการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด 3) ศึกษาความคงทนหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด การดำเนินการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี (Mixed-method Research) มี 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับการสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 3 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 9 คน รวม 12 คน เพื่อนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาสังเคราะห์เป็นแนวทางการจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด ตอนที่ 2 การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ผู้วิจัยใช้การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ด้วยแบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design ตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนวัดประชานิมิตร สังกัดสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ชนิด ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 16 แผน 16 ชั่วโมง แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิดจำนวน 1 ฉบับ 15 ข้อ สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน (t-test) for Dependent Samples ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้

1. ผลการทดสอบประสิทธิภาพแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียวด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 77.28/77.44 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิดของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียวหลังเรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 23.20 คิดเป็นร้อยละ 77.33 จากนั้นเว้นระยะไป 2 สัปดาห์หลังการทดลองแล้วทดสอบอีกครั้งพบว่า มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 24.36 คิดเป็นร้อยละ 81.20 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 หลังการทดลอง 2 สัปดาห์พบว่า คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการใช้ผังความคิด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.78 และ S.D. = 0.43)

TITLE The Development of Learning Achievement and Learning Retention of Mathematics Entitled One Variable Linear Equation by Using Problem Based Learning with Mind Mapping Technique of Mattayomsuksa 1 Students: Mixed – Method Research

AUTHOR Pawadee Suandee

SCHOOL Watprachanimit School BuaYai District Nakhon Ratchasima Province

Division of Education Religious and Culture Nakhon Ratchasima Provincial Administration Organization

Department of Local Administration Ministry of Interior

DATE 2020

ABSTRACT

The purposes of the present study were 1) to develop lesson plans of one

variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique of Mattayomsuksa 1 students to achieve the criteria 75/75 of effectiveness, 2) to compare learning achievement before and after learning through one variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique, 3) to study learning retention after learning through one variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique for two weeks and 4) to study Mattayomsuksa 1 students’ satisfaction toward learning one variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique. The present study was a mixed-method research comprised of 2 phases of study. Phase 1 was the qualitative research investigated concepts, theory and related studies of learning development with the interview of 3 Mathematics teachers and 9 Mattayomsuksa 1 students. The data were analyzed in order to design lesson plans of problem based learning with mind mapping technique. Phase 2 was the quantitative research using experimental research by one group pre-test, post-test design. The sample of the experiment was 30 of Mattayomsuksa 1/1 students of Watprachanimit school Nakhon Ratchasima provincial administration organization who were studying in the 2nd semester and they were selected by cluster random sampling.

The instruments used in the study consisted of16 lesson plans of problem based learning with mind mapping technique titled one variable linear equation for Mattayomsuksa 1 students. The mean of suitability of each lesson plan was raged between 4.82-4.90 which shown that the suitability of all lesson plans was in more level. The learning achievement test consisted of 30 items. The difficulty (P) of the test was .30 to .80, the discrimination (B) of the test was .27 to .73 and the reliability of the test was .92. The satisfaction questionnaire of Mattayomsuksa 1 students’ toward problem based learning with mind mapping technique which was 15 items with 5 rating scale. The items consisted of the principle, contents, learning process, learning materials and evaluation and assessment. The discrimination was .32 to .86 and the reliability was .93. The statistics used in the study consisted of mean, standard deviation and t-test dependent.

The results of the study revealed that

1) The results of the effectiveness of the lesson plans titled one variable

linear equation by using problem based learning with mind mapping technique for Mattayomsuksa 1 students shown that there was 74.68/76.33 of the effectiveness which in accordance with the criteria.

2) Learning achievement of Mattayomsuksa 1 students after learning through

one variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique was higher with .05 statistics significantly.

3) Learning retention of Mattayomsuksa 1 students after learning through

one variable linear equation by using problem based learning with mind mapping technique shown that the mean of was 23.72 or 79.00 of percentage. 2 weeks later, the results of the test revealed that the mean was 24.36 or 81.20 of percentage. The comparison of the first test and the second test 2 weeks later after the implementation shown that the results of the test indifferent when there was 0.5 of the statistics significance.

1) Mattayomsuksa 1 students satisfied with the learning through

problem based learning with mind mapping technique which rated in the most level ( = 4.78 และ S.D. = 0.43).

โพสต์โดย ก้อย : [5 ก.พ. 2564 เวลา 12:33 น.]
อ่าน [351] ไอพี : 61.19.123.170
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ