ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการวิถีการสร้างสุภาพชนคนคุณภาพพุน้อย (DSCUPP model to co 5 steps)

การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการวิถีการสร้างสุภาพชนคนคุณภาพพุน้อย (DSCUPP model to co 5 steps) เป็นนวัตกรรมที่สร้างพัฒนาและใช้ในปีการศึกษา 2562 และ 2563 มีวัตถุประสงค์ 6 ประการดังนี้ 1.เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอนให้มีความรู้ เรื่องกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps) 2.เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอนให้มีทักษะการสอนด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps) 3.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps) 4.เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps) 5.เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติต่อการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps) 6.เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการขับเคลื่อนคุณธรรมโรงเรียนวัดพุน้อย รูปแบบการบริหารจัดการวิถีการสร้างสุภาพชนคนคุณภาพพุน้อย (DSCUPP model to co 5 steps) กระบวนการบริหารจัดการนี้มีรูปแบบ DSCUPP ประกอบด้วย 1. การบริหารตามสถานการณ์ (Situational Management) 2. ความเข้าใจ (Understanding) 3. การเข้าถึง (Connecting) 4. การพัฒนา ( Development ) 5. การบริหารแบบวิถีทาง – เป้าหมาย (Path – Goal Management) 6. ความภาคภูมิใจ (Proudly) ผลการสร้าง พัฒนาและใช้นวัตกรรมนี้พบว่า ครูและบุคลากรทุกคน (100%) มีพัฒนาการด้านความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น หลังการอบรมระดับความรู้อยู่ที่ร้อยละ90(90%) ขึ้นไป ระดับทักษะการสอนครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอนให้มีด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (co 5 steps)1. ความเหมาะสมของกิจกรรมกับนักเรียน กิจกรรมนี้เหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมมีความหลากหลาย ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม นักเรียนสนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ ไม่เกิดความเบื่อ2. ความเหมาะสมของสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู มีสื่อและอุปกรณ์การเรียนรูในกิจกรรมนี้เหมาะสมกับนักเรียน มีสื่อที่หลากหลาย กระตุ้นความสนใจได้ดี เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้ใช้สื่อและอุปกรณ์ มีการพัฒนาสื่อและอุปกรณ์โดยครูเป็นผู้พัฒนาทำให้ตรงกับลักษณะผู้ใช้สื่อเพื่อการเรียนรู้3. การใช้คำถามของครู ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสงสัยและตั้งคำถามตลอดการเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อวัดผลการเรียนรู้นักเรียนทุกอย่างทั่วถึง ทำให้ทุกคนได้รับการพัฒนาตนเองตลอดเวลา4. การกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม/โครงงาน ครูผู้สอนกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม/โครงงาน ใช้คำถามปลายเปิด5. การให้ความสนใจนักเรียนอย่างทั่วถึง ครูผู้สอนให้ความสนใจนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง 6. การสร้างบรรยากาศชั้นเรียน บรรยากาศในชั้นเรียนส่งเสริมให้อยากเรียนรู้ ร่วมกันสร้างบรรยากาศชั้นเรียนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สภาพการจัดการเรียนรู ทุกคน(100%)จัดทำทุกประเด็น(100%)ได้อย่างดี มีแผนการจัดกิจกรรมการทดลองครบถ้วน และมีคุณภาพ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทดลอง แนะนำสื่อ อุปกรณ์สำหรับใช้ในการทดลอง การตั้งคำถามเชื่อมโยงจากประสบการณของนักเรียน ครูส่งเสริมสนับสนุนการตั้งสมมติฐานก่อนการปฏิบัติกิจกรรม เปิดโอกาสให้นักเรียนไดทดลองและสังเกตด้วยตนเองใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิดขณะปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง นักเรียนไดตั้งคำถามที่อยากรู เปิดโอกาสให้ไดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันภายในกลุ่ม จัดกิจกรรมให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองไดปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน มีการสรุป ทบทวนผลการทดลอง ประเมินพัฒนาการนักเรียนที่ครอบคลุมความสามารถพื้นฐานตามโครงการ นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดทำโครงงาน มีการสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง สร้างคำอธิบายจากข้อค้นพบอย่างมีเหตุผล สรุปผลการจัดกิจกรรมโครงงานด้วยตนเอง สื่อสารและนำเสนอผลการจัดกิจกรรมสาธารณชนโดยการทำโครงงานครบตามกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น การสร้างคำอธิบายอย่างมีเหตุผล ครูทุกคน(100%) มีศักยภาพด้านการใช้ภาษาเพื่อการอธิบายได้อย่างมีเหตุผลโดยใช้ภาษาและกิจกรรมสมกับวัย ส่งผลให้การอธิบายของนักเรียนเป็นไปด้วยความสนุกและเด็กๆ มีความสามารถในการใช้เหตุผลอธิบายปรากฏการณ์หรือสิ่งต่างๆได้อย่างดีและเหมาะสมของแต่ละวัย สื่อสารและให้เหตุผล ครูทุกคน(100%) มีทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ ด้านการสื่อสารและการให้เหตุผลดีมาก บางคนมีความสามารถสื่อสารด้วยการพูดภาษาถิ่นซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง รวมถึงทักษะการเขียนงานเล่มโครงงานยังไม่ดีเท่าที่ควรขาดความสมบูรณ์ของประโยคส่งผลให้นักเรียนจัดทำเล่มเอกสารรายงานยังไม่ดีเท่าที่ควรด้วย นักเรียนทุกคน (100 %)สามารถตั้งคำถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย นักเรียนส่วนใหญ่(95%) รูจักคิดหาเหตุผลด้วยตนเอง ร้อยละ 93 สามารถนำความรูมาเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวได้ ร้อยละ 87 รูจักการสังเกต การค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเองและร้อยละ 82 สามารถนำความรูที่มีอยู่เดิมมารวมกับความรู้ใหม่ นักเรียนมีทักษะการคิดมีทักษะการแก้ปัญหาสูงสุดร้อยละ 88 รองลงมาคือทักษะด้านเทคโนโลยีร้อยละ 87 มีทักษะกระบวนการในสาระวิชาที่เรียนร้อยละ 83และน้อยที่สุดคือทักษะการสื่อสาร หรือการนำเสนอร้อยละ 80 นักเรียนมีจิตอาสาในการทำงานกลุ่มมากที่สุด ร้อยละ 97 รองลงมาคือมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้รับมอบหมายร้อยละ 96 มีปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความรูความคิดเห็นซึ่งกันและกันร้อยละ 95 มีหลักคิดความพอเพียงจากการทำงานร้อยละ90 และน้อยที่สุดคือการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่มที่มีความเห็นแตกต่างจากตนร้อยละ 80

โพสต์โดย ธิปต์ : [8 ธ.ค. 2563 เวลา 14:32 น.]
อ่าน [760] ไอพี : 110.171.107.228
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ