ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การประเมินโครงการขยะแปรรูปรักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 จังหวัดจันทบุรี

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการขยะแปรรูปรักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2

จังหวัดจันทบุรี

ผู้วิจัย นายภูริวัต ขุนสุนทร

ปีที่ทำการวิจัย 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินโครงการขยะแปรรูปรักษ์สิ่งแวดล้อม ของโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 จังหวัดจันทบุรี โดยใช้การประเมินรูปแบบซิปเปียสท์ (CIPPIEST Model) ของดาเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Danial L.Stuffelbeam) ตามประเด็นการประเมิน 7 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท (Context Evaluation) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) ด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) ด้านความยั่งยืน (Sustainability Evaluation) ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ (Transportation Evaluation) และการสนทนากลุ่มเพื่อประเมินคุณลักษณะรักษ์สิ่งแวดล้อม ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 จังหวัดจันทบุรี แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มที่ให้ข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 3 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน พนักงานครู จำนวน 44 คน พนักงานจ้าง (สอน) จำนวน 13 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 242 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4-6 จำนวน 254 คน และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 238 คน รวม 809 คน 2) กลุ่มที่ให้ข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน คณะกรรมการสภานักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 9 คน และระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 9 คน รวม 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามจำนวน 7 ฉบับ แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1) เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของตอบแบบสอบถาม โดยเป็นแบบตรวจรายการ (Check List) ตอนที่ 2) เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นแบบมาตราส่วนการประมาณค่า (Rating scale) ด้วยเทคนิคการจัดแบบลิเกิร์ต (Likert) 5 ระดับ ตอนที่ 3) เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นแบบปลายเปิด (Open-ended Form) เกี่ยวกับปัญหา หรืออุปสรรค หรือข้อเสนอแนะ และแบบสนทนากลุ่ม ซึ่งเป็นประเด็นการสนทนากลุ่มเพื่อแสดงความคิดเห็นที่มีต่อคุณลักษณะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการดำเนินโครงการขยะแปรรูปรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์เนื้อหาสรุปข้อความคิดเห็น (Content analysis)

ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้

1. ด้านบริบท (Context) พบว่า ผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พนักงานครู และพนักงานจ้าง (สอน) มีความคิดเห็นว่า วัตถุประสงค์ของโครงการทั้ง 10 รายการ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายชาติ ท้องถิ่น ความต้องการของชุมชน และความต้องการจำเป็นของโครงการ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยที่ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นของโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และวัตถุประสงค์รายการอื่นๆ รองลงมาคือ สอดคล้องกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศไทย สอดคล้องกับนโยบายของเทศบาลเมืองจันทบุรี สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก พ.ศ.2561 สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ ที่ 2) พ.ศ.2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 ตามลำดับ

2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) พบว่า พนักงานครู และพนักงานจ้าง (สอน) มีความคิดเห็นว่า บุคลากรในการดำเนินโครงการ และวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินโครงการมีความเพียงพอ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม แผนงานในการดำเนินโครงการมีความพร้อม การบริหารจัดการการดำเนินโครงการของฝ่ายบริหารและบุคลากร บุคลากรในการดำเนินโครงการ สถานที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ช่วงเวลาในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม งบประมาณในการดำเนินโครงการมีความเพียงพอ และระยะเวลาในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม โดยผลการประเมินทั้ง 10 รายการมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

3. ด้านกระบวนการ (Process) พบว่า พนักงานครู และพนักงานจ้าง (สอน) มีความคิดเห็นว่า ผู้ดำเนินงานโครงการมีการเผยแพร่และขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมโครงการสู่ชุมชน มีการจัดกิจกรรมโครงการในรูปแบบที่หลากหลายได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในโครงการ มีการกำกับ ติดตาม ควบคุมการดำเนินงานโครงการ มีการประเมินผลแต่ละกิจกรรมในโครงการโดยใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย มีการดำเนินกิจกรรมโครงการตามแผนงานที่กำหนดไว้ มีการติดตามประสานงานการจัดกิจกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการประชาสัมพันธ์โครงการอย่างทั่วถึง มีการกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการประเมินผลโครงการตามความเหมาะสม มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และมีการแก้ไขปรับปรุงวิธีการดำเนินการเมื่อพบข้อบกพร่องขณะดำเนินงานโครงการ โดยผลการประเมินทั้ง 10 รายการมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ด้านผลกระทบ พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความคิดเห็นว่า นักเรียนและครอบครัวทำน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองภายในครอบครัว อาคารสถานที่ของโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปราศจากขยะมูลฝอย นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการขยะ นักเรียนและสมาชิกในครอบครัวนำสิ่งของเครื่องใช้มาใช้ซ้ำหรือเลือกซื้อสินค้าที่สามารถใช้ซ้ำได้ (Reuse) นักเรียนนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่สมาชิกในครอบครัว จนมีความรู้เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการขยะ นักเรียนและสมาชิกในครอบครัวคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) หรือเพื่อการนำไปขาย นักเรียนและสมาชิกในครอบครัวลดการสร้างขยะในชีวิตประจำวัน (Reduce) นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักเรียนและสมาชิกในครอบครัวคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นหรือสิ่งของเครื่องใช้ภายในครอบครัว (Recycle) โดยผลการประเมินทั้ง 9 รายการข้างต้นมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และนักเรียนนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่สมาชิกในครอบครัว จนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

5. ด้านประสิทธิผล พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความคิดเห็นว่า นักเรียนมีการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเองและครอบครัว ครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการทำน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองภายในครอบครัว ครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่าตามหลักการ Reuse ครอบครัวของนักเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการนำไปขาย ตามหลักการ Recycle ครอบครัวของนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้นโดยชุมชนหรือหน่วยงานองค์กรต่างๆ ครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ ตามหลักการ Recycle หรือเพื่อการนำไปขาย สภาพแวดล้อมภายในบ้านและบริเวณบ้านของนักเรียนสะอาด ปราศจากขยะมูลฝอย ครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการลดการบริโภคที่ไม่จำเป็นตามหลักการ Reduce และครอบครัวของนักเรียนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นอันเนื่องมาจากการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่นหรือสิ่งของเครื่องใช้ภายในครอบครัว ตามหลักการ Recycle โดยผลการประเมินทั้ง 10 รายการค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

6. ด้านความยั่งยืน พบว่า พนักงานครูและพนักงานจ้าง (สอน) มีความคิดเห็นว่า ในระหว่างการดำเนินกิจกรรมโครงการมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น ในด้านความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเป็นภาชนะใส่อาหาร ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพ ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการนำขวดที่ใช้แล้วมาทำ “จรวดขวดน้ำ” ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการสร้างสรรค์ผลงานจากกระดาษเหลือใช้ ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการจำหน่าย ความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมด้านการนำซองใส่กระดาษ A4 มาทำ“ถุงหิ้ว” และความต่อเนื่องของปริมาณขยะในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามโครงการ

7. ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ พบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการสภานักเรียน พนักงานครู และพนักงานจ้าง (สอน) มีความคิดเห็นว่า โรงเรียนมีการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านต่างๆ คือ การคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อการจำหน่าย การเพาะปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ การทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ การนำซองใส่กระดาษ A4 มาทำ “ถุงหิ้ว”การสร้างสรรค์ผลงานจากกระดาษเหลือใช้ การนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเป็นภาชนะใส่อาหารแก่ชุมชน และโรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการขยะเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ และสถาบันการศึกษาอื่น

8. คุณลักษณะรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนเทศบาลเมืองจันทบุรี 2 จังหวัดจันทบุรี มีคุณลักษณะรักษ์สิ่งแวดล้อม 5 ประการ ดังต่อไปนี้

8.1 การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด โดยการใช้ทรัพยากรต่างๆ ทั้งของส่วนตัวและของส่วนรวมเท่าที่มีความจำเป็นต้องใช้ และไม่ใช้อย่างสิ้นเปลือง

8.2 การนำกลับมาใช้ซ้ำ เช่น การออกแบบและประดิษฐ์เป็นชุดแฟนซีจากถุงพลาสติก การทำดินกระดาษและกระดาษแข็งจากกระดาษสมุด กระดาษหนังสือพิมพ์ และกระดาษวารสาร

8.3 การบูรณซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ เช่น ช่วยครอบครัวในการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน

8.4 การบำบัดและการฟื้นฟู เพื่อช่วยลดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่าชายเลน และกิจกรรมการปลูกต้นไม้ในสถานที่สาธารณ

8.5 การใช้สิ่งอื่นทดแทน เช่น ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก และช่วยครอบครัวในการทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน

โพสต์โดย ภูริวัต : [10 พ.ย. 2563 เวลา 11:28 น.]
อ่าน [1317] ไอพี : 159.192.98.48
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ