ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิด

และทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาล

เมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ผู้วิจัย สุจิตรา หมื่นพวงศ์

ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 2) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการ เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ตามลักษณะการเก็บข้อมูล ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารงานวิชาการ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 4 คน และครูผู้สอนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 15 คน รวมทั้งสิ้น 19 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อยกร่างรูปแบบการบริหารงานวิชาการ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 3 คน และครูผู้สอนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 4 คน รวมทั้งสิ้น 7 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 ยกร่างรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษารักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 3 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ยกร่างรูปแบบการบริหารงานวิชาการให้มีความสมบูรณ์ 2) สอบถามความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และการใช้ประโยชน์ของรูปแบบ จากครูผู้สอนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จากการสุ่มตามตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 73 คน 3) การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ ในโรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านกาแป๊ะ) เทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการและประเมินทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ ครูผู้สอน โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านกาแป๊ะ) เทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จำนวน 10 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยดำเนินการวิจัยตามแนวคิดการพัฒนารูปแบบ ที่มีขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (Analysis : R1) ขั้นที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ (Design and Development : D1) ขั้นที่ 3 การนำรูปแบบการบริหาร งานวิชาการไปใช้ (Implement : R2) และขั้นที่ 4 การประเมินผลและแก้ไข รับรอง และเผยแพร่ (Evaluation : D2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารงานวิชาการ 2) แบบวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนารูปแบบ 3) แบบสอบถามความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และการใช้ประโยชน์ของรูปแบบ และ 4) แบบประเมินผลรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนในสังกัดเทศบาล

เมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พบว่า ในภาพรวม ระดับการปฏิบัติงานวิชาการในปัจจุบันอยู่ในระดับมากที่สุด ขณะที่ระดับปัญหาการบริหารงานวิชาการ อยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเฉพาะระดับการปฏิบัติงานวิชาการในปัจจุบัน พบว่า ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา มีระดับการปฏิบัติสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา ด้านการวางแผนงานวิชาการ ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ด้านการพัฒนาและการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และด้านการวัดประเมินผลการเรียนรู้ มีระดับการปฏิบัติต่ำที่สุด เมื่อพิจารณาเฉพาะระดับปัญหาการบริหาร งานวิชาการ พบว่า ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา มีระดับปัญหาสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ด้านการวางแผนงานวิชาการ ด้านการพัฒนาและการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ด้านการวัดประเมินผลการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และด้านการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา มีระดับปัญหาต่ำที่สุด

2. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหาร งานวิชาการ เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พบว่า นโยบายการพัฒนาประเทศและนโยบายการพัฒนาการศึกษามีความสอดคล้องกัน คือ ต้องเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ โดยเร่งพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีคุณลักษณะและทักษะที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งทักษะการเรียนรู้ ทักษะการคิด และทักษะชีวิต โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาต้องยกระดับคุณภาพการศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ระบบการบริหารจัดการศึกษาต้องมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการวางแผนและออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทุกภาคส่วนของสังคมต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

3. รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิต

ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลาที่พัฒนาขึ้น มีชื่อว่า “Thinking Skills Factors Learning Model : TSFLM” ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ และองค์ประกอบการบริหารงานวิชาการ 6 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 (F1) : หลักการสู่เป้าหมาย องค์ประกอบที่ 2 (F2) : วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ประกอบที่ 3 (F3) : กลไกการดำเนินการงานวิชาการในสถานศึกษา องค์ประกอบที่ 4 (F4) : การปฏิบัติการสอนเพื่อผลของการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 5 (F5) : การตรวจสอบผลการเรียนรู้ และองค์ประกอบที่ 6 (F6) : วิเคราะห์ผลกระทบจากการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิต

ในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลการตรวจสอบความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และการใช้ประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการ แบบ “Thinking Skills Factors Learning Model : TSFLM” พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และการใช้ประโยชน์อยู่ในระดับมาก

4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด้านความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการ แบบ “Thinking Skills Factors Learning Model : TSFLM” พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ องค์ประกอบที่ 1 (F1) : หลักการสู่เป้าหมาย รองลงมา คือ องค์ประกอบที่ 6 (F6) : วิเคราะห์ผลกระทบจากการบริหารงานวิชาการ เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ประกอบที่ 5 (F5) : การตรวจสอบผลการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 2 (F2) : วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน องค์ประกอบที่ 4 (F4) : การปฏิบัติการสอนเพื่อผลของการเรียนรู้ และองค์ประกอบที่ 3 (F3) : กลไกการดำเนินงานวิชาการในสถานศึกษา ตามลำดับ ด้านผลการประเมินทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน พบว่า ในภาพรวมนักเรียนมีทักษะพื้นฐานทางการคิดและทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นักเรียนแสดงพฤติกรรมในด้านการตระหนักรู้ในตนเองและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่นสูงที่สุด รองลงมา คือ การคิดวิเคราะห์ ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ มีเหตุผล และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การคิดสร้างสรรค์ การสร้างสัมพันธภาพที่ดีและการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ และการจัดการกับอารมณ์และความเครียด ตามลำดับ

โพสต์โดย kratai : [30 ส.ค. 2563 เวลา 07:25 น.]
อ่าน [666] ไอพี : 118.172.10.161
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ