เพื่อพัฒนาความสมารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ชื่อผู้ศึกษา นายอภิโชติ เสียงใส
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอนาเชือก สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม
ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 1/2563
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของการใช้คู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้น2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้น
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้คู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้นกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอนาเชือก สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม จำนวน ๓๙ คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบสุ่มเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย คู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้นจำนวน 1 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ใช้คู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหา และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะรูปแบบเอสเอสซีเอส (SSCS) หาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้ จากสูตร E1/E2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( ) และหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent) ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า
1. ประสิทธิภาพของแบบคู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาสังคมศึกษา ม.ต้นรูปแบบเอสเอสซีเอส (SSCS) หน่วยการเรียนรู้สังคมศึกษารายวิชาสังคมศึกษา ม.ต้น 2 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีค่าประสิทธิภาพได้เท่ากับ 83.74/78.73 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 75/75
2. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยการใช้คู่มือประกอบการสอนเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
วิชาสังคมศึกษา ม.ต้นรูปแบบเอสเอสซีเอส(SSCS) อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.57 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.53