ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเ

การสร้างรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามแนวคิดของ ADDIE Model ของเควิน ครูส (Kevin Kruse, 2008,p 1) เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในด้านทักษะปฏิบัติกีฬาฟุตบอลก่อนและหลังการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ซึ่งสามารถสังเคราะห์ตัวแปรที่ใช้ใน การวิจัยประกอบด้วย 1) นวัตกรรม คือ รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) ผลการใช้นวัตกรรม คือ ทักษะปฏิบัติกีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) และความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งผู้วิจัยได้แบ่ง การดำเนินงานการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) เป็นการออกแบบ และพัฒนา (Design and Development D & D) การพัฒนาหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนรู้ พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) เป็นการนำไปใช้ (Implementation : I) การทดลองใช้การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development : D2) เป็นการประเมินผล (Evaluation : E) การประเมินและปรับปรุง แก้ไขรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษา กีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยถ่ายทอดแนวคิดของรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ออกมาในรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้กีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 20 แผนการจัดการเรียนรู้ 20 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความก้าวหน้า ได้แก่ แบบทดสอบทักษะปฏิบัติ กีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) กองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 4 ชุด รวม 40 คะแนนและ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนพฤติกรรม ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ การเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) สถิตที่แบบไม่อิสระ (t-test Dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า

1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่าการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาในปัจจุบันเป็นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนสามารถพัฒนานักเรียนให้เกิดทักษะปฏิบัติด้วยตนเอง ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น

2. การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยถ่ายทอดแนวคิดของรูปแบบการเรียนการสอนออกมาในรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษา กีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งประกอบด้วย 7 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นการวิเคราะห์ผู้เรียน (Lamer Analysis) 2) ขั้นการสร้างความสนใจ (Engagement) 3) ขั้นการสำรวจและค้นหา (Exploration) 4) ขั้นการสะท้อนและสรุปผล (Refection and Concluding) 5) ขั้นการฝึกหัดและปฏิบัติการ (Practice) 6) ขั้นการริเริ่มหรือสร้างผลงาน (Creation) และ 7) ขั้นการประเมินผล (Evaluation) จากประเมินความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.70, =0.39) และการหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ ( ) และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ( ) เท่ากับ 85.95/85.42 ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

3. การเปรียบเทียบความสามารถในด้านทักษะปฏิบัติกีฬาฟุตบอลก่อนและหลัง การเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผู้เรียนมีความสามารถทักษะปฏิบัติกีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01

4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้พลศึกษา กีฬาฟุตบอล (FOOTBALL) ที่เน้นทักษะปฏิบัติตามแนวคิดกระบวนการออกแบบย้อนกลับสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก ( =4.36, =0.68)

โพสต์โดย น้อง : [8 มิ.ย. 2563 เวลา 05:46 น.]
อ่าน [102519] ไอพี : 180.180.61.56
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,892 ครั้ง
เกิดทฤษฎีอันใหม่ดาวพุธกับดาวศุกร์ เป็นเศษเดน ของโลก
เกิดทฤษฎีอันใหม่ดาวพุธกับดาวศุกร์ เป็นเศษเดน ของโลก

เปิดอ่าน 23,249 ครั้ง
ฝนดาวตกสิงโต
ฝนดาวตกสิงโต

เปิดอ่าน 15,464 ครั้ง
การทำบุญสะเดาะเคราะห์
การทำบุญสะเดาะเคราะห์

เปิดอ่าน 19,770 ครั้ง
อภิชาติ หาลำเจียก
อภิชาติ หาลำเจียก

เปิดอ่าน 23,043 ครั้ง
รู้จักวิตามิน H
รู้จักวิตามิน H

เปิดอ่าน 16,133 ครั้ง
หักลดหย่อนบุตร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
หักลดหย่อนบุตร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

เปิดอ่าน 8,456 ครั้ง
เครื่องหมาย ฯ (ไปยาลน้อย หรือ เปยยาลน้อย)
เครื่องหมาย ฯ (ไปยาลน้อย หรือ เปยยาลน้อย)

เปิดอ่าน 51,153 ครั้ง
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส

เปิดอ่าน 17,135 ครั้ง
แว่นกันแดดแฟชั่น สวย เสี่ยง
แว่นกันแดดแฟชั่น สวย เสี่ยง

เปิดอ่าน 29,829 ครั้ง
โปรแกรมสำหรับช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โปรแกรมสำหรับช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา

เปิดอ่าน 13,785 ครั้ง
ปรับลดเวลาเรียนเป็นสิ่งที่ดีมาก...ถ้าปรับหลักสูตรด้วย
ปรับลดเวลาเรียนเป็นสิ่งที่ดีมาก...ถ้าปรับหลักสูตรด้วย

เปิดอ่าน 15,316 ครั้ง
[Clip] เล็กๆ เปลี่ยนโลก : เคล็ดลับง่ายๆ บริหารสมองสองซีก จากการนับเลข 1-10
[Clip] เล็กๆ เปลี่ยนโลก : เคล็ดลับง่ายๆ บริหารสมองสองซีก จากการนับเลข 1-10

เปิดอ่าน 29,212 ครั้ง
เทคนิคการประเมินผลในชั้นเรียน
เทคนิคการประเมินผลในชั้นเรียน

เปิดอ่าน 22,542 ครั้ง
ประโยชน์ของ เมล็ดดอกทานตะวัน
ประโยชน์ของ เมล็ดดอกทานตะวัน

เปิดอ่าน 41,213 ครั้ง
อะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้าง
อะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้าง

เปิดอ่าน 9,471 ครั้ง
School Change Maker festival พลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี
School Change Maker festival พลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี
เปิดอ่าน 10,956 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 81 ถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง Active Learning เปลี่ยนห้องเรียนสู่คุณภาพศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
จดหมายฉบับที่ 81 ถึงนายกรัฐมนตรี เรื่อง Active Learning เปลี่ยนห้องเรียนสู่คุณภาพศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
เปิดอ่าน 11,822 ครั้ง
รถอัจฉริยะ-ไร้คนขับ
รถอัจฉริยะ-ไร้คนขับ
เปิดอ่าน 11,430 ครั้ง
เที่ยวมหกรรมนวดนานาชาติ ในงานแฟร์สุขภาพ
เที่ยวมหกรรมนวดนานาชาติ ในงานแฟร์สุขภาพ
เปิดอ่าน 28,865 ครั้ง
งูพิษกัด
งูพิษกัด

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ