การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (2) สร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT (3) ศึกษาผลการทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และ (4) ประเมินความพึงพอใจ
ของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับศึกษา ข้อมูล การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (2) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (3) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning (4) เอกสารเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีองค์ความรู้เกี่ยวกับการคิด และการสอนทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (5) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 60 คน (6) ครูผู้สอนที่สอนในรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม 4 หน่วยการเรียนรู้ ไฟฟ้าสถิต จำนวน 6 คน แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสร้างและการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ (1) ผลจาการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (2) ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 คน (3) นักเรียนที่ใช้ในการทดลองหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาหร่ายวิทยาคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 45 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสาหร่ายวิทยาคม จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ชุด (2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ (4) แบบทดสอบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test Dependent Samples)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลพื้นฐานในการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่าควรมีการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วยกิจกรรมกลุ่มการทดลองที่เร้าความสนใจในการเรียนเน้นการปฏิบัติจริง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เน้นทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีการนำความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าสถิตไปเชื่อมโยงในสาระการเรียนรู้ มีการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีที่เน้นการประเมินจากการปฏิบัติจริง
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีการประเมินความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ได้ทดลองหาประสิทธิภาพแบบแบบเดี่ยว (One to One Testing) แบบกลุ่มเล็ก (Small Group Testing) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.03/80.50 และภาคสนาม (Field Tryout) พบว่า ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 80.14/79.89 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
3. ผลการทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พบว่า (1) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.02/80.17 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (2) ค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.76620 นักเรียน มีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็นร้อยละ 76.62 (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียน
โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
(4) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนจากการทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ ACCT เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(x̄ = 4.51, S.D. = 0.58)