ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์โดยใช้ชุดการทดลอง เรื่อง คลื่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี

การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน เป็นการเรียนการสอนแบบปฏิบัติหรือที่เน้นการท่องจำและส่วนใหญ่นักเรียนต้องใช้จินตนาการในการสมมติภาพ จึงทำให้ผู้เรียนไม่ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันวิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญในสังคมโลก เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุกคนในชีวิตประจำวันและในอาชีพต่างๆ ซึ่งวิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยให้มีเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ทุกคนจงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างสรรค์ สามารถนาความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์และมีคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ.2546:1) นอกจากนี้จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ในปีการศึกษา 2560-2561 มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเช่นเดียวกัน และได้ประเมินเจตคติต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 90 คน พบว่านักเรียนคิดว่า วิชาฟิสิกส์เป็นวิชาที่น่าเบื่อหน่าย ไม่น่าสนใจ เข้าใจยากต้องใช้เวลาในการคิดนาน เนื้อหาที่เรียนไม่เหมาะสมกับเวลาเรียน ประเด็นเหล่านี้ส่งผลทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาฟิสิกส์ที่เรียนเป็นสาเหตุให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ การสอนของครูยังเน้นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากครูยังมีปัญหาและอุปสรรค์ในการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้แก่การจัดการเรียนการสอนเน้นครูเป็นศูนย์กลางผู้เรียนไม่ได้เรียนจากการกระทำหรือการฝึกปฏิบัติจริงของนักเรียน แล้วครูทำการสรุปผล ซึ่งส่งผลให้นักเรียนขาดโอกาสในการเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงประสบปัญหานักเรียนขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จากสภาพปัญหาดังกล่าวการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนจึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้ครูสามารถใช้สื่อการสอนที่มีคุณภาพได้ เนื่องจากสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพจะส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการ และสามารถสร้างองค์ความรู้จากสื่อที่เรียนได้ชุดทดลองทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดียิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.เพื่อพัฒนาชุดการทดลอง เรื่อง คลื่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 80/80

2.เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการทดลอง เรื่อง คลื่น ก่อนเรียนและหลังเรียน

3.เพื่อสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการทดลอง

ผลการพัฒนาชุดการทดลองเรื่อง คลื่น เพื่อใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โดยมีเนื้อหาคลอบคลุมสมบัติของคลื่น 4 ประเด็น คือ 1) การสะท้อนของคลื่น 2)การหักเหของคลื่น 3)การแทรกสอดของคลื่น 4) การเลี้ยวเบนของคลื่น เมื่อนำ ชุดทดลองที่ได้พัฒนาไปให้ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็น เพื่อหาความตรงของเนื้อหา โดยพิจารณาถึงความสมบูรณ์ของเนื้อหาข้อมูลในชุดการกิจกรรมทดลองและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียน ปรากฏว่าชุดกิจกรรมการทดลองผ่านความเห็นชอบของผู้เชี่ยวชาญ โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.86 แสดงว่าชุดการทดลองที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ประกอบการเรียนทดลอง โดยมีความครอบคลุมเนื้อหาเพียงพอตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด ผลการหาประสิทธิภาพของชุดการทดลอง เรื่อง คลื่น ได้คำคะแนนเฉลี่ยสำหรับทำแบบทดสอบระหว่างเรียน (E1) ได้เท่ากับ 82.22 และคะแนนของแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (E2) ได้เท่ากับ 81.44 ดังนั้นประสิทธิภาพของชุดการทดลอง (E1/E2) มีค่าเท่ากับ 82.22/81.44 แสดงว่าชุดการทดลอง มีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ผลของคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยรวมปรากฏว่า ผลคะแนนสอบเฉลี่ยหลังเรียนของผู้เรียนมีค่าเฉลี่ย 24.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.36 สูงกว่าผลคะแนนสอบเฉลี่ยก่อนเรียนของผู้เรียนมีค่าเฉลี่ย 17.63 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.02 คะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนที่เรียนด้วยชุดการทดลอง มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05 นักเรียนมีความพึงพอใจโดยใช้ชุดการทดลองอยู่ในระดับมาก มีเฉลี่ยเท่ากับ 3.91±0.16 โดยนักเรียนรู้สึกสนุกกับการเรียน มีความพึงพอใจสูงที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.01±0.67 รองลงมา คือ ชุดการทดลองทำให้นักเรียนเข้าใจปรากฏการณ์และสมบัติของคลื่น มีเฉลี่ยเท่ากับ 3.96±0.62 ตามลำดับ

โพสต์โดย TeacherTao : [22 มี.ค. 2563 เวลา 01:09 น.]
อ่าน [104708] ไอพี : 124.120.194.38
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,613 ครั้ง
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก

เปิดอ่าน 2,461 ครั้ง
โรงงานขึ้นรูปพลาสติกมีบริการอย่างไร เหมาะกับอุตสาหกรรมแบบใด
โรงงานขึ้นรูปพลาสติกมีบริการอย่างไร เหมาะกับอุตสาหกรรมแบบใด

เปิดอ่าน 13,754 ครั้ง
สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ

เปิดอ่าน 15,776 ครั้ง
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า

เปิดอ่าน 10,129 ครั้ง
"กับดักส้มสอดไส้ตะปู" ที่แท้มาจากประเทศ......
"กับดักส้มสอดไส้ตะปู" ที่แท้มาจากประเทศ......

เปิดอ่าน 17,460 ครั้ง
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด

เปิดอ่าน 10,247 ครั้ง
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย
ใช้ร้านเน็ตให้ปลอดภัย

เปิดอ่าน 22,262 ครั้ง
เทคนิคการคูณด้วยเลข 9 ง่ายๆ โดยนับนิ้วมือ จำไว้สอนเด็กๆ ครับ
เทคนิคการคูณด้วยเลข 9 ง่ายๆ โดยนับนิ้วมือ จำไว้สอนเด็กๆ ครับ

เปิดอ่าน 12,818 ครั้ง
วันวิสาขบูชา คือวันอะไร
วันวิสาขบูชา คือวันอะไร

เปิดอ่าน 11,417 ครั้ง
หญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำ
หญิงไทยยังเมินเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทำไอคิวเด็กไทยต่ำ

เปิดอ่าน 2,251 ครั้ง
ปลูกไรผมทำได้หรือไม่ ด้วยวิธีอะไร ไขข้อข้องใจคนหัวเถิก
ปลูกไรผมทำได้หรือไม่ ด้วยวิธีอะไร ไขข้อข้องใจคนหัวเถิก

เปิดอ่าน 15,968 ครั้ง
ครม.ไฟเขียว "กัญชง" ปลูกได้ครัวละไม่เกิน1ไร่ พืชเศรษฐกิจไทยตัวใหม่
ครม.ไฟเขียว "กัญชง" ปลูกได้ครัวละไม่เกิน1ไร่ พืชเศรษฐกิจไทยตัวใหม่

เปิดอ่าน 15,561 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)

เปิดอ่าน 2,432 ครั้ง
5 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อ Macbook ในราคานักเรียน
5 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อ Macbook ในราคานักเรียน

เปิดอ่าน 2,525 ครั้ง
"ร้านขายยาใกล้ฉัน" ตัวช่วยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามในยุคดิจิทัล
"ร้านขายยาใกล้ฉัน" ตัวช่วยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามในยุคดิจิทัล

เปิดอ่าน 11,035 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่3
เปิดอ่าน 81,294 ครั้ง
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา
เปิดอ่าน 14,244 ครั้ง
ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!
ดื่มน้ำอัดลม…ระวังกระดูกพรุน!
เปิดอ่าน 22,174 ครั้ง
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
เปิดอ่าน 10,349 ครั้ง
พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองคอน จ่อคิวสู่มรดกโลก
พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองคอน จ่อคิวสู่มรดกโลก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ