ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลการใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง ผลการใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อผู้รายงาน นายสุจิต วาลีย์

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

ปีที่วิจัย 2562

การวิจัยเรื่องผลการใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 3) ศึกษาระดับความสามารถในการสร้างสรรค์แบบจำลองหุ่นยนต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 4) ศึกษาระดับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling) โดยคัดเลือกโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 2 โรงเรียน คือโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกอง และโรงเรียนที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีจำนวนเท่ากัน มีทักษะในการสร้างแบบจำลองหุ่นยนต์จากชุดตัวต่อ LEGO WeDo 2.0 มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนโปรแกรมควบคุมสั่งการแบบจำลองหุ่นยนต์ในระดับที่ใกล้เคียงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกอง แล้วนำมาจัดทำเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเพื่อนำชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ไปใช้จริง แบบแผนการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยใช้แบบแผนแบบเลือก/สุ่มแล้วแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง-กลุ่มควบคุม ทดสอบก่อน-หลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ 1) ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 อันประกอบด้วย (1) ชุดกิจกรรมเสริมทักษะ “หุ่นยนต์หรรษา” สิ่งพิมพ์จำนวน 7 เล่ม (20 เรื่อง) (2) ชุดตัวต่อ Lego Education สำหรับฝึกเขียนโปรแกรม WeDo 2.0 จำนวน 5 ชุด (3) คู่มือนักเรียนประกอบการใช้ชุดกิจกรรมเสริมทักษะ “หุ่นยนต์หรรษา” จำนวน 1 เล่ม (40 ใบกิจกรรม) (4) คู่มือครูรายวิชาเพิ่มเติมสะตีมศึกษา (STEAM Education) จำนวน 1 เล่ม (20 แผนการจัดการเรียนรู้) และ (5) เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบที่ใช้ในการวัดความรู้ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ และการวิเคราะห์ เกี่ยวกับอุปกรณ์สำคัญ ผลของการทดเฟือง ผลของการทดพูลเลย์ และการทำงานของโปรแกรม WeDo 2.0 จำนวน 20 ข้อ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นซึ่งเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ข้อละ 1 คะแนน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ในด้านความสามารถในการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และด้านความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมเสริมทักษะ “หุ่นยนต์หรรษา” คู่มือนักเรียนประกอบการใช้ชุดกิจกรรมเสริมทักษะ “หุ่นยนต์หรรษา” และการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้คู่มือครูรายวิชาเพิ่มเติมสะตีมศึกษา (STEAM Education) ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ วิเคราะห์การหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมัลติมีเดียโดยการหาค่า E1 /E2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติพื้นฐาน คะแนนพัฒนาการ และร้อยละของคะแนนเพิ่มสัมพัทธ์ วิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถในการสร้างสรรค์แบบจำลองหุ่นยนต์ของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุมโดยใช้คะแนนเฉลี่ย (ร้อยละ) วิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุมโดยใช้คะแนนเฉลี่ย (ร้อยละ) และวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มทดลอง ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอในรูปตารางประกอบคำบรรยาย

ผลการศึกษาพบว่า

1. ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการนำไปใช้จริงกับนักเรียนกลุ่มทดลองซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกอง มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ทีตั้งไว้ โดยมีค่า E1/E2 เท่ากับ 89.17/80.67

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกองซึ่งเป็นกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้างซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม โดยนักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนพัฒนาการโดยเฉลี่ยเท่ากับ 47.67 และมีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 72.52 ในขณะที่นักเรียนกลุ่มควบคุมที่เรียนโดยไม่ใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยมีคะแนนพัฒนาการโดยเฉลี่ยเท่ากับ 20.00 และมีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ์โดยเฉลี่ยเท่ากับ 30.14 ซึ่งจะเห็นว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม เท่ากับร้อยละ 27.00 มีคะแนนพัฒนาการสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมเท่ากับ 27.67 และมีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ์สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมเท่ากับร้อยละ 42.38

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกองซึ่งเป็นกลุ่มทดลอง มีระดับความสามารถในการสร้างสรรค์แบบจำลองหุ่นยนต์ สูงกว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้างซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม โดยมีคะแนนที่ได้จากการวัดประเมินผลระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 1-5 โดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 89.73 ในขณะที่นักเรียนกลุ่มควบคุมมีคะแนนที่ได้จากการวัดประเมินผลระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 1-5 โดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 64.40 ซึ่งจะเห็นว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 1-5 สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม เท่ากับร้อยละ 25.33

4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกองซึ่งเป็นกลุ่มทดลองมีระดับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สูงกว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดพวกช้างซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม โดยมีคะแนนที่ได้จากการวัดประเมินผลระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 6-8 โดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 88.22 ในขณะที่นักเรียนกลุ่มควบคุมมีคะแนนที่ได้จากการวัดประเมินผลระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 6-8 โดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 29.78 ซึ่งจะเห็นว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ข้อที่ 6-8 สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม เท่ากับร้อยละ 58.44

5. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนเทศบาลวัดหมื่นเงินกองซึ่งเป็นกลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมสะตีมศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ในระดับมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.29 และเมื่อพิจารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อ

โพสต์โดย จ๊อด : [12 ม.ค. 2563 เวลา 11:41 น.]
อ่าน [102289] ไอพี : 118.172.184.85
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,446 ครั้ง
ประโยชน์ของ "ตะไคร้หอม"
ประโยชน์ของ "ตะไคร้หอม"

เปิดอ่าน 24,564 ครั้ง
รับชมหรือยัง? แกะรอย "มาเฟีย ศธ." เงามืด "ปฏิรูปวงการศึกษา"
รับชมหรือยัง? แกะรอย "มาเฟีย ศธ." เงามืด "ปฏิรูปวงการศึกษา"

เปิดอ่าน 34,299 ครั้ง
เทคนิคการวิ่งไม่ให้ปวดเข่า
เทคนิคการวิ่งไม่ให้ปวดเข่า

เปิดอ่าน 30,968 ครั้ง
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9

เปิดอ่าน 4,861 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"

เปิดอ่าน 29,148 ครั้ง
เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม?  วิชาที่คนไม่เข้าใจ
เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม? วิชาที่คนไม่เข้าใจ

เปิดอ่าน 12,726 ครั้ง
ทีลอซู น้ำตกในฝัน ของนักผจญภัย
ทีลอซู น้ำตกในฝัน ของนักผจญภัย

เปิดอ่าน 2,546 ครั้ง
วัยผู้ใหญ่ ควรนอนเท่าไรให้พอเหมาะ
วัยผู้ใหญ่ ควรนอนเท่าไรให้พอเหมาะ

เปิดอ่าน 13,874 ครั้ง
ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร
ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร

เปิดอ่าน 1,001 ครั้ง
วิธีกระตุ้นรากผม แก้ปัญหาผมบาง เสริมสร้างความมั่นใจ
วิธีกระตุ้นรากผม แก้ปัญหาผมบาง เสริมสร้างความมั่นใจ

เปิดอ่าน 16,088 ครั้ง
เตือนภัยยาเสียสาวแพร่ระบาด
เตือนภัยยาเสียสาวแพร่ระบาด

เปิดอ่าน 77,585 ครั้ง
World Wide Web คืออะไร
World Wide Web คืออะไร

เปิดอ่าน 69,045 ครั้ง
ฟื้นความทรงจำ  ลำนำบทอาขยานย้อนยุค
ฟื้นความทรงจำ ลำนำบทอาขยานย้อนยุค

เปิดอ่าน 37,111 ครั้ง
แนวทางการคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับกระทรวงฯ
แนวทางการคัดเลือกหนังสือสำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับกระทรวงฯ

เปิดอ่าน 43,315 ครั้ง
ลายมือนักธุรกิจ
ลายมือนักธุรกิจ

เปิดอ่าน 11,096 ครั้ง
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เปิดอ่าน 19,846 ครั้ง
5 สุดยอดผักผลไม้ กินแล้วไม่แก่!
5 สุดยอดผักผลไม้ กินแล้วไม่แก่!
เปิดอ่าน 68,286 ครั้ง
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-69
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63-69
เปิดอ่าน 24,009 ครั้ง
คลิปโฆษณาไทย ที่ซึ้งกินใจคนทั่วโลก
คลิปโฆษณาไทย ที่ซึ้งกินใจคนทั่วโลก
เปิดอ่าน 2,686 ครั้ง
ไขมันในร่างกาย
ไขมันในร่างกาย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ