ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง

บทคัดย่อ

ชื่องานวิจัย การพัฒนาชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็ก

ปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง

ผู้วิจัย นางสาวชุณาภรณ์ จอมหงษ์

ปีที่พิมพ์ 2562

________________________________________________________________________

การพัฒนาชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง 3) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนประเมินผลระดับความรู้ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้จากชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 15 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียน

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ Wilcoxon Sing - Rank test

สรุปผลการวิจัย

การพัฒนาชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง สรุปผลได้ดังนี้

1. ผลการทดลองใช้ชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง พบว่า

1. ทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (One to One Testing) โดยทดลองกับเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 3 คน โดยเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนกลุ่มเก่ง ปานกลาง และอ่อน กลุ่มละ 1 คน ได้ค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม 83.60/84.15

2. ทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบล ยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 9 คน คือ นักเรียนเก่ง 3 คน ปานกลาง 3 คน และอ่อน 3 คน ได้ค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม 83.40/84.28

3. นำชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง ที่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขแล้วนำไปทดลองใช้จริงกับเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 15 คน ได้ค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม 87.29/87.10

2. ประสิทธิภาพชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง มีประสิทธิภาพ 87.29/87.10 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สอดคล้องกับสมมติฐาน

3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.78 หรือคิดเป็นร้อยละ 78.00 สอดคล้องกับสมมติฐาน

4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นั่นคือ เมื่อนักเรียนได้รับการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน สอดคล้องกับสมมติฐาน

5. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและ การพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.61 สอดคล้องกับสมมติฐาน และพบว่า นักเรียนมีระดับความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมทักษะทางภาษาด้านการฟังและการพูด สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือประกอบคำคล้องจอง โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 5 ลำดับแรก คือ ชุดกิจกรรมช่วยให้นักเรียนมีความสามารถและเกิดทักษะในการฟังและการพูด นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกัน ชุดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ความคิดโดยอาศัยความรู้และความเข้าใจเดิมเป็นพื้นฐาน เวลาที่ใช้ในการทำชุดกิจกรรมเพียงพอและเหมาะสม และกิจกรรมในชุดกิจกรรมทำให้นักเรียนทราบความก้าวหน้าของตนเอง ค่าเฉลี่ย 4.92, 4.74, 4.72, 4.68 และ 4.63 ตามลำดับ

โพสต์โดย Ble ubon : [9 ม.ค. 2563 เวลา 16:42 น.]
อ่าน [103566] ไอพี : 223.205.225.72
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,322 ครั้ง
ระวังเชื้อก่อโรคในน้ำแข็ง
ระวังเชื้อก่อโรคในน้ำแข็ง

เปิดอ่าน 20,608 ครั้ง
"ดอกอัญชัน" สมุนไพรบำรุงสายตา ดูแลเส้นผมให้เงางาม
"ดอกอัญชัน" สมุนไพรบำรุงสายตา ดูแลเส้นผมให้เงางาม

เปิดอ่าน 13,210 ครั้ง
7 วิธีทำให้หน้าเด็ก
7 วิธีทำให้หน้าเด็ก

เปิดอ่าน 15,537 ครั้ง
สายตาเอียง
สายตาเอียง

เปิดอ่าน 20,395 ครั้ง
โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School Project
โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School Project

เปิดอ่าน 502 ครั้ง
เช่ารถพร้อมคนขับที่ไหนดี? รวมเทคนิคจองง่าย ได้คนขับมืออาชีพ
เช่ารถพร้อมคนขับที่ไหนดี? รวมเทคนิคจองง่าย ได้คนขับมืออาชีพ

เปิดอ่าน 33,760 ครั้ง
สร้างรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
สร้างรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

เปิดอ่าน 11,525 ครั้ง
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก
เป็นปลื้มกับ 12 เรื่องแรกของลูก

เปิดอ่าน 14,503 ครั้ง
ผลไม้ล้างพิษ
ผลไม้ล้างพิษ

เปิดอ่าน 77,093 ครั้ง
เงินเดือน-ค่าตอบแทน ของอาชีพต่างๆ ในประเทศไทย
เงินเดือน-ค่าตอบแทน ของอาชีพต่างๆ ในประเทศไทย

เปิดอ่าน 59,998 ครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"

เปิดอ่าน 21,973 ครั้ง
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด

เปิดอ่าน 2,867 ครั้ง
สอบถามรายละเอียดประกันรถให้ชัวร์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ
สอบถามรายละเอียดประกันรถให้ชัวร์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

เปิดอ่าน 29,723 ครั้ง
ทำไมจึงไม่บรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด?
ทำไมจึงไม่บรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด?

เปิดอ่าน 5,044 ครั้ง
ทำความรู้จักกับหลักสูตรการรับรองการสอนภาษาอังกฤษ TEFL /TESOL
ทำความรู้จักกับหลักสูตรการรับรองการสอนภาษาอังกฤษ TEFL /TESOL

เปิดอ่าน 12,054 ครั้ง
ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!
ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!
เปิดอ่าน 13,182 ครั้ง
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
เปิดอ่าน 21,360 ครั้ง
วิธีปลูกผักอีตู่ (แมงลัก) ในกระถาง
วิธีปลูกผักอีตู่ (แมงลัก) ในกระถาง
เปิดอ่าน 4,750 ครั้ง
นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
นัยสำคัญยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเชียน อย่างยั่งยืนสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
เปิดอ่าน 40,908 ครั้ง
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542  หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา(2)
วิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา(2)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ