ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการคิดเชิงคำนวณ

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการคิดเชิงคำนวณ

ชื่อผู้วิจัย นางสาวดรุณี บุญวงค์

สอนรายวิชา วิทยาการคำนวณ 1 รหัสวิชา ว21103 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

จากการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพ.ศ 2560) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กำหนดให้ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น และนำไปใช้ในการดำรงชีวิตหรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้แนวคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหา ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ กระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายของหลักสูตรคือ ผู้เรียนจะต้องเข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้ และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ หรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งเข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ

จากการสอนในรายวิชาวิทยาการคำนวณ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ว่าด้วยเรื่องแนวคิดเชิงนามธรรมและการแก้ปัญหา พบว่า ผู้เรียนยังขาดทักษะ กระบวนการคิด ยังสับสน ในขั้นตอนการแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ ไม่สามารถคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอน การแก้ปัญหา การเขียนรหัสลำลองและผังงานได้ การประชุม และร่วมมือกันของคุณครูกลุ่มสาระเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือ PLC ได้ลงความเห็นว่าควรจัดกิจกรรม นวัตกรรมที่พัฒนา และเสริมทักษะ กระบวนการคิด ชิงคำนวณ สอดแทรก ลงในกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาเทคโนโลยีทุกวิชา จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้

2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการคิดเชิงคำนวณ ชองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนวิชา วิทยาการคำนวณ 1 รหัส ว 21103

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน และหลังเรียน จากใช้กิจกรรมเสริมทักษะกระบวน การคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนวิชา วิทยาการคำนวณ 1

รหัส ว21103

3. ขอบเขตของการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดป่าประดู่ ที่เรียนวิชา วิทยาการคำนวณ 1 รหัส ว 21103 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2562

4. วิธีดำเนินการวิจัย

4.1 ประชากร/กลุ่ม

ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดป่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ห้องเรียน จำนวน 277 คน

กลุ่มตัวอย่างใช้ในการศึกษาค้นคว้าคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/14 โรงเรียนวัดป่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 40 คน

4.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย/นวัตกรรม/หน่วยการเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่แบบทดสอบ และกิจกรรมเสริมทักษะ ดังนี้

1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน

2. กิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบ่งออกเป็น 5 กิจกรรม

กิจกรรม 1 ลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะ

กิจกรรม 2 แนวคิดเชิงนามธรรม

กิจกรรม 3 ปัญหานานาประการ

กิจกรรม 4 ถ่ายทอดความคิด

3. หน่วยการเรียนรู้ ที่ใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวนการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบ่งออกเป็น 2 หน่วย

หน่วยที่ 1 แนวคิดเชิงนามธรรม

หน่วยที่ 2 การแก้ปัญหา

4.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ศึกษาและค้นคว้าเตรียมเอกสารสร้างแบบทดสอบวัดผลการเรียนจากตำราเอกสารต่าง ๆ

2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เรื่องแนวคิดเชิงนามธรรมและการแก้ปัญหา จำนวน 30 ข้อ เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน

3.นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะกระบวนการคิดเชิงคำนวณ ก่อนปฏิบัติงาน ทุกหน่วยการเรียนรู้

4.นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post- test) หลังจากเรียนครบทุกหน่วยการเรียนรู้

5.รวบรวมข้อมูลผลการสอบนำมาวิเคราะห์ค่าสถิติ

5. การวิเคราะห์ข้อมูล/สถิติที่ใช้ในการวิจัย

โดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

สถิติที่ใช้ในการวิจัยใช้สถิติ ใช้ค่าเฉลี่ย/ร้อยละจากคะแนนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ คะแนนเต็ม 30 คะแนน

6. ผลการวิจัย

ตารางเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนการใช้และหลังการใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ลำดับที่ จำนวนนักเรียน ค่าเฉลี่ย

(คะแนนเต็ม 30 คะแนน) ร้อยละ

ก่อนเรียน 40 13.30 44.33

หลังเรียน 40 24.13 80.43

ผลต่างคะแนนการทดสอบ 11.14 36.10

จากตารางเปรียบเทียบพบว่า ผลสัมฤทธิ์ก่อนการใช้และหลังการใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณ คิดเป็นร้อยละ 44.33/80.43 โดยมีค่าเฉลี่ย 11.14/36.10 พบว่าหลังการใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณ นักเรียนทั้งหมดมีผลสัมฤทธิ์ดีขึ้น

7. อภิปรายผลวิจัย

จากการวิจัยในครั้งนี้พบว่า หลังจากนักเรียนได้ใช้กิจกรรมเสริมทักษะ กระบวน การคิดเชิงคำนวณ นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดที่เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ และแก้ปัญหาจากโจทย์ที่ได้รับง่ายขึ้น

8. ข้อเสนอแนะ

8.1 ควรปรับกิจกรรม ให้มีความยากง่ายสลับกัน เพื่อลดความกดดันของผู้เรียน

8.2 ควรกำหนดเวลาในกิจกรรมให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเวลาปฏิบัติติงานของนักเรียน

8.3 ควรจัดรวบรวมทำคลังนวัตกรรมกิจกรรมเสริมทักษะ กระบวนการคิดเชิงคำนวณ เพื่อให้ครู และบุคลากรทุกคน ได้นำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันอบ่างสร้างสรรค์

โพสต์โดย ดอกโศก : [22 พ.ย. 2562 เวลา 07:34 น.]
อ่าน [111187] ไอพี : 159.192.142.118
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,900 ครั้ง
ระเบียบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือน (2)
ระเบียบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือน (2)

เปิดอ่าน 30,160 ครั้ง
คำสันธาน
คำสันธาน

เปิดอ่าน 17,509 ครั้ง
นวดหน้าลดริ้วรอย
นวดหน้าลดริ้วรอย

เปิดอ่าน 387,555 ครั้ง
ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู และลักษณะครูที่ดี
ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู และลักษณะครูที่ดี

เปิดอ่าน 206,211 ครั้ง
ลำดับขั้นในการวิจัย
ลำดับขั้นในการวิจัย

เปิดอ่าน 38,788 ครั้ง
กินแอปเปิ้ล ลดไข้
กินแอปเปิ้ล ลดไข้

เปิดอ่าน 66,328 ครั้ง
หนังสือดี 100 เล่ม ที่ควรอ่าน-มีไว้ในห้องสมุด
หนังสือดี 100 เล่ม ที่ควรอ่าน-มีไว้ในห้องสมุด

เปิดอ่าน 44,117 ครั้ง
คุณลักษณะของผู้ตัดสินฟุตซอลที่ดี
คุณลักษณะของผู้ตัดสินฟุตซอลที่ดี

เปิดอ่าน 68,209 ครั้ง
10 มายากล เทคนิควิทยาศาสตร์ จำไว้ไปโชว์เพื่อนๆ
10 มายากล เทคนิควิทยาศาสตร์ จำไว้ไปโชว์เพื่อนๆ

เปิดอ่าน 5,147 ครั้ง
กรมอนามัยแนะนำเด็กไทย ดื่มนมจืด 2 แก้ว ทุกวัน เพิ่มความสูงได้
กรมอนามัยแนะนำเด็กไทย ดื่มนมจืด 2 แก้ว ทุกวัน เพิ่มความสูงได้

เปิดอ่าน 16,760 ครั้ง
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ
วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ

เปิดอ่าน 24,928 ครั้ง
คนจีนบ้าเรียน"ภาษาอังกฤษ" ขณะที่ไทยติดหล่มอยู่รั้งท้าย!
คนจีนบ้าเรียน"ภาษาอังกฤษ" ขณะที่ไทยติดหล่มอยู่รั้งท้าย!

เปิดอ่าน 8,508 ครั้ง
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์

เปิดอ่าน 135,829 ครั้ง
ประวัติของแคน อัครเครื่องดนตรีอีสาน
ประวัติของแคน อัครเครื่องดนตรีอีสาน

เปิดอ่าน 15,289 ครั้ง
เจ๋ง! วิธีทำหน้าจอคอมฯ ให้มีแต่คนที่ใส่แว่นเท่านั้นที่เห็น
เจ๋ง! วิธีทำหน้าจอคอมฯ ให้มีแต่คนที่ใส่แว่นเท่านั้นที่เห็น

เปิดอ่าน 9,606 ครั้ง
เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559
เดินหน้า ปฏิรูปการศึกษา 2559
เปิดอ่าน 17,808 ครั้ง
ยอดวิวเยอะมาก รายการ "ดูให้รู้ ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์"
ยอดวิวเยอะมาก รายการ "ดูให้รู้ ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์"
เปิดอ่าน 21,443 ครั้ง
15 เรื่องกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
15 เรื่องกินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 9,903 ครั้ง
หลักฟื้นสภาพจิตใจหลังน้ำลด
หลักฟื้นสภาพจิตใจหลังน้ำลด
เปิดอ่าน 34,598 ครั้ง
แตงกวา พืชใช้น้ำน้อย ปลูกข้างบ้านได้
แตงกวา พืชใช้น้ำน้อย ปลูกข้างบ้านได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ