ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับน

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย อภิรดี สินจรูญศักดิ์

ปีที่วิจัย 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนรายวิชาคอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบด้วย 3.1 เพื่อศึกษากระบวนการบันทึกในหน่วยความจำของผู้เรียนที่เรียนด้วย รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3.2 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3.3 เพื่อศึกษาความคงทนของการเรียนรู้ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 3.4 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า

1. ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนรายวิชาคอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี พบว่า สภาพปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ผู้เรียนยังไม่สามารถจำคำศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ และส่งผลให้ผู้เรียนเรียกชื่ออุปกรณ์ไม่ถูกต้อง การเรียกใช้เครื่องมือ โปรแกรมต่าง ๆ ไม่ได้ นอกจากนี้ยังพบว่าครูผู้สอนยังไม่ได้ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำให้กับนักเรียน ส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือยังไม่ตรงตามหลักการ เพราะเข้าใจว่าการท่องจำจะสามารถทำให้ผู้เรียนสามารถจำคำศัพท์ได้ในความจำระยะยาว

2. รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นี้มีชื่อเรียกว่า “DESSL Model ” ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นการกระตุ้นให้เกิดความสงสัยในปัญญา (Dis-equilibrium stage : D) ขั้นที่ 2 ขั้นขยายโครงสร้างทางปัญญา (Expand the cognitive structure stage : E) ขั้นที่ 3 ขั้นส่งเสริมการใส่ใจในความจำระยะประสาทสัมผัส (Enhance sensory register: S) ขั้นที่ 4 ขั้นการส่งเสริมการจำระยะสั้น (Enhance short-term memory: S) และ ขั้นที่ 5 ขั้นการส่งเสริมการจำในระยะยาว (Enhance long-term memory : L) โดยมีค่าประสิทธิภาพ (E1 /E 2) ของรูปแบบการเรียนการสอนเท่ากับ 81.82/80.08 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3) ประสิทธิผลการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า

3.1 การประมวลสารสนเทศของผู้เรียน มี 3 ระยะได้แก่ 1.การบันทึกในความจำระยะประสาทสัมผัส โดยผู้เรียนจะต้องใส่ใจ 2. การบันทึกในความจำระยะสั้น ผู้เรียนจะต้องจัดกลุ่มและการทำแบบฝึกหัดหรือการท่องสารสนเทศซ้ำๆ และ 3. การบันทึกในความจำระยะยาว ผู้เรียนจะต้องขยายความรู้และจัดหมวดหมู่สารสนเทศ

3.2 ผลการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.12 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนสอบของนักเรียนหลังเรียน พบว่าคะแนนสอบของนักเรียนหลังเรียน สูงกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3 ความคงทนของการเรียนรู้ของผู้เรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธ์ทางการเรียนที่เรียนรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างหลังเรียน และ หลังเรียนผ่านไป 14 วัน (2 สัปดาห์) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

3.4 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ตามเกณฑ์ของ บุญชม ศรีสะอาด (2545) โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 ค่าเฉลี่ยของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.77 โดยที่รายการที่มีระดับความพึงพอใจมากที่สุดคือ รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีการประมวลสารสนเทศ ที่ส่งเสริมกระบวนการบันทึกในหน่วยความจำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนจดจำคำศัพท์คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี ( = 4.61, S.D. = 0.61) แปรความอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย แจน : [2 ก.ย. 2562 เวลา 04:31 น.]
อ่าน [103530] ไอพี : 171.7.232.233
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,228 ครั้ง
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก

เปิดอ่าน 12,714 ครั้ง
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา

เปิดอ่าน 822 ครั้ง
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล

เปิดอ่าน 12,218 ครั้ง
วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา
วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา

เปิดอ่าน 39,535 ครั้ง
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)

เปิดอ่าน 12,666 ครั้ง
วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา

เปิดอ่าน 19,385 ครั้ง
มุขตลกของเด็กๆ ในห้องเรียน จำลองห้องเป็นรถเมล์
มุขตลกของเด็กๆ ในห้องเรียน จำลองห้องเป็นรถเมล์

เปิดอ่าน 18,926 ครั้ง
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต

เปิดอ่าน 14,886 ครั้ง
บุตรี เผือดผ่อง
บุตรี เผือดผ่อง

เปิดอ่าน 16,330 ครั้ง
กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร
กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร

เปิดอ่าน 33,196 ครั้ง
พายุไต้ฝุ่น
พายุไต้ฝุ่น

เปิดอ่าน 26,107 ครั้ง
ประวัติ แคลคูลัส
ประวัติ แคลคูลัส

เปิดอ่าน 8,710 ครั้ง
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก

เปิดอ่าน 17,029 ครั้ง
เผยเด็กนร.หญิง ไม่ค่อยกินข้าวเช้า เตือนเสี่ยงกระทบสุขภาพ-การเรียน
เผยเด็กนร.หญิง ไม่ค่อยกินข้าวเช้า เตือนเสี่ยงกระทบสุขภาพ-การเรียน

เปิดอ่าน 12,924 ครั้ง
ดาวน์โหลดไฟล์หนังสือและหนังสือเสียง "สอนนอกกรอบ : ยุทธวิธีจับใจศิษย์"
ดาวน์โหลดไฟล์หนังสือและหนังสือเสียง "สอนนอกกรอบ : ยุทธวิธีจับใจศิษย์"

เปิดอ่าน 14,509 ครั้ง
3 ปัจจัย ให้ได้งานเมื่อเรียนจบ
3 ปัจจัย ให้ได้งานเมื่อเรียนจบ
เปิดอ่าน 16,755 ครั้ง
น้ำผึ้งจากดอกลำไย
น้ำผึ้งจากดอกลำไย
เปิดอ่าน 14,670 ครั้ง
ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ
ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ
เปิดอ่าน 16,262 ครั้ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
เปิดอ่าน 2,250 ครั้ง
9 ประเภทธุรกิจที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ปี 2567
9 ประเภทธุรกิจที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ปี 2567

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ