ชื่อเรื่อง
การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่อผู้ศึกษานางสิริพร ยิ้มคง
โรงเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีการศึกษา2561
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาบริบทสภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการสอน โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเนื้อหาสาระ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่าง ๆ และใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหา ตัวชี้วัดที่ ค 1.2 ป.6/2 วิเคราะห์และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และโจทย์ปัญหาระคนของจำนวนนับ เศษส่วน จำนวนคละ ทศนิยม และร้อยละพร้อมทั้งการตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบและสร้างโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับจำนวนนับได้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 14 กิจกรรมส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา โจทย์ปัญหาจำนวนนับ โจทย์ปัญหาเศษส่วน โจทย์ปัญหาทศนิยม และโจทย์ปัญหาร้อยละ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 การดำเนินการวิจัยดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ขั้นตอนนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) : สภาพปัจจุบันและความต้องการเกี่ยวกับการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ผู้วิจัยได้สำรวจ และวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความต้องการเกี่ยวกับการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเชิงนโยบายการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับทักษะการคิดแก้ปัญหา วิเคราะห์มาตรฐาน และตัวชี้วัดหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สังเคราะห์แนวคิด หลักการทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการสอน การสืบเสาะหาความรู้ ทักษะการคิดแก้ปัญหา และทฤษฎีการเรียนรู้ มีกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีการศึกษา 2560 จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) เป็นการออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D&D) : การพัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัยได้พัฒนาและหาคุณภาพ ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนโดยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 มาพัฒนาเป็นโครงร่างรูปแบบการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนารูปแบบและด้านการสอนคณิตศาสตร์ จำนวน 5 คน ตรวจสอบคุณภาพของโครงร่างรูปแบบการสอน และเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบ และนำไปทดลองใช้ (Tryout) กับกลุ่มนักเรียนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ และหาประสิทธิภาพก่อนนำไปทดลองใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) เป็นการนำไปใช้ (Implementation : I) : เป็นการทดลองใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาประสิทธิผลการใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในขั้นนี้ผู้วิจัยนำร่างรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (The One-Group Pretest-Postest Design) และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development : D2) เป็นการประเมินผล (Evaluation : E) : เป็นการประเมินและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการสอนที่พัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาการดำเนินการวิจัยในขั้นตอนนี้เป็นการนำผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่พัฒนาขึ้นในขั้นตอนที่ 3 ซึ่งเป็นผลการวิเคราะห์ประสิทธิผลของรูปแบบได้แก่ทักษะการคิดแก้ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยกลุ่มตัวอย่างของขั้นตอนที่ 3 และขั้นตอนที่ 4 เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน 42 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (X−) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) การทดสอบค่าที (t-test dependent samples)
สรุปผลการวิจัย
1. สภาพปัจจุบันครูมีการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X−= 2.88, S.D. = .31) เมื่อพิจารณารายด้าน ด้านครูผู้สอนพบว่า สภาพปัจจุบันครูมีการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาในภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (X−= 2.76, S.D. = .21) โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการสอน หรือนวัตกรรมการเรียนการสอนที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน อยู่ในระดับปานกลาง (X− = 2.60, S.D. = .89) ด้านความต้องการ ครูมีความต้องการในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X− = 4.60, S.D. = .18) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านครูผู้สอนพบว่า ครูมีความต้องการในการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X− = 4.67, S.D. = .16) ด้านการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา พบว่าการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตสาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X− = 4.57, S.D. = .22)
2. รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประกอบด้วย องค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดกิจกรรม 5 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ 2 ขั้นเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างความรู้ ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปประยุกต์ใช้ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล 4) ผลที่ผู้เรียนจะได้รับจากการเรียนรู้ตามรูปแบบ และ 5) การประเมินผลรูปแบบ ผลการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการสอน คณิตศาสตร์ จำนวน 9 คน ได้ค่าความเหมาะสม/สอดคล้องมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X− = 4.54, S.D = .15) และค่าเฉลี่ย (X−
) ตั้งแต่ 4.22 4.78 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ตั้งแต่ .44 - .87 ซึ่งแสดงว่ารูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม/สอดคล้อง เชิงโครงสร้าง สามารถนำไปทดลองใช้ได้ และผลการหาประสิทธิภาพ (E1/E2) โดยการทดลองภาคสนาม (Field Tryout) ได้ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาเท่ากับ 81.15/82.04 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า หลังการเรียนการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนเพื่อการพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การ สืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมากที่สุด (X− = 4.53, S.D = .18)
กิตติกรรมประกาศ
การวิจัยการพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ได้เพราะได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลืออย่างดียิ่งจากนางวัฒจรี ตันติวิวัฒน์ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร ที่ได้กรุณาให้คำปรึกษาในการจัดทำและคอยให้การช่วยเหลือ แนะนำ ปรับปรุงแก้ไข ในระหว่างการวิจัยมาโดยตลอด ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้
ขอขอบพระคุณ นางจันทรา ด่านคงรักษ์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช นางจุฑารัตน์ จิตมนัส ครูเชี่ยวชาญ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายสุวิทย์ เหมทานนท์ ครูเชี่ยวชาญ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่ได้กรุณาเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ขอขอบพระคุณคณะผู้เชี่ยวชาญทั้ง 9 ท่าน ที่ได้กรุณาเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ความเหมาะสมของรูปแบบการสอนโดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ขอขอบพระคุณนางนงเยาว์ คงศาลา ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัด ท้าวโคตร สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่ได้ให้กำลังใจ และอำนวยการสะดวก ในการดำเนินการวิจัยในครั้งนี้
คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยขอน้อมบูชาพระคุณแก่บูรพาจารย์ทุกท่าน ขอมอบเป็นกตัญญุตาแด่บิดา มารดา และบุคคลในครอบครัว ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่าน
สิริพร ยิ้มคง