ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561

ชื่อผลงาน : รายงานการประเมินโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้ กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561

ผู้รายงาน : นายวุฒิชัย นวลแก้ว

รองผู้อำนวยการโรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์

ปีที่รายงาน : ปีการศึกษา 2561

บทสรุป

รายงานการประเมินโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ประเมินด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อม 2. ประเมินด้านปัจจัยนำเข้า 3. ประเมินด้านกระบวนการดำเนินโครงการ 4. ประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ประกอบด้วย 1) คุณภาพการดำเนินงานแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 2) การมีส่วนร่วมของนักเรียน ครู ผู้ปกครองในการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน 3) จำนวนการติด 0 ร มส. ของนักเรียนหลังการดำเนินโครงการ 4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการดำเนินโครงการ 5) ความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานต่อการดำเนินโครงการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย ประชากรครูจำนวน 43 คน กลุ่มตัวอย่างนักเรียน จำนวน 234 คน กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครอง จำนวน 234 คน และกลุ่มตัวอย่างคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินมี 2 ลักษณะ จำนวน 9 ฉบับ ประกอบด้วย แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) จำนวน 6 ฉบับ และแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 3 ฉบับ ทุกฉบับมีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือทุกฉบับ ได้ค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.900 – 0.953 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย(Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ผลการประเมินสรุปได้ ดังนี้

1. ผลการประเมินด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อมโครงการ การแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวม ทั้งสองกลุ่มที่ประเมินมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคิดเห็นว่าด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อมของโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.41, S.D. = .60) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน และรองลงมา คือ กลุ่มครู มีความคิดเห็นว่าบริบทของโครงการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.35,  = .46) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและ ทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของครู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.35, .= .50) ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านบุคลากรมีค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ในระดับ มาก ( = 4.48, = .51) รองลงมา คือ ด้านงบประมาณมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.40, = .54) ส่วนด้านหน่วยงานที่สนับสนุน มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมากเช่นกัน ( = 4.21, = .65) ทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสามกลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดอยู่ในระดับมาก ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มนักเรียนมีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ( = 4.53, S.D. = .46) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน รองลงมา คือ กลุ่มผู้ปกครองมีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.49, S.D. = .50) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน ส่วนกลุ่มครูมีความคิดเห็นว่าด้านกระบวนการของโครงการมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมต่ำสุด ( = 4.41, = .48) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตจำแนกเป็น

4.1 ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับคุณภาพการดำเนินการโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสามกลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้คะแนนรวมเฉลี่ย 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการดำเนินการโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ( = 4.51, S.D. = .47) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน รองลงมา คือ กลุ่มผู้ปกครอง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการดำเนินการโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ( = 4.42, S.D. = .46) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน และค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ กลุ่มครู มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการดำเนินการโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมากเช่นกัน ( = 4.31,  = .48) ได้คะแนน 20 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกประเด็นตัวชี้วัดที่ประเมิน

4.2 ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง โครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยภาพรวมทั้งสามกลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มผู้ปกครองมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ( = 4.48, S.D. = .47) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน รองลงมา คือ กลุ่มนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.39, S.D. = .47) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน และค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ กลุ่มครู มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน โดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 มีคุณภาพอยู่ในระดับมากเช่นกัน มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.30, = .53) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน

4.3 ผลการประเมินการติด 0 ร มส. รายวิชา ตามระเบียบการวัดผลประเมินผลระดับสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 1-6 โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2560-2561 พบว่า โดยภาพรวมปีการศึกษา 2560 ผลการประเมินการติด 0 ร มส เฉลี่ยร้อยละ 60.33 ปีการศึกษา 2561 ภาพรวมมีผลการประเมินการติด 0 ร มส. เฉลี่ยร้อยละ 16.52 ปีการศึกษา 2561 มีจำนวนการติด 0 ร มส. ลดลงจากปีการศึกษา 2560 ร้อยละ 74.39 39 ได้คะแนนเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ประเด็นการประเมิน

4.4 ผลการประเมินด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ โดยภาพรวม ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าปีการศึกษา 2560 โดยเพิ่มขึ้น 1.50 ได้คะแนนเฉลี่ย 5 ผ่านเกณฑ์ประเด็นการประเมิน และ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2560-2561 พบว่า ค่าเฉลี่ยปีการศึกษา 2561 สูงกว่าค่าเฉลี่ยปีการศึกษา 2560 จำนวน 2 ระดับชั้น ได้คะแนนเฉลี่ย 5 ผ่านเกณฑ์ประเมิน สรุปผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด ได้คะแนนร่วมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4.5 ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับความพึงพอใจในการดำเนินโครงการ การแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวมทั้งสี่กลุ่มที่ประเมิน มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมิน พบว่า กลุ่มนักเรียนมีความพึงพอใจในการดำเนินโครงการ การแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model ปีการศึกษา 2561 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมสูงสุด ( = 4.45, S.D. = .48) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน รองลงมา คือ กลุ่มครูมีความพึงพอใจในการดำเนินโครงการ การแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model ปีการศึกษา 2561 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ( = 4.42, = .46) ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและ ทุกรายการที่ประเมิน ส่วนกลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ( = 4.33, S.D. = .52) อยู่ในระดับมากเช่นกัน ได้คะแนน 10 ผ่านเกณฑ์ภาพรวมและทุกรายการที่ประเมิน

สรุปผลการประเมินโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิป (CIPP-Model) ทั้ง 4 ด้าน คะแนนรวม 100 ได้คะแนนรวมเฉลี่ย 100 ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

1. โรงเรียนควรนำผลการประเมินโครงการมาวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนารายงานการประเมินโครงการการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียนโดยใช้กลยุทธ์ P.S. Model โรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ปีการศึกษา 2561 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. โรงเรียนอื่นๆที่มีขนาดและบริบทหรือสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับโรงเรียนปะเหลียนผดุงศิษย์ ควรนำรูปแบบ วิธีการและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาการติด 0 ร มส. ของนักเรียน เพื่อประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาการติด 0 ร มส. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน

3. ควรนำผลการประเมินโครงการเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานอื่นๆ ได้รับทราบเพื่อให้การสนับสนุน และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง

ข้อเสนอแนะในการประเมินหรือวิจัยครั้งต่อไป

1. ในการดำเนินการครั้งต่อไปให้ประเมินเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยตรง ได้แก่ ครูและนักเรียนเท่านั้น เพราะจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงและเที่ยงตรง

2. ควรศึกษา Input Process และ Output ซึ่งมีอิทธิพลต่อการติด 0 ร มส. ของนักเรียนจะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลอาจใช้ การสังเกต สัมภาษณ์ หรือการสนทนากลุ่ม เพราะจะได้ข้อมูลที่เป็นจริง

4. ถ้าผู้บริหารจะนำโครงการนี้ไปใช้จะต้องเน้นที่ปัญหา และกระบวนการวัดผลของครูที่ส่งผลให้นักเรียนติด 0 ร มส.

โพสต์โดย บอย : [1 ส.ค. 2562 เวลา 11:04 น.]
อ่าน [102620] ไอพี : 202.143.172.36
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,987 ครั้ง
หลักเกณฑ์ฯ เลื่อนวิทยฐานะครูใหม่ : ยิ่งแก้ ยิ่งวน
หลักเกณฑ์ฯ เลื่อนวิทยฐานะครูใหม่ : ยิ่งแก้ ยิ่งวน

เปิดอ่าน 65,118 ครั้ง
การเบิกค่าเช่าบ้าน
การเบิกค่าเช่าบ้าน

เปิดอ่าน 14,656 ครั้ง
7 สุดยอดอาหารคืนความสมดุลให้ชีวิต
7 สุดยอดอาหารคืนความสมดุลให้ชีวิต

เปิดอ่าน 29,292 ครั้ง
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน

เปิดอ่าน 14,250 ครั้ง
วิธีถ่ายภาพแบบมโน เสมือนตัวเองไปเที่ยวมา
วิธีถ่ายภาพแบบมโน เสมือนตัวเองไปเที่ยวมา

เปิดอ่าน 17,961 ครั้ง
การปลูกต้นไม้ตามทิศ
การปลูกต้นไม้ตามทิศ

เปิดอ่าน 98,243 ครั้ง
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่
จะใช้คำว่าทัศนะและทรรศนะได้เมื่อไหร่

เปิดอ่าน 18,978 ครั้ง
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน

เปิดอ่าน 70,856 ครั้ง
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต

เปิดอ่าน 26,187 ครั้ง
จุดที่เย็นที่สุดในโลก
จุดที่เย็นที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 16,404 ครั้ง
การได้สารพิษ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
การได้สารพิษ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8

เปิดอ่าน 3,338 ครั้ง
เตรียมพร้อมลูก เปิดเทอมใหม่ห่างไกลโควิด
เตรียมพร้อมลูก เปิดเทอมใหม่ห่างไกลโควิด

เปิดอ่าน 2,530 ครั้ง
4 จุดภายในบ้าน ที่ควรตรวจสอบ ป้องกันผู้สูงวัยลื่นล้ม เสี่ยงอันตราย
4 จุดภายในบ้าน ที่ควรตรวจสอบ ป้องกันผู้สูงวัยลื่นล้ม เสี่ยงอันตราย

เปิดอ่าน 24,082 ครั้ง
พ.ร.บ. ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น
พ.ร.บ. ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น

เปิดอ่าน 21,277 ครั้ง
ว28/2555 การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ว28/2555 การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เปิดอ่าน 19,402 ครั้ง
อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์
อันตราย! ขวดนม 80% มีสารเคมีอันตราย กระทบระบบสืบพันธุ์
เปิดอ่าน 38,710 ครั้ง
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เปิดอ่าน 20,010 ครั้ง
ไม้มงคลประจำวันเกิด ปลูกเสริมโชคลาภ
ไม้มงคลประจำวันเกิด ปลูกเสริมโชคลาภ
เปิดอ่าน 26,745 ครั้ง
เหตุผลที่ต้องซื้อ "กล้องดิจิตอล"
เหตุผลที่ต้องซื้อ "กล้องดิจิตอล"
เปิดอ่าน 30,730 ครั้ง
พยาธิใบไม้ในตับ
พยาธิใบไม้ในตับ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ