ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน โรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

บทคัดย่อ

เรื่องที่วิจัย การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน

โรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ผู้วิจัย ประเสริฐ ต้นโนนเชียง

ปีที่วิจัย 2560

การวิจัย เรื่อง การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงานโรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้เข้าใจด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน โรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการ ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ของครูโรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 3) เพื่อประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ของครูโรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 4) เพื่อประเมินการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ของครูโรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย 1) พนักงานครู ผู้ช่วยครูและบุคลากรสนับสนุนการสอน (ครูผู้ร่วมวิจัย) โรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง ปีการศึกษา 2560 จำนวน 25 คน ประกอบด้วย ผู้วิจัย จำนวน 1 คน และครูปฏิบัติหน้าที่การสอน(ครูผู้ร่วมวิจัย) ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 24 คน 2) กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 234 คน ประกอบด้วย ครูปฏิบัติหน้าที่การสอน (ครูผู้ร่วมวิจัย) ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 24 คน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 1 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 206 คน เริ่มทำการวิจัยในวันที่ 20 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 โดยแบ่งเป็น 2 วงรอบ ดังนี้

วงรอบที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 ถึงวันที่ 26 กันยายน 2560

วงรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2561

เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย (1) แบบทดสอบเรื่อง การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน (2) แบบสัมภาษณ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ (3)แบบสัมภาษณ์การนิเทศภายในจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน สำหรับครูผู้สอน (4) แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน (5) แบบประเมินการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน (6) แบบบันทึกกิจกรรมประจำวันของผู้วิจัย

สรุปผลการวิจัย

การวิจัยดำเนินการตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ จำนวน 2 วงรอบ โดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน แล้วดำเนินการนิเทศภายในตามกิจกรรมประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมประเมินการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน เพื่อให้การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดทำโครงงาน มีความถูกต้องสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ ในการปฏิบัติการซึ่งผู้วิจัยได้นำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขในวงจรต่อไป

1. ผลการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน คณะครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ได้อย่างถูกต้องและเกิดความมั่นใจในการนำไปใช้สอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แบบโครงงานได้อย่างถูกต้อง สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมตามระดับชั้นและวัยของนักเรียน และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและจัดการเรียนรู้แบบโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้เรียนสามารถตั้งชื่อเรื่องที่จะทำโครงงาน ออกแบบโครงงานลงมือทำโครงงาน เขียนรายงาน นำเสนอโครงงาน และวัดประเมินผลโครงงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง

2. คะแนนทดสอบก่อนการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 11.62 คะแนน ทดสอบหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน มีคะแนนเฉลี่ย 16.67 ค่า t = 12.559 , df = 23 , P (2 – tailed) = .01 และค่า p/2 < infinity (.000< .01) สรุปได้ว่า ความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน หลังการอบรมเชิงปฏิบัติการสูงกว่าความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน ก่อนการอบรมเชิงปฏิบัติการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. ผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แบบโครงงาน(วงรอบที่ 1) โดยรวมทั้ง 6 ด้านมีความถูกต้องเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง (x- = 2.72)

ผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แบบโครงงาน(วงรอบที่ 2) โดยรวมทั้ง 6 ด้านมีความถูกต้องเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (x- = 4.70)

4. ผลการประเมินการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน (วงรอบที่ 1) โดยรวมทั้ง 20 รายการมีความถูกต้องเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ( x-= 2.79)

ผลการประเมินการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน (วงรอบที่ 2) โดยรวมทั้ง 20 รายการมีความถูกต้องเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( x-= 4.61)

โพสต์โดย PTK : [26 มี.ค. 2562 เวลา 17:41 น.]
อ่าน [103472] ไอพี : 182.232.178.106
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 42,943 ครั้ง
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น

เปิดอ่าน 14,646 ครั้ง
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน

เปิดอ่าน 49,779 ครั้ง
อารยธรรมกรีกโบราณ
อารยธรรมกรีกโบราณ

เปิดอ่าน 20,725 ครั้ง
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา

เปิดอ่าน 31,387 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!
คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!

เปิดอ่าน 15,115 ครั้ง
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้
สธ. เตือนดื่มน้ำมากเกินไม่ดี เสี่ยงสมองบวม เสียชีวิตได้

เปิดอ่าน 16,582 ครั้ง
ประวัติวันเด็กแห่งชาติ
ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

เปิดอ่าน 1,107 ครั้ง
บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?
บริษัทรับทำ SEO ให้ติดหน้าแรกจ้างแล้วคุ้มจริงไหม เลือกเจ้าไหนดี?

เปิดอ่าน 49,140 ครั้ง
รับชมที่นี่ วีดิทัศน์ สอนการเขียนสระภาษาไทยที่ถูกต้อง
รับชมที่นี่ วีดิทัศน์ สอนการเขียนสระภาษาไทยที่ถูกต้อง

เปิดอ่าน 20,588 ครั้ง
เรื่องของกลิ่นปาก
เรื่องของกลิ่นปาก

เปิดอ่าน 81,921 ครั้ง
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก
เทคนิคการแรเงาน้ำหนัก

เปิดอ่าน 26,167 ครั้ง
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579

เปิดอ่าน 3,342 ครั้ง
เตือน!กลโกงคนใกล้ตัว ระวังเซ็นเอกสารอาจเสียทรัพย์ เป็นหนี้หมดตัว
เตือน!กลโกงคนใกล้ตัว ระวังเซ็นเอกสารอาจเสียทรัพย์ เป็นหนี้หมดตัว

เปิดอ่าน 36,475 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime  (7 ก.พ. 2560)
รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime (7 ก.พ. 2560)

เปิดอ่าน 3,727 ครั้ง
กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด
กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด

เปิดอ่าน 11,196 ครั้ง
ล้างพิษลำไส้ใหญ่ กากใยอาหารจากธรรมชาติช่วยคุณได้
ล้างพิษลำไส้ใหญ่ กากใยอาหารจากธรรมชาติช่วยคุณได้
เปิดอ่าน 52,652 ครั้ง
ยาจำพวกซัลฟา
ยาจำพวกซัลฟา
เปิดอ่าน 19,863 ครั้ง
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย
ด้วยหน้าที่ ด้วยหัวใจ "ชีวิตครูบนดอย" โรงเรียนแม่สะเต เชียงใหม่ เรือจ้างผู้ไม่ท้อถอย
เปิดอ่าน 54,214 ครั้ง
อนาคตของนักเรียน: ทักษะแรงงาน รายได้จากการทำงาน และโอกาสจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
อนาคตของนักเรียน: ทักษะแรงงาน รายได้จากการทำงาน และโอกาสจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
เปิดอ่าน 11,939 ครั้ง
ไม่อยากเป็นผู้หญิง กลิ่นตัวแรง
ไม่อยากเป็นผู้หญิง กลิ่นตัวแรง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ