กลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล
โรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
----------------------------------------------------------------------------------------------------
ธีระ ขันบุตร
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์)
โครงการโรงเรียนคุณธรรม เป็นการดำเนินงานเพื่อสืบสานพระราชปณิธานเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้การดำเนินงานตามนโยบายภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการจัดการศึกษาได้เร่งรัดพัฒนาให้เยาวชนมีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข มีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมโดยจัดทำโครงการ โรงเรียนคุณธรรม เพื่อพัฒนาโรงเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น เพราะรูปแบบของโรงเรียนคุณธรรมสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนได้จริง ช่วยให้พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ลดลง เสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นการพัฒนาเยาวชนได้อย่างยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินนโยบายโครงการโรงเรียนคุณธรรม ตามกรอบแนวคิด 5 ด้าน คือ พอเพียง กตัญญู ซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบและอุดมการณ์คุณธรรม ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้จะส่งเสริมให้นักเรียนเป็นคนดี ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความสงบ ซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้วิเคราะห์ไว้ว่า การปลูกฝังและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้กับเยาวชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องกระทำเป็นอย่างยิ่งและทำเป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยบุคคล กลุ่มคนสถาบัน องค์กรต่างๆ และวัยที่ต้องเน้นย้ำเป็นอย่างยิ่งคือวัยเด็กโดยในการพัฒนาประเทศจะต้องกระทำทั้งทางด้านวัตถุและด้านจิตใจไปพร้อมๆ กันจึงจะเกิดผลดี การพัฒนาคุณภาพด้านจิตใจให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์ได้จะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม เพราะเป็นรากฐานแห่งความเจริญรุ่งเรืองมั่นคง ความสงบสุขของบุคคลและประเทศชาติ
โรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ปัจจุบันเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน รวม 532 คน มีครูจำนวน 22 คนได้ดำเนินการจัดการศึกษาตามภารกิจและบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดในการพัฒนานักเรียนพัฒนาการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านคุณภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) ได้รับข้อเสนอแนะที่สำคัญเพื่อการพัฒนาเน้นให้โรงเรียนส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมแก่นักเรียนให้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ผู้ปกครอง บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมโดยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีของนักเรียน เช่น ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความมีวินัย ความพอเพียง เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มขึ้น โรงเรียนควรจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งในและนอกโรงเรียนซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และรายงานการประเมินตนเองโรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) ปีการศึกษา 2559 พบว่า การดำเนินการโครงการโรงเรียนคุณธรรมไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามเกณฑ์การประเมินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 4 มาตรฐาน 7 ตัวบ่งชี้ 24 ประเด็นพิจารณา ซึ่งจากการประเมินนั้นในจำนวน 4 มาตรฐาน 24 ประเด็นพิจารณา โดยภาพรวมผู้เรียนยังมีผลการประเมินระดับปรับปรุง และระดับพอใช้อยู่ จำนวน 16 ประเด็นพิจารณา คิดเป็นร้อยละ 66.67 ซึ่งถือว่ายังเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องเร่งรัดพัฒนาให้ได้ระดับดีขึ้นไปเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนคุณธรรมแต่การดำเนินงานที่ผ่านมาโรงเรียนยังไม่มีทิศทางในการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ส่งผลให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและยังไม่มีกลยุทธ์ แนวทางหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติได้จริงและสามารถนำไปสู่ผลสำเร็จของการพัฒนาผู้เรียนให้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
ผู้เขียนในฐานะเป็นผู้บริหารโรงเรียน มีหน้าที่ในการบริหารจัดการผู้เรียนให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อันจะส่งผลให้นักเรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความรู้คู่คุณธรรม ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนที่มีสติปัญญาดีมีความสุขและมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ซึ่งถือเป็นมาตรฐาน จึงทำการวิจัยเรื่อง กลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการพัฒนาให้นักเรียนมีคุณธรรมตามกรอบแนวคิดโรงเรียนคุณธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มุ่งให้มีความสุขในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนตลอดไป
ในการวิจัย นี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) 2)เพื่อสร้างกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) 3) เพื่อทดลองใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) 4) เพื่อประเมินกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) ซึ่งแบ่งวิธีการวิจัยเป็น 4 ขั้นตอน คือขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล มี 2 ส่วนคือ 1) การสังเคราะห์องค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โดยการสังเคราะห์เอกสาร (Documentary Synthesis) จากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้องค์ประกอบและรายการเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล 2) การศึกษาองค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จำนวน 7 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างกลยุทธ์ มี 3 ส่วนคือ 1) การยกร่าง กลยุทธ์ 2) การตรวจสอบกลยุทธ์ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 12 คน 3) การสร้างคู่มือดำเนินงานการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสม (Propriety) จำนวน 5 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้กลยุทธ์ มี 2 ส่วน คือ 1) ทดลองใช้ในโรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์ โดยครู จำนวน 22 คน 2) การพัฒนากลยุทธ์ โดยการประชุมสัมมนา อิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินกลยุทธ์มี 2 ส่วน คือ 1) ข้อมูลจากผลการประเมินโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบตามมาตรฐานตัวชี้วัดและประเด็นพิจารณาโรงเรียนคุณธรรมของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 4 มาตรฐาน 7 ตัวชี้วัด 24 ประเด็นพิจารณา ที่เป็นเครื่องมือประเมินโรงเรียนทั่วไปเพื่อเป็นโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบ มาวิเคราะห์เทียบเคียงและนำเสนอผลอ้างอิงผลการใช้กลยุทธ์ 2) การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อกลยุทธ์โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) จำนวน 47 คน คือ 1) กลุ่มครูผู้สอน จำนวน 22 คน 2) กลุ่มนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 6 ที่เป็นหัวหน้าห้อง จำนวน 12 คน 3) คณะกรรมการโรงเรียน จำนวน 13 คน
ผลการวิจัย พบว่า 1) องค์ประกอบของการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) มี 5 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 3) การจัดการเรียนการสอนของครู 4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 14 องค์ประกอบย่อย รวม 49 รายการ 2) การสร้างกลยุทธ์ พบว่า มี 5 องค์ประกอบหลัก คือ 1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 3) การจัดการเรียนการสอนของครู 4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน รวม 14 องค์ประกอบย่อยและ 50 รายการ โดยจำแนกกลุ่มรายการของกลยุทธ์ตามหลักการวิเคราะห์เชิงระบบ แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปัจจัยนำเข้า (Inputs :I) จำนวน 10 รายการ กลุ่มกระบวนการ (Process : P) จำนวน 32 รายการและกลุ่มผลผลิต (Outputs : O) จำนวน 8 รายการ 3) ผลการทดลองใช้กลยุทธ์ พบว่า ในภาพรวมครูผู้สอนมีความคิดเห็นว่า การดำเนินงานตามกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผลโรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด 4 กลยุทธ์หลัก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน การจัดการเรียนการสอนของครู การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ตามลำดับ และมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 1 กลยุทธ์หลัก คือ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนและผลการพัฒนากลยุทธ์โดยการประชุมสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ เห็นว่าควรพัฒนา คือ การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน จำนวน 2 รายการ การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 2 รายการ การจัดการเรียนการสอนของครู จำนวน 2 รายการ การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน จำนวน 1 รายการและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 1 รายการ รวมทั้งสิน 8 รายการ 4) ผลการประเมินกลยุทธ์ มี 2 ส่วนคือ 4.1) ผลการใช้กลยุทธ์ พบว่า ในภาพรวม มีการพัฒนาในระดับดีขึ้นทุกมาตรฐาน ประเด็นพิจารณาได้ระดับดีเยี่ยม จำนวน 20 ประเด็นและระดับดี จำนวน 4 ประเด็น คิดเป็น ร้อยละ 100 เป็นไปตามเกณฑ์และสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 4.2) ผลการประเมินความพึงพอใจ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อกลยุทธ์ พบว่าในภาพรวมครูผู้สอน คณะกรรมการโรงเรียน และนักเรียนที่เป็นหัวหน้าห้อง มีความเห็นสอดคล้องกันว่ามีความพึงพอใจต่อกลยุทธ์อยู่ในระดับมากที่สุดทุกกลยุทธ์หลัก
จากผลการวิจัยมีประเด็นสำคัญที่นำมาอภิปราย คือ 1) ผลการศึกษาองค์ประกอบของการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) พบว่า มีจำนวน 5 องค์ประกอบหลัก คือ 1.1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 1.2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 1.3) การจัดการเรียนการสอนของครู 1.4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 1.5)การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความคิดการวิจัย แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบในการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล ที่สังเคราะห์ได้จากแนวคิดของนักวิชาการ นักการศึกษาและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญตลอดจนผลการวิจัยทางด้านการศึกษาเป็นแนวคิดที่สอดรับกับความต้องการและนำมากำหนดทิศทางเพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและคุณภาพนักเรียนของโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรมได้เพื่อใช้ในการพัฒนาไปสู่การเป็นโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบอย่างสมบูรณ์ตามบริบทเชิงพื้นที่ของโรงเรียนได้และจะส่งผลให้การดำรงชีวิตของบุคคลในโรงเรียนและสังคมมีความสุขในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป 2) ผลการสร้างกลยุทธ์ พบว่า มี 5 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย 2.1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 2.2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 2.3) การจัดการเรียนการสอนของครู 2.4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 2.5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน รวม 14 องค์ประกอบย่อยและ 50 รายการ โดยจำแนกกลุ่มรายการของกลยุทธ์ตามหลักการวิเคราะห์เชิงระบบ แยกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มปัจจัยนำเข้า (Inputs: I) จำนวน 10 รายการ กลุ่มกระบวนการ (Process : P) จำนวน 32 รายการและกลุ่มผลผลิต (Outputs : O) จำนวน 8 รายการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการสร้างกลยุทธ์ได้ศึกษาเอกสารแนวคิด ทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่เป็นแหล่งข้อมูลจากแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนที่เป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับจาก นักการศึกษาอย่างกว้างขวางและมีความหลากหลาย รวมถึงการเน้นให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและคำนึงถึงบริบทของผู้บริหาร ครู นักเรียน และสภาพทั่วไปของโรงเรียนอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังมีการดำเนินการสังเคราะห์กลยุทธ์ขึ้นอย่างเป็นระบบและได้นำแนวคิดแบบวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis) มากำหนดรายการปฏิบัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานจริงเกิดความสะดวกในการดำเนินการบูรณาการทำให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลในระดับสูงหากนำกลยุทธ์ไปใช้ และผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่า มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ระดับมากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์ที่มีระบบการสร้างหรือพัฒนาเป็นอย่างดีจะส่งผลให้ผู้บริหารตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มีทิศทางในการดำเนินงานองค์กรที่ชัดเจน สามารถสร้างผลตอบแทน ที่เหนือกว่าคู่แข่งขันได้ ยกระดับองค์กรให้สามารถบรรลุประสิทธิภาพและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้ และจะช่วยให้ผู้บริหารมีการทำงานลักษณะเชิงรุกมากขึ้น นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กับรูปแบบการจัดการทรัพยากรทั้งระบบ (A System Resource Model) ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการทรัพยากรทั้งระบบและการวัดประสิทธิผลจากความสามารถขององค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เพื่อให้เกิดประสิทธิผลของงานอีกด้วย 3) ผลการทดลองใช้กลยุทธ์ พบว่า 3.1) ครูผู้สอน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด 4 กลยุทธ์หลักและมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 1 กลยุทธ์หลัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ฯ ทุกกลยุทธ์เป็นไปอย่างเป็นกระบวนการสามารถปรับประยุกต์เข้ากับการปฏิบัติงานจริงของครูตามสภาพพฤติกรรมการแสดงออกอันเป็นจริงในชีวิตประจำวัน เป็นความต้องการของนักเรียนอย่างแท้จริง รวมถึงสอดรับกับบริบทของโรงเรียน ชุมชนและท้องถิ่น ผู้ปฏิบัติมีความรู้ความเข้าใจ ในหลักการและแนวคิดของโรงเรียนคุณธรรมเป็นอย่างดี ทำให้การปฏิบัติและการบูรณาการกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงเป็นไปตามขั้นตอนในคู่มือดำเนินงานฯ จึงทำให้เกิดประสิทธิผลในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ การสอนคุณธรรม จริยธรรมผู้เรียนโดยปกติครูจะสอดแทรกไว้ในการเรียนการสอนรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือครูให้นักเรียนได้ทำงานกันเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งของการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างเหมาะสม สำหรับผลการพัฒนากลยุทธ์ พบว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าควรพัฒนา คือ การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน จำนวน 2 รายการ การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 2 รายการ การจัดการเรียนการสอนของครู จำนวน 2 รายการ การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน จำนวน 1 รายการ และ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 1 รายการ รวมทั้งสิน 8 รายการ แสดงให้เห็นว่าผู้วิจัยมีกระบวนการดำเนินการวิจัยเป็นไปตามระเบียบวิธีของการวิจัยและพัฒนาเป็นที่น่าเชื่อถือได้จึงทำให้มีรายการปรับปรุงและพัฒนาเป็นจำนวนน้อยรายการ ทั้งนี้การสัมมนา อิงผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ในการปรับปรุงพัฒนากลยุทธ์ฯ ถือว่าเป็นวิธีการประเมินรูปแบบหนึ่งของวิธีการประเมินเชิงธรรมชาติ (Naturalistic Approach) เป็นการให้ความสำคัญกับผู้รู้หรือผู้ทรงคุณวุฒิในการใช้วิจารณญาณวิเคราะห์วิจารณ์อย่างลึกซึ้งในประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่นำขึ้นมาให้พิจารณาทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่มีประสิทธิภาพหรือความเหมาะสมของสิ่งที่ประเมินเน้นผลที่เน้นความเฉพาะทาง (Specialization) เป็นการอาศัยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงมาวินิจฉัยเนื่องจากไม่สามารถวัดคุณค่าได้จากเครื่องมือวัดใดๆนอกจากการใช้วิจารณญาณของผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นผลที่ยอมรับได้ 4) ผลการประเมินกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) มี 2 ส่วน คือ 4.1) ผลการประเมินผลการใช้กลยุทธ์ พบว่า มีการพัฒนาในระดับดีขึ้นทุกมาตรฐาน ประเด็นพิจารณาได้ระดับดีเยี่ยม จำนวน 20 ประเด็นและระดับดี จำนวน 4 ประเด็น คิดเป็นร้อยละ 100 เป็นไปตามเกณฑ์และสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ได้รับการประกาศให้เป็นโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ประจำปีการศึกษา 2560 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก โรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) มีการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่สร้างขึ้นทั้ง 5 กลยุทธ์หลัก 14 กลยุทธ์ย่อย 50 รายการ ได้อย่างครอบคลุมสอดคล้องกับรายการและเกณฑ์การประเมินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ จำนวน 4 มาตรฐาน 7 ตัวบ่งชี้ 24 ประเด็นพิจารณา ที่เป็นเครื่องมือประเมินโรงเรียนทั่วไปเพื่อเป็นโรงเรียนคุณธรรมเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับการนิเทศ ติดตามจากผู้วิจัยอย่างต่อเนื่องสนับสนุนการดำเนินงานตามกลยุทธ์และให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะแก่ผู้ปฏิบัติเป็นอย่างดี เพื่อให้มีความพร้อมรับการประเมินทำให้ได้รับการประกาศเป็นโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบ 4.2) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อกลยุทธ์ พบว่า ความพึงพอใจของครูผู้สอน คณะกรรมการโรงเรียนและนักเรียนที่เป็นหัวหน้าห้องมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า มีความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ(เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) อยู่ในระดับมากที่สุดทุกกลยุทธ์หลัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินงานร่วมกัน ทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน ผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมตามกรอบแนวคิดโรงเรียนคุณธรรม รวมทั้งองค์ความรู้ด้านคุณธรรม และการเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้บริหารโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนของครูการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพนักเรียน ตลอดจนการเพิ่มองค์ความรู้และมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน ทำให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกัน มีความไว้วางใจกันเป็นการสนองตอบความต้องการของทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง สามารถประสานการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี จึงมีความเข้าใจหลักการและวิธีการตาม กลยุทธ์อย่างชัดเจนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและการที่โรงเรียนที่มีสังคมบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้มีความพร้อมในด้านทรัพยากรวัตถุ เทคโนโลยี งบประมาณและทรัพยากรบุคคล ย่อมสามารถจัดการศึกษาได้อย่างดี ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานกำหนด และได้รับการพัฒนาอย่างครบถ้วนทุกด้านจึงปรากฏผลเช่นนี้
สำหรับแนวทางการนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาโครงเรียนคุณธรรมขอ เสนอไว้ ดังนี้ 1) ผู้บริหารโรงเรียนสามารถนำกลยุทธ์ฯ นี้ ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโรงเรียนได้โดยอาจให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมในการสังเคราะห์รายละเอียดของกลยุทธ์ย่อยรายการและกิจกรรมที่โรงเรียนต้องปฏิบัติเพิ่มเติม แล้วปรับใช้ในการเสริมจุดเด่น พัฒนาจุดด้อยของงานแต่ละด้านได้ เพราะกลยุทธ์ฯ มีความครอบคลุมทุกงานของโรงเรียน จะช่วยให้การปฏิบัติของบุคลากรและ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล เป็นเครื่องมือและเป็นกลไกในการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนคุณธรรมอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่องและใช้เป็นกรอบแนวทางในการสังเคราะห์ผลงานของโรงเรียนผู้บริหารโรงเรียนและครูเพื่อจัดทำแผนพัฒนา ขีดความสามารถของแต่ละกลุ่มบุคคล เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมให้บรรลุผลสำเร็จและมีสัมฤทธิผลต่อไป
จากผลการวิจัยเรื่องกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผล โรงเรียนบ้านปากน้ำ (เผดิมจีนนาวาสงเคราะห์) ที่สอดรับกับกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานผู้บริหารโรงเรียนสามารถใช้แนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีสัมฤทธิผลนี้ประยุกต์กับแนวคิดทฤษฎีอื่นๆได้อย่างเหมาะสมตามลักษณะและรายละเอียดของแต่ละภารกิจนั้นๆ สำหรับงานวิจัยนี้ ผู้เขียนได้สรุปแนวทางการใช้หลักคิดแบบวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis) ซึ่งระบบมี 3 องค์ประกอบหลักคือ 1) ปัจจัยนำเข้า (Inputs) หรือทรัพยากรที่นำมาบริหารโรงเรียน 2) กระบวนการบริหารจัดการ (Process) และ3) ผลผลิต (Outputs) มาประยุกต์ให้เห็นภาพที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการนำไปสู่การปฏิบัติและให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน