ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model” เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model” เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย ฐิติรัตน์ พาลเสือ

ปีการศึกษา 2560

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์การวิจัย (1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม (2) เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5(4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม จำนวน 38 คน ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 1 ห้องเรียน ด้วยการใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่มตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ตามขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอนประกอบด้วย(1) แบบวิเคราะห์เอกสาร(2)แบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยระดับประถมศึกษาตอนปลาย เกี่ยวกับสภาพการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ภาษาไทยในยุคปัจจุบัน(3) หนังสือส่งเสริมการอ่านชุดรักษ์การอ่าน จำนวน 10 เล่ม (4) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ 7 ขั้นตอนการสอนตามรูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model” เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 แผน(5) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านจับใจความ(6)แบบประเมินนิสัยรักการอ่าน(7)แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model” ตัวแปรอิสระ ได้แก่ รูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถ ในการอ่านจับใจความ นิสัยรักการอ่าน ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอน สถิติการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (X ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สถิติแบบไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า

1. การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ“THITIRAT Model”เพื่อสงเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านพบว่า สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พบว่า ครูยังคงเน้นการบรรยายเนื้อหาเป็นหลัก ไม่มีรูปแบบการสอน เทคนิควิธีการสอน และกระบวนการจัด การเรียนการสอนที่แปลกใหม่ ไม่น่าสนใจ ครูใช้สื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนน้อย สื่อ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ เก่าและขาดคุณภาพ ขาดการค้นคว้าหาข้อมูล ความรู้จากแหล่งต่างๆ ด้วยตนเอง ไม่มีการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ไม่ได้ฝึกกำกับการเรียนรู้ของตนเอง ไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง

2.การออกแบบและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ขั้นตอนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาตาม หลักการ และแนวคิดรูปแบบการสอนของทิศนา แขมมณีผสมผสานกับกระบวนการวิจัยและพัฒนาโดยมีองค์ประกอบดังนี้ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน สาระหลัก สิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ระบบสังคม หลักการตอบสนองและสิ่งสนับสนุน รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีกระบวนการสอน 7 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นเตรียมความพร้อม (The leading = T) 2) ขั้นการเรียนการสอน (Instructive = I) 3) ขั้นฝึกฝนผู้เรียน (Train = T) 4) ขั้นความสามารถในการอ่าน (Information = I) 5) ขั้นทบทวนความรู้ (Review = R) 6) ขั้นประยุกต์ใช้ (Application = A) 7) ขั้นประเมินผล (Tax = T) ตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ารูปแบบการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกัน(IOC = 096)

3. การทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5พบว่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบ“THITIRAT Model”มีค่าเท่ากับ 98.56/97.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

4. การประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ “THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5สรุปผลดังนี้

4.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการเรียนรู้และหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบ“THITIRAT Model”เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนมีความสามารถในการอ่านจับใจความสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ระดับ .01

4.2 นักเรียนมีทักษะนิสัยรักการอ่านโดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมากโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ4.54

4.3 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1ที่เรียนด้วยรูปแบบ การเรียนการสอนแบบ“THITIRAT Model” เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62

โพสต์โดย ฐิติรัตน์ : [16 ก.พ. 2562 เวลา 08:28 น.]
อ่าน [104711] ไอพี : 61.7.218.50
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,071 ครั้ง
พืชผักสวนครัว
พืชผักสวนครัว

เปิดอ่าน 25,312 ครั้ง
ประเพณีสงกรานต์ล้านนา
ประเพณีสงกรานต์ล้านนา

เปิดอ่าน 4,972 ครั้ง
ประโยชน์ของน้ำขิง
ประโยชน์ของน้ำขิง

เปิดอ่าน 15,395 ครั้ง
ปฏิรูปการเรียนรู้...สู่...ห้องเรียน
ปฏิรูปการเรียนรู้...สู่...ห้องเรียน

เปิดอ่าน 24,509 ครั้ง
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ

เปิดอ่าน 16,790 ครั้ง
ค่านิยม 12 ประการ "MV ลูกทุ่ง"
ค่านิยม 12 ประการ "MV ลูกทุ่ง"

เปิดอ่าน 10,096 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่

เปิดอ่าน 19,198 ครั้ง
10 เคล็ดลับเลิกบุหรี่
10 เคล็ดลับเลิกบุหรี่

เปิดอ่าน 172,857 ครั้ง
นิยามทางการศึกษา
นิยามทางการศึกษา

เปิดอ่าน 10,185 ครั้ง
ประวัติลูกเสือไทย
ประวัติลูกเสือไทย

เปิดอ่าน 15,870 ครั้ง
สูตรอาหารแก้ท้องผูก
สูตรอาหารแก้ท้องผูก

เปิดอ่าน 12,629 ครั้ง
คู่มือการสอนอ่านเขียนโดยการแจกลูกสะกดคำ
คู่มือการสอนอ่านเขียนโดยการแจกลูกสะกดคำ

เปิดอ่าน 11,552 ครั้ง
เคล็ดลับเพื่อผิวสวยใสของสาววัย 20+
เคล็ดลับเพื่อผิวสวยใสของสาววัย 20+

เปิดอ่าน 21,267 ครั้ง
ประติมากรรมรูปเคารพ
ประติมากรรมรูปเคารพ

เปิดอ่าน 15,134 ครั้ง
แก้เมื่อยด้วย กะลา
แก้เมื่อยด้วย กะลา

เปิดอ่าน 14,838 ครั้ง
กิจกรรมวันสงกรานต์
กิจกรรมวันสงกรานต์
เปิดอ่าน 23,233 ครั้ง
ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
เปิดอ่าน 37,391 ครั้ง
คำขวัญวันครู...พ.ศ.2522 - ปัจจุบัน
คำขวัญวันครู...พ.ศ.2522 - ปัจจุบัน
เปิดอ่าน 17,051 ครั้ง
เทคนิคการแก้ปัญหา "รูขุมขนกว้าง"
เทคนิคการแก้ปัญหา "รูขุมขนกว้าง"
เปิดอ่าน 15,722 ครั้ง
อาหารต้านสารก่อมะเร็งที่พบบ่อยในธรรมชาติ
อาหารต้านสารก่อมะเร็งที่พบบ่อยในธรรมชาติ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ