รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก
ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
วัตถุประสงค์1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/802) เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3
3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่เรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนเทศบาลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬจำนวน 23 คน ที่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive Sampling)ซึ่งผู้รายงานเป็นครูประจำชั้นและผู้สอนประจำวิชาและเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาในภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2560จำนวน 19 ชั่วโมงเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มี 4ชนิด ได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุกด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 58 แผน
มีค่าความเหมาะสม เฉลี่ยเท่ากับ 4.89 อยู่ในเกณฑ์ระดับเหมาะสมมากที่สุด 2แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุกด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 9เล่มมีค่าความเหมาะสม เฉลี่ยเท่ากับ4.46 อยู่ในเกณฑ์ระดับเหมาะสมมากที่สุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุกเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ
ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ ซึ่งมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.40-0.70 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.27-0.67และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.904) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์
เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานจำนวน10 ข้อ ซึ่งดัชนีความสอดคล้องเชิงเนื้อหา (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80-1.00และหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าสถิติพื้นฐาน ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และt-test (Dependent Samples)
ผลการศึกษาพบว่า
1. แบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ มีค่าประสิทธิภาพ 82.52/81.74 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
2. ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก
ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ มีค่าเท่ากับ 0.6746 ซึ่งหมายความว่านักเรียนมีก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.64
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่เรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน โรงเรียนเทศบาลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก
ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
(x̄ ̅"=4.05S.D.=0.69" )
โดยสรุปแบบฝึกเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ เรื่อง คณิตคิดสนุก ด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล
ปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด มีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้น และมีความพึงพอใจ
โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดจึงสมควรส่งเสริมให้ครูใช้แบบฝึกทักษะเป็นสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไป