ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค การใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑(บ้านท่าตะเภา) ใช้รูปแบบวิจัย R&D ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน

ขั้นตอน ที่ 1 การวิจัย (Research) : การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้และสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยในประเทศ งานวิจัยในต่างประเทศ ข้อมูลนักเรียน และการสนทนากลุ่มกับนักเรียน ครู และผู้ปกครอง 2) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ที่เรียน หรือเคยเรียนสาระการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง และการดำเนินชีวิตในสังคมมาแล้ว จำนวน 30 คน และ 3) ครูผู้สอนสาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 6 คน

ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development):การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ได้ดำเนินการ ดังนี้

1. ผู้วิจัยได้นำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถามที่สร้างขึ้น ให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องเชิงเนื้อหา ใช้ดุลยพินิจเพื่อหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)

และปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

2. นำแผนการจัดการเรียนรู้ ไปทดลองสอนกับกลุ่มทดลอง (แบบรายบุคคล, แบบกลุ่มเล็กและ แบบภาคสนาม) และปรับปรุงแก้ไข

3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่าง

ขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research) : การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้

การดำเนินการในขั้นตอนนี้เป็นการนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 39 คน ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบหนึ่งกลุ่มสอบก่อนสอบหลัง(One Group Pretest and Posttest Design) ก่อนเรียน ทำการทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ระหว่างเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการใช้คำถาม หลังเรียนทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ นำผลคะแนนที่ได้มาหาค่า T-Test และหลังจากนั้นประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม นำผลคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เพื่อหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ

ขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development) : การประเมินผลและปรับปรุงการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้

การดำเนินการในขั้นตอนนี้เป็นการประเมินผลความคงทนของนักเรียน หลังจากเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม ผ่านไป 14 วัน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 39 คน ซึ่งเป็นนักเรียนทดลองในขั้นตอนที่ 3 ก่อนเรียนทำการทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ระหว่างเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการใช้คำถาม หลังเรียนทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ นำผลคะแนนที่ได้มาหาค่า T-Test หลังจากนั้นประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม นำผลคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ เพื่อหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า

1. ข้อมูลพื้นฐาน

1.1 ด้านหลักสูตร หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระที่ประกอบด้วยหลายแขนงวิชา ทำให้มีลักษณะเป็นสหวิทยาการ เป็นการนำวิชาต่างๆในสาขาวิชาสังคมศาสตร์ มารวมเข้าด้วยกัน จึงมีหลายวิชาปะปนกัน ตัวชี้วัดซ้ำซ้อน เนื้อหาเปิดกว้างมาก เรียนตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

1.2 ด้านนักเรียน นักเรียนเบื่อหน่ายที่จะเรียน ครูใช้วิธีการสอนแบบเก่า ทำให้เด็กไม่อยากจะเรียน ประกอบกับวิชาสังคมศึกษาเป็นวิชาที่น่าเบื่อหน่าย นักเรียนจึงไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งผู้เรียนส่วนใหญ่มีสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้รับการดูแลจากผู้ปกครองเท่าที่ควร จึงส่งผลทำให้นักเรียนไม่ค่อยอยากจะมาโรงเรียน มีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่ามาเข้าเรียน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ

1.3 ด้านครูผู้สอน ครูเน้นการสอนเนื้อหาเป็นสำคัญ และใช้การบรรยายเป็นส่วนใหญ่ ครูไม่เน้นกระบวนการให้นักเรียนปฏิบัติจริง ไม่ได้เน้นกระบวนการเรียนการสอนที่จะหาองค์ความรู้ใหม่ที่ทำให้นักเรียนเกิดการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ประกอบกับครูต้องรับผิดชอบงานอื่นนอกเหนืองาน จึงทำให้มีเวลาสำหรับเตรียมการสอนน้อยลง

1.4 จากทางสังคม อิทธิพลของโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงสภาพแวดล้อมของครอบครัว และชุมชนเป็นแหล่งสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตที่ผิด ทำให้เด็กไม่สนใจการเรียน เด็กเกิดการเอาอย่างการกระทำที่ผิดๆ

1.5 สภาพที่ตั้งของชุมชน และสภาพพื้นฐานครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่ มีคุณภาพชีวิตที่ไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร ส่งผลทำให้นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถามเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.24/87.80 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80

3. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) หลังจากเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการใช้คำถามเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านท่าตะเภา) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย แตงโม : [21 พ.ย. 2561 เวลา 17:10 น.]
อ่าน [102933] ไอพี : 119.76.124.174
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,921 ครั้ง
15 วิธีกับ 15 นาที ออกกำลังกายสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา
15 วิธีกับ 15 นาที ออกกำลังกายสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา

เปิดอ่าน 21,520 ครั้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

เปิดอ่าน 23,860 ครั้ง
ความลับของ "คนรวย"
ความลับของ "คนรวย"

เปิดอ่าน 131,532 ครั้ง
มารู้จักปุ่ม F บนคีย์บอร์ดกันดีกว่า
มารู้จักปุ่ม F บนคีย์บอร์ดกันดีกว่า

เปิดอ่าน 20,759 ครั้ง
โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก
โคขุน..."ไทยแบล็ค" ลูกผสมพันธุ์ใหม่ให้เนื้อมาก

เปิดอ่าน 38,909 ครั้ง
Why Do We Get Goose Bumps? (ทำไมเราจึงเกิด อาการขนลุก)
Why Do We Get Goose Bumps? (ทำไมเราจึงเกิด อาการขนลุก)

เปิดอ่าน 5,119 ครั้ง
ENNXO ชวนอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง ปี 2024 ที่ต้องอ่านสักครั้งในชีวิต
ENNXO ชวนอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง ปี 2024 ที่ต้องอ่านสักครั้งในชีวิต

เปิดอ่าน 17,527 ครั้ง
ผลวิจัยการใช้แท็บเล็ตตามกระแส BYOT: Bring Your Own Technology
ผลวิจัยการใช้แท็บเล็ตตามกระแส BYOT: Bring Your Own Technology

เปิดอ่าน 32,308 ครั้ง
คํานาม
คํานาม

เปิดอ่าน 1,973 ครั้ง
จองตั๋วเครื่องบินอุดร กรุงเทพ ราคาดีพร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนเดินทาง
จองตั๋วเครื่องบินอุดร กรุงเทพ ราคาดีพร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนเดินทาง

เปิดอ่าน 11,862 ครั้ง
"IAU" ประกาศ 106 ชื่อดาวเคราะห์น้อยล่าสุด หนึ่งในนั้นมีชื่อ "คนไทย"
"IAU" ประกาศ 106 ชื่อดาวเคราะห์น้อยล่าสุด หนึ่งในนั้นมีชื่อ "คนไทย"

เปิดอ่าน 17,879 ครั้ง
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

เปิดอ่าน 8,684 ครั้ง
ราชภัฏกับธนาคาร
ราชภัฏกับธนาคาร

เปิดอ่าน 12,094 ครั้ง
A Systems Approach for Developing Technological Literacy
A Systems Approach for Developing Technological Literacy

เปิดอ่าน 48,834 ครั้ง
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ

เปิดอ่าน 1,160 ครั้ง
Radiesse คืออะไร? รู้จักนวัตกรรมฉีดผิวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
Radiesse คืออะไร? รู้จักนวัตกรรมฉีดผิวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน
เปิดอ่าน 14,164 ครั้ง
นมปั่นสูตรเพิ่มพลังงาน
นมปั่นสูตรเพิ่มพลังงาน
เปิดอ่าน 30,675 ครั้ง
การจัดลำดับอาวุโสในราชการ
การจัดลำดับอาวุโสในราชการ
เปิดอ่าน 19,851 ครั้ง
ชวนคนไทยร่วมใจ ปลูกต้นไม้ถวายพ่อหลวง
ชวนคนไทยร่วมใจ ปลูกต้นไม้ถวายพ่อหลวง
เปิดอ่าน 17,099 ครั้ง
วลีเด็ดแห่งปี 2555
วลีเด็ดแห่งปี 2555

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ