ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการวิจัย เรื่อง รูปแบบตัวแทนความคิดวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ความร้อน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนผดุงนารี

นางจุไรรัตน์ ธนยั่งยืน

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนผดุงนารี

ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษารูปแบบตัวแทนความคิดวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ความร้อน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 52 คน โดยใช้แบบสอบถามปลายเปิดเรื่อง ความร้อน

ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีรูปแบบตัวแทนความคิด เกี่ยวกับมโนมติ ต่างๆ ดังนี้

1. แหล่งกำเนิดความร้อน นักเรียนบางส่วนบอกได้ว่าความร้อนเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถบอกสาเหตุของการเกิดความร้อนได้อย่างหลากหลาย อย่างน้อยคนละ 3 อย่าง เช่น ความร้อนเกิดจากดวงอาทิตย์ ความร้อนเกิดจากการเสียดสีของวัตถุ เกิดจากพลังงานในของเหลวร้อนใต้พิภพ เป็นต้น

2. ผลของความร้อน นักเรียนส่วนใหญ่สามารถบอกได้ว่า ความร้อนว่าทำให้เกิดความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในการเผาไหม้ ช่วยในการหุงต้ม ช่วยในการตากเสื้อผ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลต่อ อารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ เช่น ทำให้หงุดหงิด โกรธง่าย มีเหงื่อ ต้องอาบน้ำบ่อย นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนจำนวนมากบอกว่า จะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

3. การบอกระดับความร้อน นักเรียนส่วนใหญ่บอกว่า ทำได้โดยการสัมผัส แต่มีนักเรียนบางส่วนบอกว่า สามารถทำได้โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์วัด และมีนักเรียนบางคนสามารถบอกได้ทั้ง 2 วิธี คือ การใช้มือสัมผัสและการใช้เทอร์โมมิเตอร์ ส่วนกรณีที่เป็นสารชนิดเดียวกัน มีปริมาตรต่างกัน และมีอุณหภูมิเท่ากัน จะมีความร้อนเท่ากันหรือไม่ คำตอบของนักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ มีความร้อนเท่ากัน เนื่องจากมีอุณหภูมิเท่ากัน และอุณหภูมิไม่เท่ากัน เพราะ มีปริมาตรของน้ำต่างกัน

4. ความร้อนแฝง นักเรียนมีแนวคำตอบจำแนกได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บอกว่า น้ำแข็งที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ไม่มีความร้อน ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้มีแนวคิดที่ผิดไปจากแนวความคิดของนักวิทยาศาสตร์และกลุ่มที่บอกว่า น้ำแข็งที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส มีความร้อนแฝงอยู่ภายในระบบ

5. ความจุความร้อนจำเพาะของสาร นักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดว่า ถ้านำเหล็กและน้ำที่มีมวลเท่ากันไปวางตากแดดในเวลาเท่ากัน เหล็กจะมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำ เนื่องจากเหล็กนำความร้อนได้ดีกว่าน้ำ และเหล็กมีสถานะเป็นของแข็ง มีนักเรียนบางส่วนบอกว่าทั้งเหล็กและความร้อนมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่าวัตถุใดจะมีอุณหภูมิมากกว่ากัน

6. การถ่ายเทความร้อน นักเรียนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า ความร้อนที่ได้รับในขณะที่ยกหม้อแกงที่เปิดฝาและกำลังเดือดลงจากเตาไฟ คือ ความร้อนจากไอน้ำ ความร้อนจากการสัมผัสหูหม้อ และความร้อนที่เกิดจากเตาไฟ มีนักเรียนส่วนใหญ่ตอบทั้งสามอย่าง นักเรียนบางส่วนตอบเพียงสองอย่าง และมีนักเรียนส่วนน้อยที่ตอบเพียงอย่างเดียวคือ ไอน้ำ แต่ไม่มีนักเรียนคนใดเลยที่ใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ได้แก่ การพาความร้อน การนำความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน ในการอธิบาย

โพสต์โดย จุไรรัตน์ ธนยั่งยืน : [3 ต.ค. 2561 เวลา 14:05 น.]
อ่าน [1052] ไอพี : 223.206.251.149
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ