ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559

ชื่อผลงาน : รายงานการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559

ผู้รายงาน : นายสุพล กระสังข์

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแหลมไทร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2

ปีที่รายงาน : ปีการศึกษา 2560

บทสรุปผู้บริหาร

รายงานการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ 2) ประเมินด้านปัจจัยนำเข้าเบื้องต้นของโครงการ 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการดำเนินโครงการ 4) ประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ประกอบด้วย ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ(NT ป.3,O-NET ป.6) พฤติกรรมการสอนของครูโดยส่งเสริมให้นักเรียนใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานต่อการดำเนินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 ด้านสภาพแวดล้อมของโครงการตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและครู เกี่ยวกับความต้องการจำเป็นในการดำเนินโครงการ ความเหมาะสม ของวัตถุประสงค์โครงการ ความสอดคล้องกับนโยบายต้นสังกัด และความเป็นไปได้ของโครงการ โดยภาพรวมพบว่า ความคิดเห็นของครูและของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.24

2. ผลการประเมินผลการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการตามความคิดเห็นของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับความเหมาะสมด้านปัจจัยนำเข้าเบื้องต้นของโครงการ ก่อนการดำเนินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 เกี่ยวกับความพร้อมของบุคลากร ความเพียงพอของงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์และอาคารสถานที่ การบริหารจัดการ และหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ โดยภาพรวมพบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.98 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.24

3. ผลการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 ด้านกระบวนการดำเนินงานของโครงการตามความคิดเห็นของ ครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองเกี่ยวกับการวางแผนการดำเนินงาน การดำเนินการจัดกิจกรรม การติดตามและประเมินและการนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนา โดยภาพรวมพบว่า ความคิดเห็นของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง เกี่ยวกับความเหมาะสมด้านด้านกระบวนการดำเนินโครงการ ระหว่างการดำเนินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.08 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.25

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 ด้านผลผลิตของโครงการตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย 1)ลักษณะนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโดยมีคุณภาพอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.21 2) ทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน โดยรวมผลการประเมินมีคุณภาพอยู่ในระดับดีและดีมากรวมกันมากกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์การประเมิน 3)ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ปีการศึกษา 2559 4) พบว่าในภาพรวมของโรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคิดเป็นร้อยละ 73.37 บรรลุตามเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ คือ ร้อยละ 68 4)ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ปีการศึกษา 2559 เมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษา 2558 พบว่า ทั้งด้านภาษา คำนวณ และด้านเหตุผล มีผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มขึ้นกว่าปีการศึกษา 2558 คือ ด้านเหตุผล เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือร้อยละ 15.19 รองลงมา คือ ด้านภาษา เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.07 และด้านคำนวณเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.40 5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558 และ 2559 เมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษา 2558 สาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติเพิ่มขึ้น จากปีการศึกษา 2558 โดย สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ร้อยละ 7.68 รองลงมาคือ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ร้อยละ 2.72 และสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ร้อยละ 0.73 ตามลำดับ แต่ในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติลดลงจากปีการศึกษา 2558 โดยสารการเรียนรู้สังคมศึกษา ลดลงมากที่สุด คือร้อยละ 2.53 และสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ลดลง ร้อยละ 1.16 6)พฤติกรรมการสอนของครูโดยการส่งเสริมให้นักเรียนใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและนอกโรงเรียนโดยรวมคุณภาพอยู่ในระดับดีและดีมากรวมกันมากกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์การประเมิน 7)ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า ทั้งนักเรียน ครู และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความพึงพอใจที่สอดคล้องกัน คือ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำในการดำเนินการตามโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน ซึ่งมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.56 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.67 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 และผลการประเมินความพึงพอใจของกรรมการสถานศึกษามีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.54

สรุปผลการประเมินโครงการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมไทร ปีการศึกษา 2559 ด้านสภาพแวดล้อม ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิตของโครงการ ในภาพรวมพบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดและผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้

1. ควรมีการส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนในการเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลเพื่อนำผลมาปรับปรุงและพัฒนาโครงการต่อไป

2. โรงเรียนควรมีการประชาสัมพันธ์โครงการเผยแพร่ผลการพัฒนาเพื่อให้โรงเรียนที่มีบริบทใกล้เคียงกันสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนานิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน

ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาพัฒนาครั้งต่อไป

1. ควรศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน

2. ควรศึกษาการเปรียบเทียบกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างยั่งยืน

3. ควรมีการศึกษาความคงทนและการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตหลังสิ้นสุดโครงการในปีการศึกษาต่อไป

โพสต์โดย สุพล : [7 ส.ค. 2561 เวลา 18:39 น.]
อ่าน [103661] ไอพี : 118.173.217.249
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,172 ครั้ง
O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ
O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ

เปิดอ่าน 11,980 ครั้ง
4 วิธี สร้างสมาธิแบบไม่น่าเชื่อ
4 วิธี สร้างสมาธิแบบไม่น่าเชื่อ

เปิดอ่าน 61,700 ครั้ง
กินแอปเปิ้ล ลดไข้
กินแอปเปิ้ล ลดไข้

เปิดอ่าน 16,330 ครั้ง
ฮวงจุ้ยห้องนอน เพื่อรักยืนยาว
ฮวงจุ้ยห้องนอน เพื่อรักยืนยาว

เปิดอ่าน 47,385 ครั้ง
รายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2561
รายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2561

เปิดอ่าน 15,263 ครั้ง
ทำไมแบตเตอรี่มีอายุสั้นลง?
ทำไมแบตเตอรี่มีอายุสั้นลง?

เปิดอ่าน 25,703 ครั้ง
สิงคโปร์รณรงค์เลิกบ้าคะแนนสอบ ปรามพ่อแม่อย่ากดดันลูก
สิงคโปร์รณรงค์เลิกบ้าคะแนนสอบ ปรามพ่อแม่อย่ากดดันลูก

เปิดอ่าน 460,056 ครั้ง
การวิ่งระยะต่าง ๆ (พลศึกษา)
การวิ่งระยะต่าง ๆ (พลศึกษา)

เปิดอ่าน 13,777 ครั้ง
1 ธันวา..วันเอดส์โลก
1 ธันวา..วันเอดส์โลก

เปิดอ่าน 22,912 ครั้ง
สีเสียด
สีเสียด

เปิดอ่าน 11,309 ครั้ง
เคล็ดการอ่านสอบ เรื่อง ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
เคล็ดการอ่านสอบ เรื่อง ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน

เปิดอ่าน 37,357 ครั้ง
ครูธุรการทั่วประเทศ ขอบรรจุเป็นพนักงานราชการ รายการ สถานีประชาชน สถานี ThaiPBS 14 ส.ค.2558
ครูธุรการทั่วประเทศ ขอบรรจุเป็นพนักงานราชการ รายการ สถานีประชาชน สถานี ThaiPBS 14 ส.ค.2558

เปิดอ่าน 7,033 ครั้ง
JobsDB แนะทริคสมัครงานสำหรับเด็กจบใหม่  ทำอย่างไรให้ HR สนใจเรียกสัมภาษณ์งาน
JobsDB แนะทริคสมัครงานสำหรับเด็กจบใหม่ ทำอย่างไรให้ HR สนใจเรียกสัมภาษณ์งาน

เปิดอ่าน 11,941 ครั้ง
งานหนักมาก เหนื่อย ทำอย่างไรดี
งานหนักมาก เหนื่อย ทำอย่างไรดี

เปิดอ่าน 14,192 ครั้ง
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด

เปิดอ่าน 18,174 ครั้ง
สะสมใบสั่งจราจรไว้ จะต่อภาษีรถได้อย่างไร?  หลังระบบเชื่อมโยงใบสั่งจราจร เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2562 นี้
สะสมใบสั่งจราจรไว้ จะต่อภาษีรถได้อย่างไร? หลังระบบเชื่อมโยงใบสั่งจราจร เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2562 นี้
เปิดอ่าน 10,776 ครั้ง
ตรุษจีนกับอาจารย์ช้าง ตอน เก็บกวาดบ้านเสริมฮวงจุ้ย เฮงๆรวยๆ
ตรุษจีนกับอาจารย์ช้าง ตอน เก็บกวาดบ้านเสริมฮวงจุ้ย เฮงๆรวยๆ
เปิดอ่าน 25,528 ครั้ง
คู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
เปิดอ่าน 17,126 ครั้ง
ดูกันหรือยัง? เกือบจะ 40 ล้านวิวแล้ว โฆษณาน้ำแร่ดังยี่ห้อหนึ่ง
ดูกันหรือยัง? เกือบจะ 40 ล้านวิวแล้ว โฆษณาน้ำแร่ดังยี่ห้อหนึ่ง
เปิดอ่าน 15,166 ครั้ง
คุณประโยชน์ต่างๆของผักโดยเฉพาะ
คุณประโยชน์ต่างๆของผักโดยเฉพาะ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ