ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาป

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน

ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้วิจัย นางปฐมาวดี ศรีคราม

ปีการศึกษา 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) พัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) ศึกษาประสิทธิผลการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบพหุวิธีโดยดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพบริบท ศึกษากรอบแนวคิด สังเคราะห์และสร้างแบบฝึก ระยะที่ 2 การพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และระยะที่ 3 การศึกษาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ 1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาบริบท ที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1 ได้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนชุมพวงศึกษา จำนวน 34 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยการเขียนภาษาอังกฤษ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 34 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) 2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 2 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนชุมพวงศึกษา จำนวน 35 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) 3) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 3 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียน ชุมพวงศึกษา จำนวน 31 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาบริบทแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ แบบสัมภาษณ์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการทั่วไปในการจัดการเรียนภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ชุด แบบวัดความสามารถทางการเขียนแบบอัตนัย จำนวน 1 ข้อ เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบคำถาม ปลายเปิด 2) เครื่องมือการวิจัยปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน แบบบันทึกการจัดการเรียน การสอน แบบฝึกหัด แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษ แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ และ 3) เครื่องมือหาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ ได้แก่ แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียน แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเอง ในการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t (t-test)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษที่พัฒนาขึ้น มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 การเชื่อมโยงความรู้ ขั้นที่ 2 การวางแผนการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 การใช้กลวิธีการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 การตรวจสอบกำกับติดตามการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 การประเมินผล การเรียนรู้

2. ผลการพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนที่ผ่านการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ มีคะแนนการสอบผ่านเกณฑ์จากแบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษ โดยคะแนนที่ได้หลังจากการทดสอบหลังการเรียนสูงกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม และนักเรียนทั้งหมดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และนักเรียนทุกคน มีค่าเฉลี่ยจากแบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก

3. ผลการประเมินประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้นี้ พบว่า นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษสูงกว่าร้อยละ 60 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนน ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่าเฉลี่ยการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ผลจากการศึกษาความพึงพอใจจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษนักเรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย หมอก : [2 ก.ค. 2561 เวลา 06:12 น.]
อ่าน [104801] ไอพี : 103.14.10.177
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 9,556 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา ?
ปฏิรูปการศึกษา ?

เปิดอ่าน 38,315 ครั้ง
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง
คุณหมอเผย 9 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้เรียนเก่ง

เปิดอ่าน 19,034 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ

เปิดอ่าน 28,220 ครั้ง
การศึกษาไทยอาการหนัก คุณหมอต้องส่งเข้าห้อง ICU
การศึกษาไทยอาการหนัก คุณหมอต้องส่งเข้าห้อง ICU

เปิดอ่าน 16,284 ครั้ง
อาหาร 10 อย่างที่ควรมีไว้ในตู้เย็น
อาหาร 10 อย่างที่ควรมีไว้ในตู้เย็น

เปิดอ่าน 17,969 ครั้ง
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก

เปิดอ่าน 18,600 ครั้ง
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?

เปิดอ่าน 38,490 ครั้ง
ข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก
ข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก

เปิดอ่าน 12,158 ครั้ง
นาแปลงเดิม ปลูกด้วยวิธีเดิม ผลลัพธ์เหมือนเดิม
นาแปลงเดิม ปลูกด้วยวิธีเดิม ผลลัพธ์เหมือนเดิม

เปิดอ่าน 11,614 ครั้ง
"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง
"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง

เปิดอ่าน 60,601 ครั้ง
ผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (The Achievement of Education Reform)
ผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (The Achievement of Education Reform)

เปิดอ่าน 18,405 ครั้ง
การตากข้าว สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
การตากข้าว สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3

เปิดอ่าน 13,857 ครั้ง
คลิปล้อเลียนวิถีชีวิตของคนไทย "เมื่อก่อน VS เดี๋ยวนี้"
คลิปล้อเลียนวิถีชีวิตของคนไทย "เมื่อก่อน VS เดี๋ยวนี้"

เปิดอ่าน 21,124 ครั้ง
เรื่องของกราฟ
เรื่องของกราฟ

เปิดอ่าน 11,441 ครั้ง
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไขข้อสงสัยทุกคำถามที่อยากรู้
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไขข้อสงสัยทุกคำถามที่อยากรู้

เปิดอ่าน 9,695 ครั้ง
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 47,810 ครั้ง
Adjectives - Determiners
Adjectives - Determiners
เปิดอ่าน 2,302 ครั้ง
พรีเมียร์ลีก เช็กตารางแข่งต้อนรับปี 2025 เตรียมลุ้นตลอดฤดูกาล
พรีเมียร์ลีก เช็กตารางแข่งต้อนรับปี 2025 เตรียมลุ้นตลอดฤดูกาล
เปิดอ่าน 24,793 ครั้ง
วิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆ
วิธีเก็บไข่ให้ได้นานๆ
เปิดอ่าน 25,024 ครั้ง
รู้ยัง? "5 ผลไม้ เด่น ที่น่าปลูกในอนาคต" มีอะไรบ้าง
รู้ยัง? "5 ผลไม้ เด่น ที่น่าปลูกในอนาคต" มีอะไรบ้าง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ