ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าตามแนวคิดBackward Design

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าตามแนวคิด

Backward Design

ผู้วิจัย : วิทย์ อ้นจร

ปีที่วิจัย : 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าตามแนวคิดBackward Design 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าของนักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้า ระหว่างนักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design กับนักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบปกติ 4) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบปฏิบัติเฉลี่ยเรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้า ระหว่างนักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design กับนักศึกษาที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ม.6) ชั้นปีที่ 1 สาขางานไฟฟ้ากาลัง วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ได้มาโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงได้กลุ่ม 1 จานวน 21 คนเป็นกลุ่มทดลอง กลุ่ม 2 จานวน 19 คนเป็นกลุ่มควบคุม วิธีดาเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ 1) การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าตามแนวคิดBackward Design 2) การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการสอบปฏิบัติเรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้า เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิด Backward Design ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินความเหมาะสมค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.92 2) แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าโดยใช้รูปแบบการสอนปกติซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินความเหมาะสมค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.87 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจานวน 20 ข้อ ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.52 4) แบบประเมินการสอบปฏิบัติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การหาค่าเฉลี่ย การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติค่าที

ผลการวิจัยพบว่า

1. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าตามแนวคิดBackward Designมี 3 ระยะคือ 1) ระยะการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าในระยะนี้มี 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 การกาหนดสมรรถนะประจาหน่วย เป็นเป้าหมายปลายทางซึ่งได้สมรรถนะประจาหน่วยคือ แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้า แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการทางานของเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าและการใช้งานเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้า ขั้นตอนที่ 2 กาหนดกรอบความคิดในการพิจารณาจัดลาดับเนื้อหาสาระ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ ได้หลักฐานการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย ใบสรุปเนื้อหา ผังความคิด คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และคะแนนทดสอบปฏิบัติ และขั้นตอนที่4 ขั้นออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ระยะที่ 2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดBackward Designได้กิจกรรมการเรียนรู้คือ 1) วิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อเลือกกลุ่มเก่ง กลาง อ่อน 2) แบ่งกลุ่มMain Group ให้ได้ 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มประกอบด้วยเก่ง กลาง อ่อน ทุกกลุ่ม 3) แบ่งหัวข้อให้ศึกษาโดยทุกกลุ่ม Main Group จะได้หัวข้อเหมือนกัน และให้แต่ละกลุ่มแบ่งหัวข้อภายในกลุ่มกันเองอย่างอิสระ 4) ให้ผู้ที่ได้หัวข้อเดียวกันแต่ละกลุ่มMain Group มารวมกลุ่มกันเรียกว่ากลุ่ม Branch Group โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาแต่ละหัวข้อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง จากสื่อต่างๆ และครูผู้สอนเป็นที่ปรึกษาทุกหัวข้อ และให้ทุกคนสรุปเนื้อหาที่ตนเองศึกษา และทาผังความคิด เรื่องที่ศึกษา 5) ผู้ที่สรุปและทาผังความคิดสาเร็จแล้วให้กลับไปที่กลุ่มMain Group เพื่อแลกเปลี่ยนกันสอนเรื่องที่ตนเองเชี่ยวชาญ ระยะที่ 3 ประเมินผลการเรียนรู้ โดยการสอบหลังเรียนและการสอบปฏิบัติ

2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลร้อยละของจานวนนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ม.6) ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดBackward Design มีจานวนจานวน 16 คนคิดเป็นร้อยละ 76.9 ที่ได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1(ม.6) ที่ได้เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. ผลคะแนนสอบปฏิบัติ เรื่องเครื่องมือวัดสัญญาณทางไฟฟ้าของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1(ม.6) ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design สูงกว่านักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1(ม.6) ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05

โพสต์โดย นายวิทย์ อ้นจร : [26 เม.ย. 2561 เวลา 09:31 น.]
อ่าน [104964] ไอพี : 180.183.178.13
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 8,560 ครั้ง
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย

เปิดอ่าน 205,981 ครั้ง
20 บุคคลสำคัญของไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก
20 บุคคลสำคัญของไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

เปิดอ่าน 18,033 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์

เปิดอ่าน 1,263 ครั้ง
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า

เปิดอ่าน 3,448 ครั้ง
รวม 100 มุกเสี่ยว ที่ทำให้คุณอมยิ้มได้แน่นอน
รวม 100 มุกเสี่ยว ที่ทำให้คุณอมยิ้มได้แน่นอน

เปิดอ่าน 11,484 ครั้ง
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ

เปิดอ่าน 24,282 ครั้ง
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ
เปิดรายการ "ราคากลาง" ซ่อมรถหลังน้ำท่วม ป้องกันถูกเอาเปรียบ

เปิดอ่าน 8,165 ครั้ง
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
อาหารและโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

เปิดอ่าน 10,478 ครั้ง
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี

เปิดอ่าน 14,409 ครั้ง
15 ภาพ "หมาธรรมดา" กลายเป็น "หมายักษ์" ด้วยมุมกล้อง
15 ภาพ "หมาธรรมดา" กลายเป็น "หมายักษ์" ด้วยมุมกล้อง

เปิดอ่าน 31,422 ครั้ง
สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว
สั่งจองพื้นที่บนดวงจันทร์ได้แล้ว

เปิดอ่าน 33,591 ครั้ง
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม

เปิดอ่าน 32,344 ครั้ง
แฟลช และเทคนิคการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลช
แฟลช และเทคนิคการถ่ายภาพด้วยแสงแฟลช

เปิดอ่าน 63,771 ครั้ง
ไอเดียทำธุรกิจแบบอินดี้ ทำก่อน รวยก่อน!
ไอเดียทำธุรกิจแบบอินดี้ ทำก่อน รวยก่อน!

เปิดอ่าน 13,419 ครั้ง
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)

เปิดอ่าน 12,850 ครั้ง
ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยายในการประชุมสัมมนาการรับนักเรียนปีการศึกษา 2556
ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยายในการประชุมสัมมนาการรับนักเรียนปีการศึกษา 2556
เปิดอ่าน 12,498 ครั้ง
นอร์เวย์มอบรางวัลไทย ปท.น่าเที่ยวที่สุด6ปีซ้อน
นอร์เวย์มอบรางวัลไทย ปท.น่าเที่ยวที่สุด6ปีซ้อน
เปิดอ่าน 14,763 ครั้ง
11 วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน
11 วิธีปรับตัวเองให้เป็นคนรักงาน
เปิดอ่าน 14,470 ครั้ง
รู้ไว้จะได้ไม่พลาด! ไขข้อข้องใจ "มนุษย์เงินเดือน" ในการกรอก "ภาษี"
รู้ไว้จะได้ไม่พลาด! ไขข้อข้องใจ "มนุษย์เงินเดือน" ในการกรอก "ภาษี"
เปิดอ่าน 3,946 ครั้ง
เปิด 4 เคล็ด (ไม่) ลับ บริหารคนยุค New Normal ความท้าทายของ HR ทุกองค์กร
เปิด 4 เคล็ด (ไม่) ลับ บริหารคนยุค New Normal ความท้าทายของ HR ทุกองค์กร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ