การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน โรงเรียนบ้านแก่นเท่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 ใน 4 ด้าน คือ ด้านความรับผิดชอบ ด้านความซื่อสัตย์ ด้านความมีระเบียบวินัย และด้านความสามัคคี โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1) กิจกรรมหลัก ได้แก่ การวางแผนการสอนและสอนโดยสอดแทรกคุณธรรมในการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 2) กิจกรรมเสริมเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเสริมกิจกรรมหลักประกอบด้วยโครงการเยี่ยมบ้าน โครงการเข้าค่ายจริยธรรม และโครงการจัดห้องจริยธรรม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู นักเรียน ผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน ในเขตบริการโรงเรียนบ้านแก่นเท่า ในระหว่างปีการศึกษา 2558 2559 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) เครื่องมือประเมินผลการใช้กระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน ได้แก่ แบบบันทึกพฤติกรรมที่เป็นปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน และแบบสอบถามพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน 2) เครื่องมือประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมเสริมแต่ละโครงการ ซึ่งได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการใช้เอกสารประกอบการนิเทศภายในและการประชุม แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการเยี่ยมบ้าน แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการเข้าค่ายจริยธรรมนักเรียน และแบบสอบถามเกี่ยวกับโครงการห้องจริยธรรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเที่ยงตรง และ t test (Dependent samples) ผลจากการศึกษาพบว่า
1. กระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน ทำให้นักเรียนที่มีพฤติกรรมเป็นปัญหา
ด้านคุณธรรมจริยธรรมทั้ง 4 ด้าน ลดลงจากเดิมก่อนการใช้กระบวนการพัฒนาเป็นอย่างมากโดยลดลง
คิดเป็นร้อยละ 84.53 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p<.001)
2. ผลการประเมินพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน พบว่า โดยรวมนักเรียนมีพฤติกรรมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าด้านอื่น ซึ่งอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านความซื่อสัตย์ ส่วนพฤติกรรมที่มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าด้านอื่น ได้แก่ ด้านความมีระเบียบวินัย ซึ่งอยู่ในระดับมากเช่นกัน
3. ผลการพัฒนาครูด้านเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคุณธรรมจริยธรรมโดยใช้เทคนิคการนิเทศแบบศึกษาเอกสารและการประชุม พบว่า โดยรวมครูผู้สอนส่วนใหญ่มีความคิดเห็น
ต่อการนิเทศโดยการศึกษาเอกสารและการประชุมอยู่ในระดับมาก มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาและ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในระดับมาก และความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ และครูส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในวิธีการนิเทศแบบการศึกษาเอกสารและการประชุมอยู่ในระดับมาก
4. ผลการจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนของครูที่ปรึกษาประจำคุ้มที่มีต่อการจัดกิจกรรม
เยี่ยมบ้านพบว่า โดยรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ครูที่ปรึกษาประจำคุ้มส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ และควรดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้ปกครองมีความคิดเห็นว่าการเยี่ยมบ้านทำให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน อยู่ในระดับมากที่สุด
5. ผลการจัดกิจกรรมเข้าค่ายจริยธรรม นักเรียนที่เข้าค่ายส่วนใหญ่ร้อยละ 96.15 มีความคิดเห็นว่าการจัดอาหารเครื่องดื่มในการเข้าค่ายนักเรียน หลังการเข้าค่ายนักเรียนมีเจตคติที่ดี คิดเป็นร้อยละ 96.15 และจากการฝึกอบรมนักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาพุทธศาสนาและจริยธรรมมาก คิดเป็นร้อยละ 96.15
6. ผลการจัดและใช้ห้องจริยธรรม พบว่า โรงเรียนได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน ผู้ปกครอง ตลอดจนครูได้ระดมทุนสร้างห้องจริยธรรมได้ 1 ห้อง โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ส่วนวัสดุอุปกรณ์ในการจัดห้องได้รับบริจาคจากวัดบ้านแก่นเท่า ส่วนผลการใช้ห้องจริยธรรมเพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า โดยรวมครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการใช้ห้องจริยธรรมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะเอกสารแบบเรียนสำหรับนักเรียนมีความเพียงพอสำหรับนักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาได้แก่เครื่องมือการวัดผลและสื่อการสอนมีความเพียงพอและสะดวกต่อการนำไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด