ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย (MMCAI)
เรื่อง สืบสานตำนานดนตรีไทย วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ ศ22101
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้ศึกษา นายสุประวีณ์ อมรมุนีพงศ์
ปีที่ศึกษา 2559
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย (MMCAI) เรื่อง สืบสานตำนานดนตรีไทย วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ ศ22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย (MMCAI) เรื่อง สืบสานตำนานดนตรีไทย วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ ศ22101
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเพื่อหาประสิทธิของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย (MMCAI) เรื่อง สืบสานตำนานดนตรีไทย วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ ศ22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ประชากรในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 1 กลุ่ม 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 40 คน ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย และกลุ่มควบคุม 1 กลุ่ม กลุ่ม 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 40 คน ที่เรียนด้วยวิธีปกติและดำเนินการทดลองโดยใช้แบบแผนการศึกษาแบบ Two-Group Pretest-Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย (MMCAI) เรื่อง สืบสานตำนานดนตรีไทย วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ ศ22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (dependent Samples)
ผลการศึกษาพบว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 แต่กลุ่มทดลองมีคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุม
ทั้งก่อนและหลังเรียน โดยเฉพาะหลังเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มมากขึ้นจาก .005 เป็น .0005 เมื่อพิจารณาจากอัตราความก้าวหน้าทางการเรียนทั้งแบบโดยรวม แบบกลุ่มย่อยที่มีคะแนนก่อนเรียนเท่ากัน แบบกลุ่มย่อยโดยใช้ค่ามัธยฐานและค่าเฉลี่ย และแบบกลุ่มย่อยต่ำ/กลาง/สูง เปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง พบว่ากลุ่มทดลองมีอัตราความก้าวหน้าดีกว่า และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 80.25-86.75 ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้