ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD

ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย

โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ผู้วิจัย นางนิชาภา จันทร์เพ็ญ

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการ

สถานศึกษา โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓

ปีการศึกษา ๒๕๕๙

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ

วิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรายวิชาภาษาไทย

จากการจัดการเรียนด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนหลังเรียนจากการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD สำหรับนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ ๗๕และเพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓จำนวน ๓๓ คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รูปแบบการทดลองใช้ One Group Pre – test Post – test Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD จำนวน ๗ ชุด ใช้เวลาเรียน ๑๔ ชั่วโมง แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญเป็นแบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จำนวน ๔๐ ข้อ มีค่าความยากตั้งแต่ 0.40 –0.79 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ ๐.๒๓– ๐.๔๙ และค่าความเชื่อมั่น ๐.๗๙และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ที่มีต่อชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STADเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ๕ ระดับ จำนวน ๑๕ ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยใช้ค่าสถิติ t - test แบบ Dependent Samples

ผลการศึกษา พบว่า

๑. ชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STADมีประสิทธิภาพ ๘๕.๔๔ / ๘๒.๙๒ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ๘๐/ ๘๐

๒. ดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านจับใจความสำคัญ จากการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STADเท่ากับ ๐.๗๖๗๔ แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็นร้อยละ ๗๖.๗๔

๓. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทย ด้านการการอ่านจับใจความสำคัญหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STADสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๗๕ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑

๔. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการการคิดวิเคราะห์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

โดยสรุปการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทย โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือ เทคนิค STADมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ช่วยให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ และสามารถนำความรู้ไปใช้เป็นแนวทางในการคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

โพสต์โดย ครูอืง : [20 มิ.ย. 2560 เวลา 13:44 น.]
อ่าน [102581] ไอพี : 202.29.177.81
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 20,516 ครั้ง
ดูให้รู้ : อนุบาลอัจฉริยะ
ดูให้รู้ : อนุบาลอัจฉริยะ

เปิดอ่าน 22,614 ครั้ง
รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562
รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

เปิดอ่าน 19,005 ครั้ง
จวกยับเนื้อหาวิชาสังคมฯ ม.4-6 ไม่ตรงข้อเท็จจริง
จวกยับเนื้อหาวิชาสังคมฯ ม.4-6 ไม่ตรงข้อเท็จจริง

เปิดอ่าน 88,031 ครั้ง
ระบบโทรทัศน์
ระบบโทรทัศน์

เปิดอ่าน 21,095 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

เปิดอ่าน 12,870 ครั้ง
อย่ารีรอ !! เรื่องสุขภาพหน้าจอ
อย่ารีรอ !! เรื่องสุขภาพหน้าจอ

เปิดอ่าน 11,532 ครั้ง
เทคนิคการคูณเลขแบบญี่ปุ่นกรณีมีเลขศูนย์อยู่ด้วย
เทคนิคการคูณเลขแบบญี่ปุ่นกรณีมีเลขศูนย์อยู่ด้วย

เปิดอ่าน 12,307 ครั้ง
ข้อคิดจากเศรษฐีในประเทศไทย
ข้อคิดจากเศรษฐีในประเทศไทย

เปิดอ่าน 10,457 ครั้ง
ออกกำลังหนักช่วงสั้นๆ หนีโรคหัวใจได้ดีกว่าออกกำลังระยะยาว
ออกกำลังหนักช่วงสั้นๆ หนีโรคหัวใจได้ดีกว่าออกกำลังระยะยาว

เปิดอ่าน 111,924 ครั้ง
ครูกับการจัดการเรียนการสอน
ครูกับการจัดการเรียนการสอน

เปิดอ่าน 25,010 ครั้ง
ข้อห้ามของคนอกหัก
ข้อห้ามของคนอกหัก

เปิดอ่าน 2,343 ครั้ง
จัดอันดับ 5 เว็บเติมเกมที่คุ้มที่สุด โปรแรงแห่งปี 2025
จัดอันดับ 5 เว็บเติมเกมที่คุ้มที่สุด โปรแรงแห่งปี 2025

เปิดอ่าน 20,701 ครั้ง
เลือดกำเดามาจากไหน?
เลือดกำเดามาจากไหน?

เปิดอ่าน 1,061 ครั้ง
ร้านรับซื้อนาฬิกามือสอง เลือกผิดอาจเสียทั้งราคาและโอกาส
ร้านรับซื้อนาฬิกามือสอง เลือกผิดอาจเสียทั้งราคาและโอกาส

เปิดอ่าน 11,066 ครั้ง
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี

เปิดอ่าน 29,038 ครั้ง
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
การนำรูปเรขาคณิตมาวางเรียงกันทำให้เกิดลวดลาย
เปิดอ่าน 312,161 ครั้ง
อาณาเขตประเทศไทย
อาณาเขตประเทศไทย
เปิดอ่าน 26,706 ครั้ง
"คาวตอง"สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009
"คาวตอง"สมุนไพรไทยยาปราบไข้หวัด 2009
เปิดอ่าน 24,855 ครั้ง
ถาม - ตอบ เพื่อสุขภาพ
ถาม - ตอบ เพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 21,253 ครั้ง
ความหมายของเครื่องในพิธี
ความหมายของเครื่องในพิธี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ