ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสันต

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียน

โรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3

ชื่อผู้ประเมิน นายอนุพงค์ คำน้อย

ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

สถานศึกษา โรงเรียนบ้านสันติสุข

ปีการศึกษา 2559

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ในรูปแบบจำลอง CIPP Model ในด้านสภาวะแวดล้อม (Context) ปัจจัยพื้นฐาน(Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product) และเพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนั้น เป็นกลุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ในปีการศึกษา 2559 อันได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน ครูผู้สอน จำนวน 20 คน ผู้ปกครอง จำนวน 126 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 126 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 285 คน และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ในรูปแบบจำลอง CIPP Model ในด้านสภาวะแวดล้อม (Context) ปัจจัยพื้นฐาน(Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product) ผลการประเมิน มีดังนี้

กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ด้านสภาวะแวดล้อม (Context) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินการดำเนินงานตามโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการมีความจำเป็นต่อการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนข้อที่มีระดับการประเมินมน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และโครงการมีความสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา

ด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ คือ มีการใช้แหล่งเรียนรู้จากโครงการในการส่งเสริมคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของผู้เรียน ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ รับผิดชอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ และการนิเทศ กำกับติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ

ด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการนี้ได้แก้ปัญหาความไม่เพียงพอ และความหลากหลายของแหล่งเรียนในสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการนี้ได้เพิ่มประสิทธิผลต่อผู้เรียนในด้าน พุทธิพิสัย และโครงการนี้ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

ครูผู้สอน

ด้านสภาวะแวดล้อม (Context) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และโครงการมีความจำเป็นต่อการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ด้านปัจจัยพื้นฐาน (Input) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ ความพร้อม เพียงพอ และเหมาะสมด้านบุคลากรผู้รับผิดชอบและผู้ดำเนินกิจกรรมที่มีทักษะความรู้ ความสามารถ ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ ความพร้อม เพียงพอ และเหมาะสมด้านวัสดุอุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยี ที่มีคุณภาพต่อการดำเนินโครงการ และความพร้อมและเหมาะสมในการวางแผน การกำหนดกิจกรรมและลำดับขั้นตอนการดำเนินโครงการ

ด้านกระบวนการ (Process) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ มีการใช้แหล่งเรียนรู้จากโครงการในการส่งเสริมคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของผู้เรียน ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ ผู้รับผิดชอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความตระหนัก ให้ความสำคัญและร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ และมีการนิเทศ กำกับติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ

ด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการนี้ได้แก้ปัญหาความไม่เพียงพอ

และความหลากหลายของแหล่งเรียนในสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการนี้ได้เพิ่มประสิทธิผลต่อผู้เรียนในด้าน พุทธิพิสัย และโครงการนี้ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

ผู้ปกครอง

ด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการนี้ทำให้สถานศึกษามีแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการนี้ได้เพิ่มประสิทธิผลต่อผู้เรียนในด้าน พุทธิพิสัย และโครงการนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้

นักเรียน

ด้านผลผลิต (Product) โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีระดับการประเมินโครงการมากที่สุด ได้แก่ โครงการนี้ได้แก้ปัญหาความไม่เพียงพอ และความหลากหลายของแหล่งเรียนในสถานศึกษา ส่วนข้อที่มีระดับการประเมินโครงการน้อยที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ โครงการนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และโครงการนี้ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านสันติสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์จากแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า

มีผลดังนี้

ด้านสภาวะแวดล้อม (Context) ควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบายของสถานศึกษาเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ มีการวางแผนงาน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน ปฏิบัติจริง สร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การปรับโครงสร้างการบริหารโครงการโดยจัดบทบาทภารกิจที่อยู่บนพื้นฐานหลักการทางวิชาการที่สามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมทั้งจัดให้มีระบบควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส สร้างความตระหนักให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการจัดการศึกษาตามโครงการ มีส่วนร่วมในการวางแผนการดำเนินการตามโครงการ

ด้านปัจจัยพื้นฐาน (Input) ควรมีการวิเคราะห์สภาพปัญหา อุปสรรค โอกาส ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก นำมาวางแผนกลยุทธ์ จัดทำโครงการ จัดสรรงบประมาณ มีการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนให้มีส่วนรวมเข้าพัฒนาโครงการ จัดหาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารโครงการ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ สื่อการสอน เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ สำหรับการจัดการศึกษาและดำเนินกิจกรรมตามโครงการให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ มีการดูแล ซ่อมแซม บำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า จัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับโครงการ จัดหาเอกสารคู่มือครู และให้มีการปรับกิจกรรม แบบฝึกเสริมทักษะ ใบงาน เนื้อหาสาระบูรณาการให้เหมาะสมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษาตามโครงการ

ด้านกระบวนการ (Process) แต่งตั้งผู้รับผิดชอบโครงการที่มีทักษะความรู้ คอยประสานงานให้ความรู้ ให้คำปรึกษาแก่ครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรม เช่น การซ่อมบำรุงวัสดุอุปกรณ์ การประชาสัมพันธ์โครงการ การใช้สื่อเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารและการจัดการเรียนรู้ สร้างเครือข่ายทางการศึกษา ประสานงานกับโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย เขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินโครงการ มีการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การประชุมอบรมสัมมนา การศึกษาดูงาน เข้าค่าย ร่วมกิจกรรมทางการศึกษา จัดระบบการให้บริการการใช้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา มีการเปิดบริการแหล่งเรียนรู้นอกเวลาอย่างหลากหลาย ส่งเสริมให้ผู้เรียนมาใช้แหล่งเรียนรู้ได้ทุกเวลา จัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันหรือแสดงผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามโครงการ

ด้านผลผลิต (Product) ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระต่างๆ มีระบบนิเทศ กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง รายงานผลเป็นระยะ มีการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาระหว่างการดำเนินโครงการ มีการประเมินผล นำผลไปพัฒนาปรับปรุงการดำเนินการในครั้งต่อไป มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ และหาแนวทางการพัฒนาโครงการและจัดกิจกรรมการใช้แหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการผลผลิตด้านความรู้ของนักเรียน

โพสต์โดย หนุ่ม : [28 พ.ค. 2560 เวลา 19:14 น.]
อ่าน [1221] ไอพี : 182.232.174.118
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ