หัวข้อผลงานวิชาการ รายงานการใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คลื่นกลและเสียง ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพลีลา
ผู้วิจัย นายพิพัฒน์พงษ์ สาจันทร์
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
สังกัด โรงเรียนเทพลีลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2
ปีที่ทำการวิจัย พ.ศ. 2559
...................................................................................................................................
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและพัฒนาสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง คลื่นกลและเสียง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มที่ไม่เน้นวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทพลีลา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง คลื่นกลและเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มที่ไม่เน้นวิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนเทพลีลา 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มที่ไม่เน้นวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทพลีลาที่มีต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 2 ห้อง คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 และ 6/7 จำนวน 67 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยวิธีการจับสลาก
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง รายวิชาวิทยาศาสตร์ 5 (ว33101) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 แผน 20 ชั่วโมง 2) สื่อสังคมออนไลน์พร้อมเอกสารประกอบ เรื่อง คลื่นกลและเสียง
3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง คลื่นกลและเสียง จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง
การวิจัยครั้งนี้ได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 30 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2559 โดยใช้เวลาทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน 1 ชั่วโมง ใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง รวม 20 ชั่วโมง ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 1 ชั่วโมง และวัดความพึงพอใจผ่านช่องทางออนไลน์หลังทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pre-test-Post-test only Design) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยร้อยละ t-test Dependent Sample และ normalized gain ผลการวิจัย พบว่า
1) สื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง คลื่นกลและเสียง มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 78.15/77.31 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้คือ 75/75
2) เมื่อใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมีพัฒนาการในระดับกลาง
3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์เสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง คลื่นกลและเสียง เฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด