บทคัดย่อ
การพัฒนาชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพ ชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนทดสอบหลังเรียนกับคะแนนทดสอบก่อนเรียนจากการใช้ชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ผลการวิจัยพบว่า
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคึมยาว โรงเรียนบ้านโนนหาด โรงเรียนบ้านสร้างมิ่งมิตรภาพที่ 191 และโรงเรียนบ้านโคกกอกหินเหล็กไฟ จำนวน 32 คน ดังนี้ กระบวนการหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ การทดลองหนึ่งต่อหนึ่งใช้นักเรียนบ้านคึมยาว จำนวน 3 คน การทดลองแบบกลุ่มเล็กใช้นักเรียนโรงเรียนโนนหาด จำนวน 9 คน การทดลองภาคสนามใช้นักเรียนโรงเรียนบ้านสร้างมิ่งมิตรภาพที่ 191 จำนวน 10 คน และการทดสอบสมมติฐานใช้นักเรียนโรงเรียนบ้านโคกกอกหินเหล็กไฟ จำนวน 10 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้นเองประกอบด้วย 1) ชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พบว่า มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.60 -1.00 2) แบบทดสอบก่อน-หลังเรียนจำนวน 20 ข้อ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้
ผลการวิจัยพบว่า 1)ชุดการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มีประสิทธิภาพ 81.33 / 81.50 2) นักเรียนที่เรียนโดยใช้
ชุดการเรียนรู้ มีผลของคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และเมื่อเปรียบเทียบค่าที (t-test one sample) ของคะแนนหลังเรียนกับค่าที (t) ในตารางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่าชุดการเรียนรู้
มีประสิทธิภาพดีที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3)ผลการศึกษาความคิดเห็นการใช้ชุดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมในระดับดีมาก เมื่อดูในรายละเอียด พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ด้าน คือ ด้านเนื้อหา ด้านสื่อและอุปกรณ์การเรียน และด้านการวัดประเมินผล อยู่ในระดับดี 1 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ตามลำดับ