บทคัดย่อ
ชื่อผลงาน รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6
เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ สำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์)
ผู้วิจัย นายอาบีดีน หลีเส็น
ปีที่ศึกษา 2559
.
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) ก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) ที่มีต่อการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน
กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล จำนวน 29 คน แบบแผนการวิจัย ใช้แบบการวิจัยกลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังการทดลอง (One group Pretest - Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน ใช้เวลาสอน 18 ชั่วโมง 2) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) จำนวน 7 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ (%) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ หาประสิทธิภาพของเครื่องมือ ได้แก่ หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) หาค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) หาค่าความเชื่อมั่น (Realability) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ / และค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) สถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้การหาค่าที (t test)
ผลจากการวิจัย พบว่า 1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 89.03/85.63 2) ดัชนีประสิทธิผลของ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) มีค่าเท่ากับ 0.6355 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) หลังการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน สูงกว่าก่อนการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๐ (บ้านควนโพธิ์) มีความพึงพอใจต่อการเรียนเรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเหลือใช้ และวัสดุธรรมชาติ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย ( ) 4.62 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.58