ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
ด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play)
เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย นางโสภา ผ่องราษี
โรงเรียน โรงเรียนบ้านบ้านตระแสง ตำบลตระแสง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557
บทคัดย่อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น
3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life
4) เพื่อศึกษาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านบ้านตระแสง ตำบลตระแสง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 21 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selected) เนื่องจากมีนักเรียนเพียงห้องเดียว เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง Tourist attraction in Surin สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง Tourist attraction in Surin สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยได้ออกแบบและพัฒนาขึ้น 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง Tourist attraction in Surin สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.21 - 0.80 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.21 - 0.95 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.85 แบบประเมินทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.21 ถึง 0.82 มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง Tourist attraction in Surin เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.23 ถึง 0.78 มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ สถิติ Nonparametric แบบ Wilcoxon Matched-Pairs Signed-Ranks Test
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 78.26/77.02 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้
2. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.56 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน คิดเป็นร้อยละ 56
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบ
การเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life หลังจากเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.39, S.D. = 0.61) ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่มีค่าสูงที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ ทักษะการฟัง อยู่ในระดับมากที่สุด
( = 4.47, S.D. = 0.56) รองลงมาคือ ทักษะการพูด อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.40, S.D. = 0.56) และรองลงมาคือ ทักษะการอ่าน อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.36, S.D. = 0.73) ส่วนทักษะที่มีค่าต่ำที่สุดคือ ทักษะการเขียน อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.32, S.D. = 0.57)
5. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบ การเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.63) ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ข้อที่ 15 ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.71, S.D. = 0.56) รองลงมาคือ ข้อที่ 14 นักเรียนมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67,
S.D. = 0.58) รองลงมาคือ ข้อที่ 2 เอกสารประกอบการเรียนทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.62, S.D. = 0.59) และข้อที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ข้อที่ 12 นักเรียนทราบผลการเรียนรู้ของตนเองตลอดเวลา อยู่ในระดับมาก ( = 4.24, S.D. = 0.83)
สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้บทบาทสมมติ (Role Play) เรื่อง English in Daily Life สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ดังนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูนำไปพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนต่อไป