ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเ

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแบบฝึกทักษะการเขียน

ภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับ

มัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย นายสุรสีห์ จันทร์แสงศรี

ปีการศึกษา 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) ศึกษาประสิทธิผลการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบพหุวิธีโดยดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพบริบท ศึกษากรอบแนวคิด สังเคราะห์และสร้างแบบฝึก ระยะที่ 2 การพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 และระยะที่ 3 การศึกษาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ 1) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาบริบท คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร จำนวน 9 คน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาการเขียนภาษาอังกฤษ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร จำนวน 9 คน 2) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 2 คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร จำนวน 38 คน 3) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 3 คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนคลองขามวิทยาคาร จำนวน 34 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาบริบทแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ แบบสัมภาษณ์สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการทั่วไปในการจัดการเรียนภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ชุด แบบวัดความสามารถทางการเขียนแบบอัตนัย จำนวน 1 ข้อ เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 และแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบตรวจสอบรายการและแบบคำถาม ปลายเปิด 2) เครื่องมือการวิจัยปฏิบัติการ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน แบบบันทึกการจัดการเรียนการสอน แบบฝึกหัด แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษ แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ และ 3) เครื่องมือหาประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ ได้แก่ แบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียน แบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t (t-test)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษที่พัฒนาขึ้น มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 การเชื่อมโยงความรู้ ขั้นที่ 2 การวางแผนการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 การใช้กลวิธีการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 การตรวจสอบกำกับติดตามการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 การประเมินผล การเรียนรู้

2. ผลการพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนที่ผ่านการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้ มีคะแนนการสอบผ่านเกณฑ์จากแบบวัดความสามารถทางการเขียนภาษาอังกฤษ โดยคะแนนที่ได้หลังจากการทดสอบหลังการเรียนสูงกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม และนักเรียนทั้งหมดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และนักเรียนทุกคน มีค่าเฉลี่ยจากแบบวัดการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก

3. ผลการประเมินประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยใช้กลวิธี การกำกับตนเองในการเรียนรู้นี้ พบว่า นักเรียนทุกคนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษสูงกว่าร้อยละ 60 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนน ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่าเฉลี่ยการใช้กลวิธีการกำกับตนเองในการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ผลจากการศึกษาความพึงพอใจจากการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษนักเรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย หมอก : [20 มี.ค. 2560 เวลา 00:20 น.]
อ่าน [103434] ไอพี : 103.14.8.126
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 77,541 ครั้ง
รวมกฏกระทรวงศึกษาธิการ
รวมกฏกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 7,159 ครั้ง
ติดฟิล์มรถยนต์ราคาถูก ติดรุ่นไหนดี ควรเลือกอย่างไร ?
ติดฟิล์มรถยนต์ราคาถูก ติดรุ่นไหนดี ควรเลือกอย่างไร ?

เปิดอ่าน 10,008 ครั้ง
2 สูตรความงามจากน้ำผึ้ง
2 สูตรความงามจากน้ำผึ้ง

เปิดอ่าน 16,721 ครั้ง
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
แบบออกกำลังพื้นฐาน สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10

เปิดอ่าน 11,303 ครั้ง
ตรุษจีน 58 กับเรื่อง ปีชง...เอาที่สบายใจ
ตรุษจีน 58 กับเรื่อง ปีชง...เอาที่สบายใจ

เปิดอ่าน 32,445 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

เปิดอ่าน 50,581 ครั้ง
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข
6 หลักสำคัญ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้เด็กดี เก่ง มีความสุข

เปิดอ่าน 44,396 ครั้ง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2)
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (ฉบับที่ 2)

เปิดอ่าน 22,735 ครั้ง
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.
วีดิทัศน์คณิตศาสตร์ ชั้น ป.4 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 13,898 ครั้ง
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)
เทคโนโลยีคัดกรองตัวอ่อน ความหวังใหม่ของคนอยากมีลูก (ปลอดโรคทางพันธุกรรม)

เปิดอ่าน 14,998 ครั้ง
มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย
มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย

เปิดอ่าน 14,844 ครั้ง
เผยอีโคไลตัวใหม่ ทนยาปฏิชีวนะ ถึงตายได้
เผยอีโคไลตัวใหม่ ทนยาปฏิชีวนะ ถึงตายได้

เปิดอ่าน 71,797 ครั้ง
ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน
ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน

เปิดอ่าน 9,914 ครั้ง
ระบบประกันคุณภาพทางการศึกษา ถึงเวลาทบทวนวิธีการแล้วหรือยัง?
ระบบประกันคุณภาพทางการศึกษา ถึงเวลาทบทวนวิธีการแล้วหรือยัง?

เปิดอ่าน 25,525 ครั้ง
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน
"ข้าวต้มเห็ดฟาง" ลดความดัน

เปิดอ่าน 11,810 ครั้ง
ถามหาการศึกษา4.0 จะเริ่มต้นเมื่อใด?
ถามหาการศึกษา4.0 จะเริ่มต้นเมื่อใด?
เปิดอ่าน 20,952 ครั้ง
ดูทีวีเวลานอน...ผู้ใหญ่เสี่ยงโรค-เด็กเสี่ยงโง่
ดูทีวีเวลานอน...ผู้ใหญ่เสี่ยงโรค-เด็กเสี่ยงโง่
เปิดอ่าน 24,990 ครั้ง
ถาม - ตอบ เพื่อสุขภาพ
ถาม - ตอบ เพื่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 5,953 ครั้ง
ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ
ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ
เปิดอ่าน 29,817 ครั้ง
ตัวถ่วงความเจริญการศึกษาไทย
ตัวถ่วงความเจริญการศึกษาไทย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ