บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง : รายงานการสร้างและพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่อผู้รายงาน : นายจิรศักดิ์ ทองเพชร
หน่วยงาน : โรงเรียนบ้านบางรักษ์ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปีที่ศึกษา : 2558
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่6และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 31 คน ซึ่งกำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย (1)เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 5 เล่ม (2)แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6จำนวน 14 แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน15 ชั่วโมง (3)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน-หลังเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน40 ข้อ และ(4)แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าเฉลี่ย ( )ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) และการทดสอบค่าที t-test(Dependent Samples)
ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่องเศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ที่สร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/E2เท่ากับ 85.23/83.84 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่องเศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่6 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่องเศรษฐศาสตร์น่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนมีความ พึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน