บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดแบบฝึกทักษะ
คณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนเทศบาล ๓ (โศภนพิทยาคุณานุสรณ์) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 34 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ 1) ชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 ชุด 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก 1 ชุดจำนวน 20 ข้อ มีค่าความยาก 0.44 - 0.81 ค่าอำนาจจำแนก 0.38 - 0.88 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.78 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 0.59 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสถิติ t-test แบบ Dependent Samples
ผลการศึกษาพบว่า
1. ชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้
เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ78.09/79.26 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 75 /75
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์
ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรม
การเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄ = 4.53 )
โดยสรุป ชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้
เทคนิค STAD เรื่อง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่พัฒนาขึ้นในครั้งนี้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เป็นชุดแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ที่ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูงขึ้น และนักเรียนเกิดความพึงพอใจในการเรียนรู้อย่างมีความสุข สมควรที่ครูจะนำไปใช้พัฒนาผู้เรียนให้บรรลุผลตามจุดประสงค์ของรายวิชาต่อไป