ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาทักษะการพูดด้วยการจัดกิจกรรมกระบวนการ 4 ขั้นประกอบภาพ

แบบรายงานผลที่ประสบผลสำเร็จของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

…………………………………………………………………………………..

ผลงานที่ประสบผลสำเร็จ

ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะการพูดด้วยการจัดกิจกรรมกระบวนการ 4 ขั้นประกอบภาพ

ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2โรงเรียนบ้านบ่อเตย

ชื่อผู้นำเสนอ นางชัญญาภรณ์ โมลิโต

กลุ่มสาระการเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย

1. ความเป็นมา/แนวคิด

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546กล่าวไว้ว่า “คุณลักษณะตามวัยเป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการตามธรรมชาติ เมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้นๆ พัฒนาการแต่ละวัยอาจจะเกิดขึ้นตามวัยมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดูและประสบการณ์ที่เด็กได้รับ ผู้สอนจำเป็นต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ 2 – 3ปี เพื่อนำไปจัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันจะต้องสังเกตเด็กแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อนำข้อมูลไปช่วยพัฒนาเด็กให้เต็มความสามารถและศักยภาพ หรือช่วยเหลือเด็กได้ทันท่วงทีในกรณีที่พัฒนาการเด็กไม่เป็นไปตามวัย ผู้สอนจำเป็นต้องหาจุดบกพร่องและรีบแก้ไขโดยจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็ก ถ้าเด็กมีพัฒนาการสูงกว่า ผู้สอนควรจัดกิจกรรมหรือจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ” การจัดประสบการณ์ในวัยเด็กระดับก่อนประถมศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทุกๆด้านของเด็กในอนาคตเนื่องจากเด็กวัยนี้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจสังคม และสติปัญญา โดยเฉพาะในช่วงระยะปฐมวัยมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นรากฐานของการพัฒนาก้าวต่อไปของชีวิตบุคคลแต่ละคนตลอดจนเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถ แรงจูงใจและความกระตือรือร้นในการพัฒนาของเด็ก ที่จะส่งผลต่อเนื่องจากช่วงวัยเด็กไปสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ประสบการณ์สำคัญจะเกี่ยวข้องกับการจัดสภาพแวดล้อมทุกด้านที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็กและในสังคมภายนอกอันจะสั่งสมเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และสามารถพัฒนาต่อเนื่องไปในระดับที่สูงขึ้นโดยเฉพาะการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับการเรียนรู้สถานที่เรียนประกอบด้วยสถานที่ภายในและภายนอกห้องเรียน ในห้องเรียนต้องคำนึงถึงความสะอาด ปลอดภัยและมุมสำหรับการเรียนรู้ ส่วนนอกห้องเรียนได้แก่ สนามเด็กเล่นและบริเวณโรงเรียนควรร่มรื่นสวยงาม เป็นธรรมชาติ เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงและการลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อยู่บนพื้นฐานความรู้ในการพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรมต้องสนองความต้องการของผู้เรียน ต้องคำนึกถึงด้านสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัยที่พัฒนาความพร้อมด้านสติปัญญา ได้แก่ การจำแนก การเปรียบเทียบ การแสดงความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อมือและสายตาให้สัมพันธ์กันได้ดี นั้นแสดงว่าเด็กเกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ ซึ่งทักษะต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญโดยให้เด็กได้เลือกกิจกรรมที่ตนเองต้องการและสนใจโดยมีครูเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อให้เด็กได้ฝึกการแก้ปัญหาด้วยตนเอง การรู้จักค้นพบ ค้นหา และการแสดงอย่างอิสระ สามารถนำประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้นครูผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน (กรมวิชาการ,2546:17-19)

การจัดการศึกษาปฐมวัยของไทยรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี แต่อาจมีการยืดหยุ่นได้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์และความพร้อมของสถานศึกษาเป็นสำคัญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้กับเด็กไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาโดยเฉพาะในด้านสติปัญญาส่งเสริมให้เด็กได้ใช้เสียงสื่อความหมาย เด็กเริ่มใช้ภาษาพูด เกิดการเข้าใจความหมายต่างๆ ฉะนั้นเด็กในวัยนี้ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญามีความสำคัญที่สุดเพราะเด็กจะจดจำได้อย่างแม่นยำซึ่ง เพียเจต์(Piagel,1965:35) ได้กล่าวไว้ว่าเด็กอายุ 2 – 7 ปี เป็นขั้นที่เด็กเริ่มเรียนรู้การพูด การเข้าใจความหมายท่าทางการสื่อความหมาย เด็กสามารถใช้ภาษาบอกสิ่งต่างๆ รอบตัวและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ปัจจัยที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้โลกและสิ่งแวดล้อมได้ดีคือความสามารถในการใช้ภาษาสำหรับการฟังการพูด การเข้าใจและการคิด (วิณี ชิดเชิดวงษ์,2547:48) ดังที่กล่าวมาแล้วว่าภาษาเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านสติปัญญา เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อความรู้ ความคิด ซึ่งช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาทำให้เด็กได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดที่หลากหลายกับบุคคลรอบข้าง ทำให้เด็กได้พัฒนาสติปัญญา เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง โดยสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการคิดทั้งนี้การคิดต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาทางภาษาด้วย (อุบล เวียงสมุทร,2546:63)

ทักษะทางภาษามีความสำคัญในการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ การติดต่อสื่อสารระหว่างกันสามารถทำได้สะดวกรวดเร็วผู้เรียนในยุคนี้จึงจำเป็นต้องมีทักษะในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทักษะในการสื่อสารเป็นทักษะที่มีความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน การสื่อสารที่ผิดพลาดอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทั้งในส่วนตัว กลุ่มบุคคล และประเทศชาติ และเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารคือภาษา ซึ่งทักษะด้านภาษามี 4 ด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทักษะทั้ง 4 ด้านนี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และควรได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาษาของเด็กเป็นเครื่องมือแสดงถึงพัฒนาการของเด็กอย่างหนึ่ง เพราะภาษาแสดงให้เด็กเห็นว่าเด็กเข้าใจ สิ่งต่างๆอย่างไร พัฒนาการทางภาษาของเด็กวัยต้นๆ จะมีผลต่อพัฒนาการทางภาษาในวัยต่อไป (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,2546:54-55)

โพสต์โดย พี่ผึ้ง : [6 พ.ย. 2559 เวลา 12:16 น.]
อ่าน [1279] ไอพี : 113.53.67.127
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ