ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาทักษะการฟังและพูด โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุน

รายงานผลที่ประสบผลสำเร็จของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

…………………………………………………………………

ผลงานที่ประสบผลสำเร็จ

ชื่อผลงาน รายงานผลการพัฒนาทักษะการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1

โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุ่น

ชื่อผู้นำเสนอ นางจินตนา เจะดือเระ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย

ความเป็นมา

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพราะเด็กมีพัฒนาการทุกด้านรวดเร็วมาก ประสบการณ์ที่เด็กได้รับในช่วงนี้เป็นประสบการณ์ที่ดี และเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญา ได้อย่างสมดุลและเต็มตามศักยภาพ และในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการจัดในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาแก่เด็กทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกายอารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญา ตามวัยและความสามารถของเด็กแต่ละคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะปรัชญาการศึกษาปฐมวัยได้กล่าวว่า การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กอยู่บนรากฐานการอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและการพัฒนาของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพในบริบทสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตเด็ก พัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม ( กรมวิชาการ , 2546 : 3 )

ภาษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากภาษาเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่มนุษย์สามารถใช้ติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วและเข้าใจง่าย นอกจากนั้นภาษายังเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อกับผู้อื่น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด และความรู้สึกที่มีต่อกัน ดังนั้นการพัฒนาภาษาควรเริ่มตั้งแต่เด็กวัยปฐมวัย เพราะเด็กในวัย 2 - 7 ปี เป็นวัยที่พัฒนาการทางภาษาเจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับ กุลยา ตันติผลาชีวะ ( 2551: 136 ) ที่กล่าวว่า เด็กเรียนรู้ภาษาตามลำดับขั้นพัฒนาการ เริ่มจากความคุ้นเคยจากการได้ยิน ได้ฟัง การพูดคุย สนทนา ทำให้พัฒนาการทางภาษาเจริญงอกงาม เด็กเริ่มเรียนจากภาษาง่ายๆเรียนรู้การใช้คำศัพท์ด้วยการใช้ประโยค เสียงแรกที่เด็กได้ยินและได้ฟัง คือเสียงของพ่อแม่ การสนทนาโต้ตอบของพ่อแม่ทำให้เด็กเรียนรู้ภาษา การพูด การสนทนากับเด็กเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการทางภาษาให้กับเด็กปฐมวัยซึ่งสอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ ( 2543:9 -12 ) ที่กล่าวว่า การเรียนรู้ภาษาเป็นสิ่งจำเป็น ผู้เกี่ยวข้องควรจัดประสบการณ์ที่เหมาะต่อการเรียนรู้ และการเรียนรู้ภาษาเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา นอกจากนั้นสิ่งที่ควรคำนึงในการส่งเสริมทักษะทางภาษาให้กับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพของเด็ก เพราะสภาพแวดล้อมที่ดี และเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นให้เกิดการเรียนรู้อย่างดีสำหรับเด็ก ดังนั้นการฟังและการพูดจึงเป็นทักษะของพัฒนาการทางภาษาในเด็กปฐมวัย

กิจกรรมนิทานเป็นกิจกรรมที่มีความเหมาะสม และมีความสำคัญต่อเด็ก เพราะนิทานเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับเด็กแทบทุกวัย โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย และนิทานเป็นกิจกรรมที่มีความเหมาะสมเอื้อต่อการพัฒนาการเด็ก ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ดังที่ พัชรี คุ้มชาติ ( 2553: 19 ) ได้กล่าวว่า การเล่านิทานเป็นวิธีการให้ความรู้วิธีการหนึ่งที่ทำให้เด็กสนใจในการเรียนรู้ สามารถจดจำ กล้าแสดงออก และมีแรงจูงใจที่จะเปิดรับพฤติกรรมที่พึงปรารถนา นอกจากนั้นยังช่วยตอบสนองความต้องการของเด็ก เช่น ความอยากรู้อยากเห็นความสัมฤทธิ์ผล ความต้องการเป็นที่ยอมรับและเนื้อหาของนิทานมีความสัมพันธ์กับความต้องการดังกล่าวจะช่วยให้เด็กสมความปรารถนาและมีความสุข กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ นิทานมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อเด็ก นอกจากนี้แล้วนิทานช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคม และสติปัญญาให้เหมาะสมกับการพัฒนาการตามวัยและยังช่วยปรุงแต่งบุคลิกภาพ แก้ไขพฤติกรรมของเด็กให้เป็นไปตามตัวแบบของตัวละครในนิทานที่เด็กชื่นชอบ รวมทั้งยังเปิดโลกจินตนาการให้กว้างไกล และยังสัมพันธภาพอันดีแก่บุคคลรอบข้าง และการแสดงออกอันเป็นที่พึงประสงค์ของสังคม ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบุคลิกภาพ

ผู้รายงานได้ศึกษาสภาพของเด็ก และปัญหาจากผลการประเมินพัฒนาการของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านบ่อเตย ในปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2558 ซึ่งจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มีผลการประเมิน ดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 แสดงผลการประเมินพัฒนาการแยกเป็นรายด้านของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1

ปีการศึกษา 2557 และ ปีการศึกษา 2558

พัฒนาการ ปีการศึกษา 2557 ปีการศึกษา 2558

จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน ร้อยละ

ด้านร่างกาย 10 90.00 13 92.31

ด้านอารมณ์ – จิตใจ 10 90.00 13 92.31

ด้านสังคม 10 80.00 13 84.62

ด้านสติปัญญา 10 40.00 13 53.85

รวมเฉลี่ย 10 75.00 13 80.76

ที่มา : รายงานการประเมินพัฒนาการเด็ก ระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านบ่อเตย (ปีการศึกษา 2557 - 2558)

จากตารางที่ 1 ผลการประเมินพัฒนาการแยกเป็นรายด้าน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ปีการศึกษา 2557 และ ปีการศึกษา 2558 พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการด้านสติปัญญา อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าพัฒนาการด้านอื่นๆ ดังนั้นผู้รายงานซึ่งเป็นครูประจำชั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนานักเรียนด้านสติปัญญา ในด้านความสามารถในการฟังและพูดของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมเสริมประสบการณ์ และจากผลการประเมินตามตัวบ่งชี้พัฒนาการด้านสติปัญญา ปรากฏดังตารางที่ 2 ดังนี้

ตารางที่ 2 แสดงผลการประเมินมาตรฐานที่ 4 พัฒนาการด้านสติปัญญาตามตัวบ่งชี้ ปีการศึกษา 2556

และปีการศึกษา 2557

ที่ ตัวบ่งชี้ ปีการศึกษา 2556 ปีการศึกษา 2557

ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ

1 สนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัว ซักถามอย่างตั้งใจและรักการเรียนรู้

4

4

2 มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้

4

4

3 มีทักษะทางภาษาที่เหมาะสมกับวัย 4 4

4 มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

4

4

5 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 4 4

เฉลี่ย 4 4

สรุประดับคุณภาพมาตรฐาน ดีมาก ดีมาก

ที่มา : รายงานประจำปีของสถานศึกษา โรงเรียนบ้านบ่อเตย ( ปีการศึกษา 2556 - 2557 : 41 )

จากตารางที่ 2 ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาในปีการศึกษา 2557 และ ปีการศึกษา 2558 ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านบ่อเตย พบว่าในมาตรฐานที่ 4 พัฒนาการด้านสติปัญญาของนักเรียนตามตัวบ่งชี้ที่ 3 มีทักษะทางภาษาที่เหมาะสมกับวัย อยู่ในระดับคุณภาพต่ำกว่าตัวบ่งชี้อื่นๆ แสดงว่าปัญหาของความจำเป็นต้องพัฒนาส่งเสริมทักษะทางภาษาด้านการฟังและพูดแก่นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ต่อไป

ในสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏ การเรียนรู้ทักษะภาษาไทยและความสามารถในการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันของเด็กปฐมวัยในบางพื้นที่ เป็นเรื่องยุ่งยาก ลำบาก และก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสาร เนื่องจากเด็กเหล่านี้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ซึ่งแต่ละท้องถิ่นที่เด็กใช้ภาษาในการสื่อความหมายต่างกันออกไป ซึ่งเรียกว่า ภาษาถิ่น เด็กจะใช้ภาษาถิ่นที่บ้าน และใช้ภาษาไทยที่โรงเรียน ส่วนมากมักประสบปัญหาความยุ่งยากในการปรับตัวให้คุ้นเคยกับการใช้ภาษาไทย ทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนอันเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ การพูดติดต่อสื่อสารเป็นการเข้ากลุ่มสังคม เพราะการพูดจะสื่อให้คนอื่นเข้าใจเราและช่วยให้เราเข้าใจคนอื่น ช่วยในการปรับตัว เด็กจะปรับตัวได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับการใช้ภาษาของเด็กด้วย ถ้าเด็กใช้ภาษาได้ดีก็ปรับตัวได้ดี ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็ก เพราะภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อความหมาย แสดงความรู้สึกความคิดของบุคคล ดังนั้นภาษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทักษะการฟังและพูด เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และสื่อความหมายได้ดี

ผู้รายงานจึงได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสามารถทางภาษาด้านการฟังและพูดของนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ชิตาพร เอี่ยมสะอาด ( 2548 : 37 –41 ) ได้กล่าวถึงทฤษฎีและแนวคิดการเรียนรู้ภาษาของเด็กปฐมวัยไว้ ดังต่อไปนี้

ชอมสกี้ ( Chomsky ) นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกันเป็นผู้คิดทฤษฎีนี้ เขาอธิบายว่าเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับเครื่องมือในการเรียนรู้ภาษา ( Language Acquisition Device ) ซึ่งเรียกว่า แอล เอ ดี ( L.A.D ) เครื่องมือนี้จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายรับข้อมูลทางภาษามาจากประโยคต่างๆ เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้กฎต่างๆทางไวยากรณ์ที่มีใช้ในภาษา กฎทางไวยากรณ์ต่างๆนี้ คือ ความรู้ในภาษา ( Competence ) ทฤษฎีนี้มีผู้วิจารณ์มากเพราะไม่ทราบว่า แอล เอ ดี อยู่ที่ไหน จึงดูไร้เหตุผล นอกจากนี้การระบุว่า แอล เอ ดี รับเฉพาะข้อมูลทางภาษา โดยไม่พิจารณาสถานการณ์อื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์ของบุคคลต่อสิ่งแวดล้อมก็จะดูผิดธรรมชาติในการเรียนรู้ ภาษาแม่ของเด็กนั้นเด็กจะต้องเรียนรู้ทั้งระดับเสียง ระดับความหมาย และระดับไวยากรณ์ แต่ความรู้ในภาษาตามทัศนะของชอมสกี้นั้น หมายถึง กฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์อย่างเดียว และละทิ้งระดับความหมายโดยสิ้นเชิง ทฤษฎีของเขาจึงไม่ได้รับการยอมรับโดยทั่วถึงกัน นอกจากนี้ผู้รายงานได้ศึกษางานวิจัยเพิ่มเติมของ นภเนตร ธรรมบวร ( 2549 : 11 - 12 ) ซึ่งได้กล่าวว่า ภาษามีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก พัฒนาการทางด้านภาษาของมนุษย์เริ่มจากภาษาพูดไปสู่ภาษาเขียน ดังนั้นการเรียนรู้ด้านภาษาในเด็กปฐมวัยจึงเน้นที่ภาษาพูด และการใช้ภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเรียนรู้ของเด็กต่อไป พัฒนาการทางภาษาประกอบด้วยการเรียนรู้ความหมายของคำใหม่ๆ ความเข้าใจประโยคต่างๆที่ซับซ้อน ความสามารถในการสร้างประโยคซับซ้อน การขยายความสิ่งที่พูดสื่อสารให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำลังพูดและการใช้ภาษาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการและได้ศึกษาเอกสาร งานวิจัยของ พิชญาดา ธาตุอินจันทร์ ( 2551:19 ) กล่าวว่า ภาษา หมายถึง การสื่อสารทุกประเภทที่แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของบุคคล ได้ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ เช่น การฟัง การพูด การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีการสื่อภาษาทั้งสิ้น และได้ศึกษางานวิจัยของ นิลุบล สินธุปัน ( 2549 : 15 ) กล่าวไว้ว่านิทานเป็นเรื่องที่เล่ากันมาแต่สมัยโบราณเป็นรูปแบบของศิลปะพื้นบ้าน เป็นการบันทึกการเล่าเรื่อง บันทึกการสนทนาระหว่างผู้เล่า ดังนั้นกิจกรรมการเล่านิทานเป็นกิจกรรมที่มีความเหมาะสมเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเด็ก ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้แก่เด็ก ดังที่ กุลยา ตันติผลาชีวะ (2548 : 32 ) ได้กล่าวว่า นิทานเป็นตำราของเด็กปฐมวัยเป็นสื่อที่ใช้ในการสนองความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก สร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กทั้งทางด้านสังคม อารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม ช่วยให้เด็กสามารถรับรู้ เข้าใจ ทำให้เด็กซึมซับ และรับความรู้

จากที่กล่าวข้างต้น ทำให้ผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้า นวัตกรรมรูปแบบการสอนที่จะนำไปใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถทางภาษาในการพัฒนาเด็ก โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทาน เป็นการส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ – จิตใจ สังคมและสติปัญญา ช่วยพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กและเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะทางภาษาด้วยการฝึกพูดเล่านิทาน เล่าเรื่องย้อนกลับและแสดงบทบาทสมมติด้วยตนเอง ผู้รายงานในฐานะครูผู้สอนนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1โรงเรียนบ้านบ่อเตย จึงใช้กิจกรรมการพัฒนาทักษะการฟังและพูด โดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุ่น ให้กับนักเรียน ในการพัฒนาความสามารถทางภาษาด้านการฟังและพูดให้กับนักเรียน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางภาษา ด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ก่อน

และหลังการใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุ่น

2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ที่มีต่อการใช้กิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน

บ้านประกอบหุ่น

ขอบเขตของการศึกษา

1. ประชากรเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนบ้านบ่อเตย จำนวน 13 คน

2. ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่

2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ การใช้กิจกรรมการเล่านิทานประกอบหุ่น

2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถทางภาษาด้านการฟังและการพูด

3. ระยะเวลาในการทดลอง

ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ ตั้งแต่

วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึง วันที่ 20 มกราคม 2559 จำนวน 24 แผน ใช้จัดประสบการณ์ วันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ ซึ่งจัดในช่วงเวลาเรียนปกติ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เวลา10.00 –10.40 น. โดยใช้เวลา 40 นาที

4. คำนิยามศัพท์

4.1 การเล่านิทานประกอบหุ่น หมายถึง การจัดกิจกรรมการเล่านิทานและถ่ายทอด

เรื่องราว โดยใช้หุ่นประกอบการเล่าให้นักเรียนได้ฟัง และสนทนาโต้ตอบเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูด

4.2 ความสามารถทางภาษาด้านการฟัง หมายถึง ความสามารถในการฟังเสียง เรื่องราว แล้ว

สามารถแสดงออกในการสื่อสารทางภาษา ประกอบด้วย

4.2.1 การเข้าใจความหมายของคำ หมายถึง ความสามารถในการบอกความหมาย หรือ

สื่อความหมายในคำที่ได้ฟังอย่างถูกต้อง

4.2.2 การปฏิบัติตามคำสั่ง หมายถึง ความสามารถในการฟังคำสั่งได้อย่างเข้าใจและ

ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

4.2.3 การเข้าใจเรื่องราว หมายถึง ความสามารถในการฟังเรื่องราวหรือข้อความ แล้ว

เข้าใจความหมาย สามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง

4.3 ความสามารถทางภาษาด้านการพูด หมายถึง ความสามารถในการใช้ภาษา ถ้อยคำ ท่าทางในการสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด ความเข้าใจเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจและสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ประกอบด้วย

4.3.1 การพูดเป็นคำสั้นๆ หมายถึง ความสามารถในการบอกชื่อคำศัพท์ได้ถูกต้องที่มีความหมายตามความเข้าใจ เพื่อใช้ในการสื่อความหมาย

4.3.2 การพูดเป็นประโยค หมายถึง ความสามารถในการพูดสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจเป็นประโยคสั้นๆ

4.3.3 การพูดเล่าเรื่อง หมายถึง ความสามารถในการพูด โดยการนำคำ ถ้อยคำ มาเชื่อมโยงจนเป็นประโยคที่มีความหมาย สามรถสื่อความหมายของรายละเอียดเหตุการณ์เล่าเรื่องต่างๆได้อย่างต่อเนื่องตามความเข้าใจของตนเอง

4.4 นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 หมายถึง นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนบ้านบ่อเตย อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 13 คน

โพสต์โดย มาดะ : [5 พ.ย. 2559 เวลา 15:04 น.]
อ่าน [7778] ไอพี : 113.53.67.127
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ