ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของ

โรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์

ชื่อผู้วิจัย : นายจเร หนูปลื้ม

ปีที่วิจัย : พ.ศ. 2557 - 2558

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสำรวจสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ 2) เพื่อพัฒนาชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ 3) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ เพื่อหาประสิทธิภาพชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนฯ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70 เพื่อเปรียบเทียบความรู้ครู ทักษะครู ศึกษาและเปรียบเทียบเจตคติครู เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ในปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2558 และเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความพึงพอใจของครู กรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะที่เกิดขึ้นของนักเรียนหลังจากครูใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ในปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2558

วิธีดำเนินการมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสำรวจสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ปีการศึกษา 2557 จำนวน 16 คน ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำนวน 12 คน และขั้นตอนที่ 3 การศึกษาและเปรียบเทียบการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู จำนวน 14 คน กรรมการสถานศึกษา จำนวน 7 คน ผู้ปกครอง จำนวน 140 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 161 คน ปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2558

เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสำรวจสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นฯ ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูฯ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ฯ แบบทดสอบวัดความรู้ฯ แบบประเมินทักษะฯ แบบสอบถามวัดเจตคติฯ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของครูฯ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของกรรมการสถานศึกษาฯ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของผู้ปกครองฯ และแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สถิติที่ใช้ คือ ค่าดัชนีความต้องจำเป็น (Priority Needs Index modified : PNI modified)ค่าร้อยละ ค่าตัวกลางเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความสอดคล้อง ค่าความเที่ยง ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก การทดสอบทีแบบไม่อิสระ และค่าประสิทธิภาพ ผลการวิจัยพบว่า

ขั้นตอนที่ 1 ผลการสำรวจสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ พบว่า โดยภาพรวมระดับสภาพปัจจุบัน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.90, s.d. = 0.48) และโดยภาพรวมระดับความต้องการจำเป็น มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.44, s.d. = 0.46) ผลการคำนวณหาค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (Priority Needs Index modified : PNI modified) รายการการส่งเสริมการวิจัยชั้นเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 1

ขั้นตอนที่ 2 ผลการพัฒนาชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ จำนวน 8 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 ความรู้พื้นฐานการวิจัยชั้นเรียน ชุดที่ 2 บทนำการวิจัยชั้นเรียน ชุดที่ 3 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ชุดที่ 4 วิธีดำเนินการวิจัย ชุดที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ชุดที่ 6 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ชุดที่ 7 ส่วนประกอบตอนต้นและส่วนประกอบตอนท้ายการวิจัยชั้นเรียน และชุดที่ 8 การเขียนรายงานการวิจัยชั้นเรียน

ขั้นตอนที่ 3 ผลการศึกษาและเปรียบเทียบการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ พบว่า

3.1 ประสิทธิภาพของชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ มีค่าเท่ากับ 74.14/73.05

3.2 ผลการเปรียบเทียบความรู้ครู ทักษะครู และศึกษาและเปรียบเทียบเจตคติครูหลังการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ในปีการศึกษา 2557 และปีการศึกษา 2558 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.3 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ปีการศึกษา 2558 สูงกว่าปีการศึกษา 2557 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.4 ผลการศึกษาและเปรียบเทียบความพึงพอใจของครู กรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะที่เกิดขึ้นของนักเรียนหลังจากครูใช้ชุดอบรมการวิจัยชั้นเรียนสำหรับครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ ปีการศึกษา 2558 สูงขึ้นกว่าปีการศึกษา 2557

โพสต์โดย เร : [7 ต.ค. 2559 เวลา 17:30 น.]
อ่าน [103960] ไอพี : 171.6.249.101
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 26,788 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?

เปิดอ่าน 22,765 ครั้ง
จัดสวนอย่างไร ให้มี "ฮวงจุ้ย" ดี
จัดสวนอย่างไร ให้มี "ฮวงจุ้ย" ดี

เปิดอ่าน 25,902 ครั้ง
เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก
เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก

เปิดอ่าน 17,179 ครั้ง
ดื่มน้ำแค่ไหนจึงจะพอ?
ดื่มน้ำแค่ไหนจึงจะพอ?

เปิดอ่าน 3,748 ครั้ง
Blog คืออะไร
Blog คืออะไร

เปิดอ่าน 35,773 ครั้ง
กินเจ-มังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร
กินเจ-มังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร

เปิดอ่าน 18,230 ครั้ง
จระเข้เขมือบครูฝึกทั้งเป็น ที่เป็นข่าว
จระเข้เขมือบครูฝึกทั้งเป็น ที่เป็นข่าว

เปิดอ่าน 49,479 ครั้ง
อารยธรรมกรีกโบราณ
อารยธรรมกรีกโบราณ

เปิดอ่าน 67,098 ครั้ง
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ

เปิดอ่าน 10,663 ครั้ง
แนวการสอนซ่อมเสริมการอ่านและการเขียน ประถมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1-7
แนวการสอนซ่อมเสริมการอ่านและการเขียน ประถมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1-7

เปิดอ่าน 10,090 ครั้ง
การประยุกต์สถิติในชีวิตประจำวัน
การประยุกต์สถิติในชีวิตประจำวัน

เปิดอ่าน 14,228 ครั้ง
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย

เปิดอ่าน 55,704 ครั้ง
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : ยูคลิด (Euclid)
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : ยูคลิด (Euclid)

เปิดอ่าน 94,498 ครั้ง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง
สุภาษิต-คำพังเพยเข้าถึงเด็กไทย แนะใช้บ่อย-สื่อเห็นภาพจริง

เปิดอ่าน 16,994 ครั้ง
อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว
อย.เตือนหยุดใช้ลิปสติกดังบางรุ่นชั่วคราว หลังสื่อนอกตีข่าวพบปนเปื้อนสารตะกั่ว

เปิดอ่าน 1,509 ครั้ง
ไขข้อสงสัย ใครบ้างที่ควรทำแบบทดสอบซึมเศร้า
ไขข้อสงสัย ใครบ้างที่ควรทำแบบทดสอบซึมเศร้า
เปิดอ่าน 5,683 ครั้ง
ทำไมอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นผู้เล่นใหญ่ในเศรษฐกิจของหลายประเทศ
ทำไมอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นผู้เล่นใหญ่ในเศรษฐกิจของหลายประเทศ
เปิดอ่าน 21,046 ครั้ง
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : จับตามองครูในศตวรรษที่ 21 "ครูหัวใจสะเต็ม"
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : จับตามองครูในศตวรรษที่ 21 "ครูหัวใจสะเต็ม"
เปิดอ่าน 329,891 ครั้ง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
5 วิธีเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง
เปิดอ่าน 1,803 ครั้ง
บ้านที่มีเอกสารน.ส. 3 ก. เอาไปขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ไหม ?
บ้านที่มีเอกสารน.ส. 3 ก. เอาไปขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ไหม ?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ