ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในการพัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรง

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานในการพัฒนาคุณลักษณะ

อันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์)

ผู้วิจัย นางนัยนา อังคุตรานนท์

ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ปีวิจัย ปีการศึกษา 2558

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน บริบทและสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน และ 4) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ใน การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ก่อนนำออกเผยแพร่ต่อไป ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 44 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 533 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 533 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน แบบตรวจสอบเพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน มีค่าความเชื่อมั่น .93 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของครูผู้สอน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน มีค่าความเชื่อมั่น .95 และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการบริหารโรงเรียน มีค่าความเชื่อมั่น .94 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ยร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสถิติการบรรยาย

สรุปผลการวิจัย

1. การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของการจัดการเรียนรู้ พบว่า ครูผู้สอนต้องการให้ผู้บริหารส่งเสริมและพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

2. รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า SCPCEL Model มีองค์ประกอบ 6 ด้าน คือ ด้านการมีส่วนร่วม (Participating : P) ด้านการสร้างความรู้ (Constructing : C) ด้านการจัดการเรียนรู้ (Learning : L) ด้านการพัฒนาคุณลักษณะ (Characterizing : C) ด้านการประเมินผล (Evaluating : E) และด้านความพอใจ (Satisfying : S) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ทั้งรูปแบบและองค์ประกอบมีความเหมาะสมและนำไปใช้ในการบริหารโรงเรียนได้ อยู่ในระดับมากที่สุด

3. การทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พบว่า นักเรียนในทุกชั้นเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2558 สูงกว่าปีการศึกษา 2557 คิดเป็นร้อยละ 7.13 และนักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อยู่ในระดับดีมาก

4. การประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ก่อนนำออกเผยแพร่ พบว่า ครูมีความสามารถในการจัด การเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด และผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด

ชื่อเรื่อง การบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์)

ผู้วิจัย นางนัยนา อังคุตรานนท์

ผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ปีวิจัย ปีการศึกษา 2557

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการบริหารงานวิชาการ ของครูผู้สอนในโรงเรียน 2) เพื่อสร้างแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียน และ 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ประชากรเป็นผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยคือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 13 คน ครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 45 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัญหาการบริหารงานวิชาการมีค่าความเชื่อมั่น .94 แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) แบบตรวจสอบเพื่อประเมินความเหมาะสมของแนวทางการบริหารสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบประเมินความสามารถในการบริหารงานวิชาการ มีค่าความเชื่อมั่น .92 แบบประเมินมาตรฐานการศึกษา แบบประเมินประสิทธิผลของแนวทางการบริหารสถานศึกษา มีค่าความเชื่อมั่น .92 และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการบริหารโรงเรียนด้วยแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มีค่าความเชื่อมั่น .92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสถิติการบรรยาย

สรุปผลการวิจัย

1. สภาพปัญหาการบริหารงานวิชาการของครูผู้สอนในโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พบว่า โดยรวมและรายด้านมีสภาพปัญหาการบริหารงานวิชาการ อยู่ในระดับปานกลาง

2. แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) มีองค์ประกอบ 5 ด้าน คือด้านการบริหารหลักสูตร (Curriculum Management) ด้านการบริหารการจัดการเรียนรู้ (Learning Management) ด้านการบริหารการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ (Evaluation Management) ด้านการบริหารการนิเทศภายใน (Supervision Management) และด้านการบริหารการประกันคุณภาพภายใน (Quality Assurance Management) โดยผลการตรวจสอบเพื่อประเมินความเหมาะสมของแนวทางโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า โดยรวมแนวทางการบริหารสถานศึกษามีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกด้านของแนวทางมีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้อยู่ในระดับมากที่สุด

3. การทดลองใช้แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พบว่า โดยรวมครูผู้สอนมีความสามารถในการบริหารงานวิชาการ อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินมาตรฐานการศึกษา อยู่ในระดับดีมาก ได้รับรองมาตรฐานการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยที่ได้ 90.27 แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมีประสิทธิผล อยู่ในระดับมากที่สุด และทั้งครูผู้สอนและผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียนด้วยแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนางานวิชาการ ของโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย จั๊ม : [9 ก.ย. 2559 เวลา 08:56 น.]
อ่าน [105199] ไอพี : 118.175.173.12
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,694 ครั้ง
เม็ดแมงลัก สมุนไพรเด็ด ช่วยให้หุ่นสวย สุขภาพดี
เม็ดแมงลัก สมุนไพรเด็ด ช่วยให้หุ่นสวย สุขภาพดี

เปิดอ่าน 14,268 ครั้ง
การใช้คลังข้อสอบมาตรฐาน (Standardize ltem Bank System : SIBS) เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)
การใช้คลังข้อสอบมาตรฐาน (Standardize ltem Bank System : SIBS) เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)

เปิดอ่าน 21,567 ครั้ง
เกร็ดน่ารู้ของกาแฟ ... ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เกร็ดน่ารู้ของกาแฟ ... ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เปิดอ่าน 2,768 ครั้ง
เดินทางกับ Cathay Pacific พร้อมทริคจองตั๋วราคาในประหยัด
เดินทางกับ Cathay Pacific พร้อมทริคจองตั๋วราคาในประหยัด

เปิดอ่าน 48,801 ครั้ง
วิธีแก้ the dependency service or group failed to start ใน Win7
วิธีแก้ the dependency service or group failed to start ใน Win7

เปิดอ่าน 55,315 ครั้ง
แบบฝึกคิดเลขในใจ ระดับ 1 - ระดับ 5
แบบฝึกคิดเลขในใจ ระดับ 1 - ระดับ 5

เปิดอ่าน 21,960 ครั้ง
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า

เปิดอ่าน 81,513 ครั้ง
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา

เปิดอ่าน 13,386 ครั้ง
"Li-Fi" เน็ตไร้สายเร็วกว่าไว-ไฟ100เท่า
"Li-Fi" เน็ตไร้สายเร็วกว่าไว-ไฟ100เท่า

เปิดอ่าน 10,924 ครั้ง
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน
ความพร้อมด้านไอซีทีของประเทศไทย แค่อันดับสามของอาเซียน

เปิดอ่าน 19,148 ครั้ง
การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1
การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตอน1

เปิดอ่าน 23,612 ครั้ง
รู้จักวิตามิน H
รู้จักวิตามิน H

เปิดอ่าน 21,751 ครั้ง
พิสูจน์กฎคณิตศาสตร์โดยใช้ภาพ
พิสูจน์กฎคณิตศาสตร์โดยใช้ภาพ

เปิดอ่าน 21,096 ครั้ง
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน

เปิดอ่าน 25,122 ครั้ง
พระสยามเทวาธิราช
พระสยามเทวาธิราช

เปิดอ่าน 36,610 ครั้ง
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2555
เปิดอ่าน 15,722 ครั้ง
อาหารต้านสารก่อมะเร็งที่พบบ่อยในธรรมชาติ
อาหารต้านสารก่อมะเร็งที่พบบ่อยในธรรมชาติ
เปิดอ่าน 21,816 ครั้ง
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์
เปิดอ่าน 27,419 ครั้ง
ศาลปกครองคืออะไร
ศาลปกครองคืออะไร
เปิดอ่าน 1,506 ครั้ง
4 ข้อควรรู้ก่อนทำการลดหย่อนภาษีซื้อบ้านหลังแรก
4 ข้อควรรู้ก่อนทำการลดหย่อนภาษีซื้อบ้านหลังแรก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ