ชื่อผลงาน การพัฒนาระบบการบริหารหลักสูตร ตามแนวคิด SBMLD
เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม
ผู้วิจัยและพัฒนา นางบุรีรัตน์ ชวนงูเหลือม
ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนหนองบัวพิทยาคม
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
ปีการศึกษา 2557
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษา สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารหลักสูตรโรงเรียนหนองบัวพิทยาคม (2) เพื่อพัฒนาระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม (3) เพื่อศึกษาและประเมินการผลการใช้ระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ (4) เพื่อติดตามตรวจสอบ การใช้ระบบการบริหารหลักสูตร ตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียนที่พัฒนาขึ้น โดยดำเนินการวิจัยในลักษณะการวิจัยและพัฒนา ซึ่งดำเนินการเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา และความต้องการต่อการบริหารหลักสูตร ระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวคิดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม ระยะที่ 3 การศึกษาและประเมินผลการใช้ระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวคิดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม และ ระยะที่ 4 การติดตามผลการใช้ระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวคิดการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม ในทุกระยะการดำเนินการ มีการกำหนด กลุ่มตัวอย่างจากประชากร คือ ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม ปีการศึกษา 2557 จำนวน 639 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการ แบบบันทึกการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ และแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการบริหารหลักสูตรโรงเรียนหนองบัวพิทยาคม จากการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครอง พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุน รองลงมาคือ ด้านการจัดทำหลักสูตร และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการกำกับดูแลคุณภาพ และจากการการสนทนากลุ่ม ของ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า สภาพปัจจุบัน ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน ขาดการมีส่วนร่วมในการวางแผน เตรียมการ จัดทำหลักสูตร ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของครูที่รับผิดชอบด้านงานวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษาขาดการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น หรือ SBMLD ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการบริหารหลักสูตรในระดับน้อย การจัดทำหลักสูตรยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนหรือท้องถิ่นที่ต้องการให้มีการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ที่เน้นเกี่ยวกับอาชีพ และไม่ครอบคลุมตามกลุ่มเป้าหมาย การสนับสนุนงบประมาณ ทรัพยากรทางการศึกษายังมีไม่เพียงพอ ครูผู้สอนดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการสอนที่หลากหลาย มีการเตรียมการสอนที่ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารสถานศึกษามีการนิเทศติดตามแต่ขาดความต่อเนื่อง การบริหารหลักสูตรของสถานศึกษายังไม่เป็นระบบ การจัดการศึกษานอกระบบ และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปยังมีน้อยเนื่องจากเป็นแนวคิดใหม่ที่พึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ในสถานศึกษา การกำกับดูแล ตรวจสอบประเมินผลการใช้หลักสูตรของสถานศึกษาขาดความต่อเนื่องและไม่เป็นระบบ
2. ผลการพัฒนาระบบการบริหารหลักสูตร ตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม ทำให้ได้ระบบการบริหารหลักสูตรที่ชัดเจนขึ้นโดยจัดในกรอบแนวคิด 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการมีส่วนร่วมโดยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (2) ด้านการจัดการศึกษาในระบบสำหรับนักเรียนในสถานศึกษา (3) ด้านการจัดการศึกษานอกระบบสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป (4) ด้านการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป และในแต่ละด้านจะประกอบด้วยแนวทางการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นการวางแผน เตรียมการ จัดทำหลักสูตร (2) ขั้นการส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตร (3) ขั้นการกำกับดูแล ตรวจสอบประเมินผล และนำระบบการบริหารหลักสูตร ฯ เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและแบบประเมินหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความสอดคล้องพบว่าสอดคล้องทุกด้าน
3. ผลการศึกษาและประเมินผลการใช้ระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม จากการสอบถามความคิดเห็นของ ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.91 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการศึกษาในระบบสำหรับนักเรียนในสถานศึกษา ( =4.17) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 1.14 รองลงมาคือ ด้านการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ( =3.92) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 1.01 และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น ( =3.86) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 1.00
4. ผลการติดตามผลการใช้ระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม
4.1 ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้ระบบบริหารหลักสูตร SBMLD เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ของ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน ด้านการจัดการศึกษา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.11) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.81 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการศึกษาในระบบสำหรับนักเรียนในสถานศึกษา ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.15) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.81 รองลงมา คือ ด้านการจัดการศึกษานอกระบบสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.04) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.85 ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 3.81) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.79
4.2 การประเมินระบบการบริหารหลักสูตรตามแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม จากการสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้ระบบบริหารหลักสูตร SBMLD เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โดยการสอบถามความพึงพอใจผู้ใช้ระบบ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.15) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.81 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านที่ด้านการส่งเสริม สนับสนุน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.20) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.79 รองลงมา คือ ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( =4.14) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.82 และ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการกำกับ ดูแลคุณภาพ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับระดับมาก ( =4.09) ส่วนเบนเบี่ยงมาตรฐาน เท่ากับ 0.81