ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะ การเขียนเรื่องจากภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกพยอม

วิจัยในชั้นเรียน

ชื่องานวิจัย ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะ การเขียนเรื่องจากภาพ

ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกพยอม

ชื่อผู้วิจัย นางนิตยา จันทวดี

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทยที่จำเป็น ในการสื่อสารของมนุษย์ การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในโรงเรียนจึงนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้เยาวชนของชาติตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทยแล้ว ภาษาไทยยังเป็นพื้นฐานที่คนไทยทุกคนใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความจำเป็นดังกล่าวหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงกำหนดให้สาระการเรียนรู้ภาษาไทยเป็นสาระการเรียนรู้ ที่สถานศึกษาต้องใช้เป็นหลักในการเรียนการสอนเพื่อสร้างพื้นฐานการคิด และใช้เป็นกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและวิกฤติของชาติ โดยได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนมีทักษะด้านการอ่าน การเขียน การฟัง และการพูด เพื่อนำไปใช้แสวงหาความรู้และสื่อความคิด ความเข้าใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวันในทักษะทั้ง 4 ด้านคือ ทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนนั้น ทักษะการเขียนเป็นทักษะหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากต้องใช้ในการสื่อสาร เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และการศึกษา การเขียนเรื่องจากภาพ เป็นทักษะการเขียนประเภทหนึ่งที่จำเป็นต่อการเรียน เนื่องจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (0-NET)

กลุ่มสาระภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี การศึกษา 2561 วัดสาระการเขียนในมาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ตัวชี้วัด ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ วัดชี้วัด ป.6/2 เขียนสื่อสาร โดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสมวัดตัวชี้วัด ป6/8 เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ (วัดพฤติกรรม/ ระดับความคิดด้านสังเคราะห์/ความคิดสร้างสรรค์) ผู้วิจัยได้จัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ในฐานะครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกพยอม พบว่านักเรียนยังขาดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เนื้อหาไม่ตรงประเด็นไม่สอดคล้องกับภาพ ใช้ถ้อยคำไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมใช้คำซ้ำ ใช้คำเชื่อมไม่เหมาะสม ขาดสุนทรียภาพทางภาษา ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง จากความสำคัญและเหตุผลดังกล่าว ผู้สอนจึงเกิดแนวคิดที่ว่า ถ้าครูลองนำภาพที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่กำหนดให้นักเรียนเขียน มาเป็นตัวนำให้เกิดความคิดในการเล่าเรื่อง จะช่วยให้การเขียน เล่าเรื่องของนักเรียนมีความลื่นไหลมากขึ้น ภาพอาจจะช่วย สร้างความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในการเขียนเรื่องได้ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดแบบฝึกการเขียนเรื่องจากภาพที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนฝึกทักษะการเขียนสรุปความได้ดีขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

จุดประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกพยอม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อน-หลังการเรียนรู้ และร้อยละความก้าวหน้า ของทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 11 คนที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนบ้านโคกพยอม

นวัตกรรม / เครื่องมือ

1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย

1.1 แผนการสอนวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

1.2 แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพจำนวน 1 ชุดกิจกรรม

2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่

2.1 แบบทดสอบ เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ เป็นแบบทดสอบอัตนัย เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการเขียนเรื่องจากภาพก่อน – หลังการใช้ชุดแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ จำนวน 2 ชุด และได้แยกชุดแบบทดสอบ ดังนี้

แบบทดสอบชุดที่ 1 ทดสอบก่อนเรียน จำนวน 2 ข้อ (ข้อละ 10 คะแนน )

แบบทดสอบชุดที่ 2 ทดสอบหลังเรียน จำนวน 2 ข้อ (ข้อละ 10 คะแนน )

รูบริคส์ประเมินผลแบบทดสอบวัดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ

เกณฑ์การประเมินผล

3 คะแนน การใช้ภาษา โครงสร้างของภาษา การเขียนสะกดคำ

4 คะแนน เนื้อหาตรงประเด็น สร้างสรรค์

2 คะแนน ความสะอาดเรียบร้อย

1 คะแนน เขียนเกณฑ์ที่กำหนด

0 คะแนน ไม่มีประเด็นสำคัญเลย

ขั้นตอนฝึกการเขียนเล่าเรื่องจากภาพ

ครูผู้สอน (ผู้วิจัย) ศึกษาเกณฑ์การตรวจคะแนนการเขียนเรื่องจากภาพ o-net แล้วได้นำเกณฑ์

มาปรับวางรูปแบบแนวเดียวกัน และจุดควรระวังในเรื่องต่างๆ ที่อาจทำให้นักเรียนเสียโอกาสคะแนน

จุดนั้นๆ ได้

ครูผู้สอน (ผู้วิจัย) จึงได้ออกแบบแนวทาง ขั้นตอนการเขียนเรื่องจากภาพ ดังนี้

1. นักเรียนดูภาพอย่างละเอียด แล้วพิจารณา เช่น สถานที่ เวลา บรรยากาศ สีหน้า การกระทำ เป็นต้น

2. นักเรียนเขียนคำจากภาพ หลังจากพิจารณาภาพ ข้อ 1 เช่น เงิน ดีใจ ภูมิใจ ซื้อ ตก/หล่น คืน ซื่อสัตย์กลางวัน ตลาด ห้องนั่งเล่น เพื่อนกัน เป็นต้น

3. นำคำที่ได้จากภาพ มาเรียบเรียงเป็นประโยคให้สอดคล้องในภาพ

- แพนเค้กไปตลาดเพื่อซื้อลูกชิ้นให้น้อง

- ขณะที่แพนเค้กซื้อลูกชิ้น

- แพนเค้กทำเงินหล่นโดยตนเองไม่รู้ตัว

- อาโปเดินหาซื้อผลไม้ในตลาด

- อาโปเห็นเงินของเธอตก และเธอก็ไม่รู้ตัว

- อาโปเก็บเงินให้เธอ

- อาโปเป็นคนซื่อสัตย์

- อาโปภูมิใจที่ได้นำเงินคืนด้วยความซื่อสัตย์

- แพนเค้กขอบคุณ และชื่นชมอาโป

- ทั้งสองก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

4. นำประโยคต่างๆ จากข้อ 3 มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราว ครูผู้สอน (ผู้วิจัย) ได้วางแนวทางการเขียนโดยเริ่มต้น เวลา สถานการณ์ และตามด้วยเหตุการณ์

5. นักเรียนนำประโยคต่าง ๆ จากข้อ 3 เรียบเรียนเรื่องราวให้สอดคล้องตามภาพ ครูผู้สอนร่วมกันวางแผนแนวทางการเขียนโดยเรื่องจาก เวลา สถานที่ ตามด้วยเหตุการณ์ อาทิเช่น

6. ครูผู้สอนศึกษาเกณฑ์การตรวจคะแนนการเขียนเรื่องจากภาพ แล้วได้นำเกณฑ์มาปรับวางรูปแบบแนวเดียวกัน และจุดควรระวังในเรื่องต่างๆ ที่อาจทำให้นักเรียนเสียโอกาสคะแนนจุดนั้นๆ ได้เน้นย้ำนักเรียนที่ต้องระวัง ดังนี้

6.1 คำ

- การสะกดคำให้ถูกต้อง หากคำไหนที่ไม่แม่นยำการสะกดให้เลี่ยงคำนั้น

- คำซ้ำ ในเรื่องที่มีความยาว 5-7 บรรทัด ไม่ควรมีคำซ้ำมากกว่า 4 ครั้งต่อคำ หากมีคำซ้ำเปลี่ยนคำเชื่อมหรือสรรพนามอื่นแทน ความหมายคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

- คำไทยมาตรฐานเท่านั้น ไม่ใช้คำทับศัพท์ เช่น แบงค์ คิว เชียร์ ตั๋ว เคาว์เตอร์ เป็นต้น

- ภาษาเขียนเท่านนั้น ไม่ใช่ภาษาพูดหรือภาษาถิ่น

- อักษรย่อ เลี่ยงการใช้อักษรย่อ หรือการใช้เครื่องหมายไม้ยมกให้ถูกต้อง หากไม่แม่นยำให้เลี่ยงใช้เครื่องหมาย

- คำเชื่อม การใช้คำเชื่อมให้ถูกต้องกับความหมายที่ต้องการสื่อสาร ซึ่งคำเชื่อมมีมากมาย นักเรียนมีคลังคำศัพท์ หรือการใช้คำเชื่อมไม่หลากหลาย จะใช้เพียงแค่บางคำ ซึ่งอาจทำให้คำนั้นซ้ำมากเกินกว่า 4 คำต่อเรื่อง

6.2 ประโยค (ประธาน+กริยา+กรรม)

- เมื่อขึ้นประโยคใหม่หลังเว้นวรรค ส่วนประกอบประโยคครบถ้วน โดยเฉพาะประธาน หากไม่มีประธานใช้คำเชื่อมแทน

- การเรียงคำในประโยค

- ใจความแต่ละประโยคไม่วกวน ไม่อธิบายซ้ำประโยคที่ผ่านมา

6.3 การเว้นวรรค

6.4 ปฏิบัติตามคำสั่ง

วิธีดำเนินการ การเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ทำการปฐมนิเทศนักเรียน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ข้อปฏิบัติของสมาชิกในห้องเรียน

2. นำแบบทดสอบเรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อวัดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพก่อนเรียน (Pre-test) กับประชากรนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และทำการบันทึกคะแนนที่ได้ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3. ทดลองใช้ชุดแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ดำเนินการสอนตามแผนการจัดกิจกรรมที่ผู้ศึกษากำหนดไว้

4. เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว นำแบบทดสอบเรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ วัดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ประเมินความรู้หลังเรียน (Post-test)

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิจัยครั้งนี้ ผู้ศึกษาทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าสถิติ คะแนนเฉลี่ย และทำการเปรียบเทียบ ร้อยละความก้าวหน้า ของคะแนนทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ก่อนและหลังเรียน

ผลการวิจัย สรุปผลการศึกษา

จากการศึกษาผลการส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการศึกษา สรุปได้ดังนี้

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทักษะการเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียน จากการศึกษาพบว่า ผลการใช้ชุดแบบฝึกการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ประกอบกับวิธีสอนแบบอธิบายและแสดงเหตุผล วิธีการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ที่พัฒนาขึ้นมาโดยปรับกิจกรรมดังกล่าว

ให้สอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่างและสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ และใช้แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งก่อนและหลังเรียน จากการศึกษาพบว่า

ผลการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยของทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ โดยใช้ชุดแบบฝึก

การเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ประกอบกับวิธีสอนแบบอธิบายและแสดงเหตุผล วิธีการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนเรียน กล่าวคือ ก่อนเรียนนักเรียนมีทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เฉลี่ยรวม 6.27 คิดเป็นร้อยละ 62.70 หลังเรียนโดยใช้ ชุดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เฉลี่ยรวม 8.04 คิดเป็นร้อยละ 80.04 ร้อยละความก้าวหน้า 17.34

ผลการศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียน โดยใช้ชุดแบบฝึกการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย โดยรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

จากข้อมูลข้างต้นสามารถอธิบายได้ว่า โดยภาพรวมนักเรียนได้รับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ คือ เขียนการเขียนเรื่องจากภาพในระดับความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถบ่งบอกได้ว่า นักเรียนส่วนใหญ่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเขียนเรื่องจากภาพเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

อภิปรายผลการศึกษา

จากการศึกษาผลการส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ โดยใช้ชุดแบบฝึกการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ตามแผนการสอนที่พัฒนาขึ้นมาโดยปรับให้สอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่างและสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ คือ เขียนเรื่องจากภาพในระดับความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ผู้วิจัยได้จัดการเรียนการสอน โดยเน้นวิธีสอนแบบอธิบายและแสดงเหตุผล วิธีการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ และเน้นการเรียนรู้ตามหลักการของ BBL Model ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดประสบการณ์ ให้นักเรียนได้เพิ่มพูนความคิดเห็นที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่เรียน ส่งผลให้นักเรียนเกิดความรู้ที่คงทน ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้ของตนเองออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ในส่วนของความพึงพอใจต่อการเรียนนั้น เป็นไปตามสมมุติฐาน ซึ่งผู้วิจัยมีความเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในการใช้วิธีสอนด้วยนวัตกรรมแบบฝึกทักษะ ดังนั้นแบบฝึกทักษะ จึงเป็นนวัตกรรมที่เป็นสากลสำหรับนักเรียนและครูโดยทั่วไป สอดคล้องกับ สายสุนี สกุลแก้ว (2535: 65) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะเพื่อจับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการวิจัยพบว่าคะแนนเฉลี่ยจากการทำข้อสอบหลังทำแบบฝึกหัดมากกว่าก่อนทำแบบฝึกหัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่า นักเรียนมีพัฒนาการในการเรียนเรียนสูงขึ้น เช่นเดียวกับงานวิจัยของ มาลี สะอาดเอี่ยม และคณะ (544: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านคำราชาศัพท์ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างก่อนการเรียนและหลังการเรียนโดยใช้สถิติ t-test พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เช่นเดียวกับการศึกษาของ นันฑกาญจน์ คำสุวรรณ์ (ก: บทคัดย่อ) รายงานผลการพัฒนาการใช้ภาพเป็นสื่อในการกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการพัฒนาทักษะในด้านการเขียนเรื่อง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวมจากการวิจัยเรื่องการใช้ภาพเป็นสื่อในการเขียนเรื่อง พบว่าผู้เรียนส่วนมากจะเขียนเรื่องตามจินตนาการ จะเขียนได้ดีกว่าการกำหนดภาพให้ แต่การสะกดคำทั้งคิดเอง และกำหนดภาพยังผิดอยู่ บางคนยังเขียนสะกดคำ การเว้นวรรคตอน การใช้คำเชื่อมประโยคไม่ถูกต้อง และ กมลชนก สุขสุวรรณ์ (2559) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้วิจัยดำเนินการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ แผนการสอน พร้อมทั้งสร้างแบบวัดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ

เก็บรวบรวมข้อมูลแล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ t – test แบบ dependent ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ มีทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

จากการศึกษาครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า การใช้ชุดแบบฝึกสรุปความวิชาภาษาไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ โดยเน้นวิธีสอนแบบอธิบายและแสดงเหตุผล วิธีการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสรุปความ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการเขียนสรุปความ ที่กล่าวมาแล้วนั้น ช่วยให้นักเรียนได้รับการส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพคือ เขียนการเขียนเรื่องจากภาพในระดับความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ วิจารณ์และสร้างสรรค์ ต่อยอดทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการเรียนของตน ให้เป็นองค์ความรู้ที่ฝังแน่นซึ่งเป็นความรู้ที่ติดตัวในระยะยาวต่อไป

ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา

1. การใช้ชุดแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้สูงขึ้น ทั้งยังก่อให้เกิดความสนุกสนาน และการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงถือว่าเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้อีกทางหนึ่ง

2. การนำแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย ไปใช้ในการเรียนการสอนให้กับนักเรียนนั้น ครูจะต้องมีการศึกษาและทำความเข้าใจในสิ่งต่อไปนี้ ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ทุกขั้นตอนให้เข้าใจ ศึกษาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพเกี่ยวกับวิธีการ เนื้อหา จุดประสงค์และรูปแบบการใช้ ตลอดจนแนวทางในการปฏิบัติ และต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ดังนี้ ชี้แจงหลักและวิธีการในการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพว่ามีวิธีการอย่างไร ตลอดจนขั้นตอนต่างๆ ในการใช้ รวมถึงข้อตกลงต่างๆ ที่มีความจำเป็นเพื่อให้การเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดความสับสนและเสียเวลา ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนเอง

3. ครูต้องตระหนักพร้อมทั้งให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกคนในกลุ่ม เนื่องจากแต่ละกลุ่มจะมีนักเรียนเก่ง ปานกลางและอ่อน โดยต้องมีการสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละกิจกรรม

ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาครั้งต่อไป

1. ควรศึกษาเปรียบเทียบผลการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะที่ครูจัดทำขึ้น กับการสอนที่ใช้แบบฝึกในหนังสือเรียน

สะท้อนความคิดของผู้วิจัย

ผู้วิจัยได้รับประโยชน์จากการทำวิจัยในชั้นเรียนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ผู้วิจัย

ได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั่นก็คือ นักเรียนมีทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ คือ เขียนเรื่องจากภาพ ในระดับความเข้าใจ ตีความ วิเคราะห์ วิจารณ์และสร้างสรรค์ ต่อยอดทักษะทางภาษาที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการเรียนของตน ให้เป็นองค์ความรู้ที่ฝังแน่นซึ่งเป็นความรู้ที่ติดตัวต่อไป

บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ปีการศึกษา 2562 จำนวน 11 คน คัดเลือกจากห้องที่ผู้วิจัยทำการสอน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ เรื่อง การเขียนเรื่องจากภาพ เป็นแบบทดสอบอัตนัย เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการเขียนเรื่องจากภาพก่อน – หลังการใช้ชุดแบบฝึก

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าคะแนน ค่าเฉลี่ย และร้อยละความก้าวหน้า

ผลการวิจัยพบว่า หลังการจัดการเรียนการสอนโดยชุดแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพวิชาภาษาไทย นักเรียนมีคะแนนทักษะการเขียนเรื่องจากภาพโดยภาพรวม อยู่ในระดับที่สูงกว่า ก่อนการเรียน กล่าวคือ ก่อนเรียนมีค่าคะแนนทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เฉลี่ยรวม 6.27 คิดเป็นร้อยละ 62.27 หลังการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทักษะการเขียนสรุปความ เฉลี่ยรวม 8.04 คิดเป็นร้อยละ 80.40 ร้อยละความก้าวหน้า 17.34 และนักเรียนพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ว่า นักเรียนจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นผู้ที่มีทักษะการเขียนเรื่องจากภาพตลอดจนสามารถพัฒนาการเขียนเรื่องจากภาพให้ได้ผลในระดับความเข้าใจขั้นตีความ ระดับขั้นวิเคราะห์ วิจารณ์ ระดับความเข้าใจขั้นสร้างสรรค์

โพสต์โดย KruBio : [16 ก.พ. 2563 เวลา 11:06 น.]
อ่าน [73] ไอพี : 202.12.73.37
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ