ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์)

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์)

ชื่อผู้ประเมิน นางสาวสายสมร มูสิโก รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ขรี(สวิงประชาสรรค์)

ปีการศึกษา 2561

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

รายงานการประเมินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์) มีวัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการเพื่อ 1) ประเมินด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นและวัตถุประสงค์ของโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) ประเมินความเหมาะสมของโครงการในด้านปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ความพร้อมและความเหมาะสม ด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการบริหารจัดการของโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) ประเมินความเหมาะสมของโครงการในด้านกระบวนการ ได้แก่ การวางแผน การประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร การอำนวยความสะดวก การจัดกิจกรรม ปัญหาและอุปสรรคของโครงการ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการ (1) ประเมินความสำเร็จโดยภาพรวมของโครงการ (2) ประเมินผลสำเร็จของกิจกรรม (3) ประเมินความพึงพอใจของ ครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และผู้นำชุมชน (4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมิน คือ ครู 26 คน (เลือกเจาะจงเฉพาะครูผู้สอน) กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (เลือกเจาะจงเฉพาะบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารและครูโรงเรียนบ้านแม่ขรี(สวิงประชาสรรค์)) ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 79 คน (เลือกเจาะจงเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3) ผู้นำชุมชน 12 คน (เลือกเจาะจงเฉพาะผู้ที่ไม่ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน) นักเรียนจำนวน 79 คน (เลือกเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3)

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบสอบถามลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 7 ฉบับ ฉบับที่ 1 ด้านสภาพแวดล้อม มีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครูและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 2 ด้านปัจจัยนำเข้า มีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครูและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 3 ด้านกระบวนการมีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครูและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับที่ 4 ด้านผลผลิตเกี่ยวกับความสำเร็จของโครงการ มีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน ฉบับที่ 5 ด้านผลผลิตเกี่ยวกับความสำเร็จของกิจกรรม มีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชน ฉบับที่ 6 ด้านความพึงพอใจ มีข้อคำถาม 10 ข้อ สำหรับถามครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชนและผู้ปกครอง และฉบับที่ 7 ด้านความพึงพอใจ มีข้อคำถาม 8 ข้อ สำหรับถามนักเรียน

สรุปผลการประเมิน

1. ผลการประเมินในภาพรวมของโครงการ พบว่าผลการประเมินโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ดังนี้ การประเมินด้านสภาพแวดล้อม อยู่ในระดับมาก( = 4.49, S.D= 0.32 ) การประเมินด้านปัจจัยนำเข้า อยู่ในระดับมาก ( = 4.46, S.D= 0.27 ) การประเมินด้านผลผลิต อยู่ในระดับมาก( = 4.43, S.D= 0.50 ) และการประเมินด้านกระบวนการ ค่าเฉลี่ย 4.42 อยู่ในระดับมาก( = 4.42, S.D= 0.29)

2. ผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อม พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมของครู และกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านสภาพแวดล้อมของโครงการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.49, S.D= 0.32) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของโรงเรียน และหน่วยงานต้นสังกัด อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D= 0.55 ) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ โรงเรียนมีการประชุมเพื่อวางแผนและเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ อยู่ในระดับมาก ( = 4.36, S.D = 0.54)

3. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมของครู และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านปัจจัยนำเข้า ของโครงการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.46, S.D= 0.27 ) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการมีจำนวนและความรู้ ความสามารถเหมาะสมและระยะเวลาที่กำหนดไว้มีความเหมาะสมต่อการดำเนินโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( = 4.72, S.D= 0.46 ) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ มีการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ( = 4.10, S.D = 0.60 )

4. ผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมของครู และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านกระบวนการ ของโครงการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.42, S.D= 0.29 ) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โรงเรียนมีการวางแผนการดำเนินโครงการทุกขั้นตอนและรายงานผลทุกขั้นตอน อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( = 4.64, S.D = 0.58 ) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามวิธีและขั้นตอนที่ระบุไว้ในโครงการ อยู่ในระดับมาก ( = 4.10, S.D = 0.64 )

5. ผลการประเมินด้านผลผลิต พบว่า

5.1 ผลการประเมินความสำเร็จของโครงการ พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมของครู

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้นำชุมชนในด้านผลผลิต ความสำเร็จของโครงการโดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.27,S.D = 0.33) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โรงเรียนควรดำเนินการโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป อยู่ในระดับมาก ( = 4.43, S.D= 0.54) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ย ต่ำสุด คือ โรงเรียนนำผลผลิตที่ได้จากการจัดกิจกรรมโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน อยู่ในระดับมาก ( = 4.08,S.D = 0.87)

5.2 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรม พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมของครู

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้นำชุมชน ในด้านผลผลิต ผลสำเร็จของกิจกรรมโดยภาพ รวมอยู่ในระดับ( = 4.42, S.D = 0.23) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โรงเรียนได้รับผลผลิตจากกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและพอเพียง อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.71, S.D= 0.54 ) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจกิจกรรมการขนมไทยใจอิ่มบุญ อยู่ในระดับมาก ( = 4.08, S.D = 0.59 )

5.3 ด้านความพึงพอใจ

5.3.1 ผลการประเมินความพึงพอใจ ของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและผู้นำชุมชน พบว่า ความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและผู้นำชุมชน ต่อการดำเนินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มาก ( = 4.44, S.D = 0.27) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผลการดำเนินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแบบอย่างแก่โรงเรียนอื่น/หน่วยงานอื่น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.66, S.D = 0.58) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ครูผู้รับผิดชอบโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความรู้และพัฒนาทักษะการทำงาน อยู่ในระดับมาก ( = 4.04, S.D= 0.65)

5.3.2 ผลการประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียน พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียน ต่อการดำเนินโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความพึงพอใจโดยภาพ รวมอยู่ในระดับมาก( = 4.47, S.D = 0.27) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในระดับมาก ( = 4.60, S.D = 0.59) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ กิจกรรมในฐานความรู้โครงการวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน อยู่ในระดับมาก ( = 4.24, S.D = 0.70)

ข้อเสนอแนะ

1. นโยบายการจัดการศึกษาของโรงเรียนในแต่ละปีการศึกษา ควรสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและเข้าใจตรงกันเพื่อว่า จะมีการตรวจสอบทบทวนนโยบายของโรงเรียน ซึ่งบริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

2. การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ควรมีการประสานความร่วมมือกับบุคคลและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนด ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3. กิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการควรกำหนดขั้นตอนในการปฏิบัติให้ชัดเจนและสื่อความหมายที่เข้าใจได้ง่าย พร้อมปฏิบัติได้ทันที

4. การมอบหมายให้บุคลากรในโรงเรียนรับผิดชอบ ควรพรรณนางานไว้ด้วย เพื่อผู้ปฏิบัติจะรู้ขอบข่ายของงาน และบุคลากรอื่นสามารถปฏิบัติแทนได้เมื่อมีเหตุจำเป็น

5. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการปฏิรูปการเรียนการสอน ตามนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นควรส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้ตระหนักถึงการปฏิรูปการเรียนการสอน โดยการใช้เทคนิคและวิธีการอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนการสอน ครูต้องทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับแนวทางการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการทุกกลุ่มสาระ และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ให้เป็นปัจจุบัน และสามารถใช้สอนแทนกันได้ โดยผ่านการตรวจสอบจากผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

6. กิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ ควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและชุมชน เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

7. การประชาสัมพันธ์โครงการ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะชุมชนจะได้ทราบและให้ความร่วมมือ

โพสต์โดย นา : [7 ก.ย. 2562 เวลา 10:16 น.]
อ่าน [54] ไอพี : 1.10.147.88
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ