ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42

แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42

UTILIZATION GUIDELINES THE GOOD GOVERNANCE OF THE SMALLl SCHOOL ADMINISTRATORS OF SECONDARY EDUCATIONAL SERCICE AREA

OFFICE 42

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ และหาแนวทางการบริหารการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีวิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาสภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มประชากร ได้แก่ ครู และผู้บริหาร จำนวน 175 คน เครื่องมือที่ใช้ในกาวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) หาแนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โดยการจัดประชุมสนทนากลุ่มใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า สภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยรวมมีการบริหารอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลสูงสุด คือ หลักความรับผิดชอบ รองลงมาคือ ด้านหลักคุณธรรม ด้านหลักนิติธรรม ด้านหลักความคุ้มค่า ด้านหลักความโปร่งใส และด้านที่มีการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลน้อยที่สุดคือ ด้านหลักการมีส่วนร่วม และแนวทางการบริหารการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล มีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญคือ สร้างความตระหนัก จัดอบรมให้ความรู้ มีการนิเทศกำกับ ดูแล เกี่ยวกับการปฏิบัติตนตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็น จัดทำข้อมูลสารสนเทศ มีการตรวจสอบความถูกต้อง ให้เป็นปัจจุบัน จัดทำโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจนและมอบหมายภาระหน้าที่ให้กับบุคลากร ตามความเหมาะสม มีคำสั่ง การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับอย่างชัดเจน และสร้างความตระหนักถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการบูรณาการในการใช้ทรัพยากรร่วมกันในการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ และกำกับติดตามการใช้ทรัพยากรให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

คำสำคัญ : ธรรมาภิบาล , บริหารสถานศึกษา , โรงเรียนขนาดเล็ก

Abstract

The purposes of this research were to study the condition and find to the guidelines of the good governance management of the small schools in Nakhon Sawan, under the Secondary Educational Service Area Office 42. The research procedure consists of 2 steps. 1) Study the condition of administration according to the good governance management of the Small Schools in Nakhon Sawan. The population comprised 175 schools teachers and administrators in Nakhon Sawan. The research instrument was a five point rating scale questionnaire with a reliability coefficient was 0.96. The data were statistically analyzed by percentage, mean and standard deviation. 2) Find the guidelines of the administration according to the good governance management of the Small Schools in Nakhon Sawan by using a group discussion and content analysis technique.

The research findings were as follows : 1) The management based on good governance of the small schools in Nakhon Sawan, under the Secondary Educational Service Area Office 42. Overall was at a high level. Top on the list was the principle of responsibility as well, Secondly followed by the principles of moral, the principles of law, the principles of value, the principles honesty and the principle of participation was lowermost. The management of governance, there was a major operational approach. As raising awareness, Training Course, Supervise the compliance with the rules and regulations, Give an opportunity for personnel to participate in the forum. Validation of data up to date, Manipulate management structure and delegate responsibilities to personnel as appropriate, Observe clearly the rules and regulations. Raise awareness of the philosophy of sufficiency economy and manage existing resources to the maximum. Integration of shared resources into operations or activities. Monitoring the usage of resources in accordance with government regulations.

Keywords : Good Governance , Administration College , Small School

บทนำ

การสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี (Good Govermance) หรือหลักธรรมาภิบาลเพื่อเป็นแนวทางในการจัดระเบียบให้สังคม ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นพลังก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและยังเป็นส่วนเสริมสร้างความเข็มแข็งหรือ สร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศ เพื่อบรรเทาป้องกันหรือแก้ไขภาวะวิกฤติที่อาจจะมาในอนาคตเพราะสังคมจะรู้สึกถึงความยุติธรรมความโปร่งใสและความมีส่วนร่วมซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของความเป็นมนุษย์และการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สอดคล้องกับกระแสโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งทำให้สถานการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารของรัฐ ในทุกภูมิภาคของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้เพื่อปรับเปลี่ยนและสร้างความพร้อมให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา (ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารบ้านเมืองและสังคมที่ดี ,พ.ศ. 2542, น. 4)

ในการบริหารสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จ ผู้ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ ผู้บริหาร ซึ่งนับได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญในการจัดระบบบริหารทั้งในงานวิชาการ งบประมาณ บริหาร งานบุคคล และบริหารงานทั่วไป ให้มีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดี (Good governance) หรือธรรมาภิบาลที่ยึดหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความโปร่งใสและหลักความคุ้มค่า เป็นเครื่องมือในการนำวิสัยทัศน์ และนโยบายสู่การปฏิบัติ (กระทรวงศึกษาธิการ,2546 น. 12) ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องใช้ความสามารถในการบริหารงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพละประสิทธิผล และการบริหารที่จะประสบความสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจสั่งการ ซึ่งเป็นเครื่องชี้หรือกำหนดทิศทางในการทำงานของบุคคลากรในการทำงาน ดังนั้น การตัดสินใจใดๆ ย่อมมีผลกระทบต่อหน่วยงานซึ่งอาจทำให้เกิดประสิทธิภาพหรือเกิดความล้มเหลวในหน่อยงานได้ หลักธรรมาภิบาล หรือ Good governance จึงเป็นหลักการบริหารจัดการที่ดี เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในองค์กรไม่มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ด้อยประสิทธิภาพ (เกษม วัฒนชัย,2546, น. 23)

สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ได้กำหนดกลยุทธ์ในด้าที่ 5 คือพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาตามแนวทางการกระจายอํานาจทางการศึกษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา (Good Governance) โดยมีจุดเน้นให้สถานศึกษา และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาบริหารจัดการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ เน้นการกระจายอํานาจการมีส่วนร่วมและการรับผิดชอบต่ การดําเนินงาน(Participation and Accountability) และได้กำหนดแนวทางเพื่อสนองจุดเน้น คือ ส่งเสริมการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ เน้นการกระจายอํานาจ การมีส่วน ร่วมและมีความรับผิดชอบในทุกระดับและเน้นการมีส่วนร่วมขององค์คณะบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่าง เข้มแข็งและเป็นกัลยาณมิตร และยังได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง จุดเน้น และกลยุทธ์ดังกล่าว โดยให้สถานศึกษาทุกแห่งในโครงการพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียน นิติบุคคล มีความสามารถพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์,2558 น. 13)

ผู้วิจัยจึงสนใจที่ศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 ทั้ง 6 หลัก ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นแนวทางในการบริหารงานของโรงเรียนอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องและก่อให้เกิดระบบการบริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42

2. เพื่อหาแนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42

ขอบเขตการวิจัย

1. ขอบเขตด้านเนื้อหา

เนื้อหาในการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาสภาพและหาแนวทางการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดอุทัยธานี ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ทั้ง 6 หลัก ได้แก่ 1) หลักนิติธรรม 2) หลักคุณธรรม 3) หลักความโปร่งใส 4) หลักการมีส่วนร่วม 5) หลักความรับผิดชอบ และ 6) หลักความคุ้มค่า

2. ขอบเขตด้านประชากร

2.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู รวมทั้งสิ้น 301 คน ในโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จาก 17 โรงเรียน

2.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูที่ได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตาราง Krejcie และ Morgan ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 175 คน

3. ขอบเขตด้านตัวแปร

ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ 1) หลักนิติธรรม 2) หลักคุณธรรม 3) หลักความโปร่งใส 4) หลักการมีส่วนร่วม 5) หลักความรับผิดชอบ และ 6) หลักความคุ้มค่าวิธีดำเนินการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 มีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

ประชากรที่ใช้ในการศึกษา

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู รวมทั้งสิ้น 301 คน ในโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 จาก 17 โรงเรียน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูที่ได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตาราง Krejcie และ Morgan ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 175 คน ทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยขั้นตอนนี้มี 2 ตอน ดังนี้

ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check-list) ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่ง และประสบการณ์การทำงาน

ตอนที่ 2 การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42

ตามหลักธรรมาภิบาล 6 ด้าน ลักษณะของแบบถามสอบเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ได้แก่ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด

ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC (Index of item objective congruence) ได้ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 และตรวจสอบหาค่าความเที่ยงของแบบสอบถามด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha - Coefficient) Cronbach ได้ค่าความเที่ยง 0.96

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของขั้นตอนที่ 1 มีวิธีการดำเนินงาน คือ ผู้วิจัยขอหนังสือนำจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้นผู้วิจัยนำแบบสอบถามแจกให้กับกลุ่มประชากรที่ศึกษา และติดตามขอรับแบบสอบถามคืนมา และในขั้นตอนที่ 2 มีวิธีการดำเนินงาน คือ ร่างทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 โดยเป็นตารางการบันทึกซึ่งประกอบไปด้วยประเด็นการสอบถามตามองค์ประกอบ 6 ด้านได้แก่ 1) หลักนิติธรรม 2) หลักคุณธรรม 3) หลักความโปร่งใส 4) หลักการมีส่วนร่วม 5) หลักความรับผิดชอบ 6) หลักความคุ้มค่า และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม สำหรับการประชุมสนทนากลุ่มโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน

การวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัยตรวจสอบความถูกต้องและความสมบรูณ์ของแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถามของ ตอนที่ 1 โดยใช้ค่าความถี่ (f) และ ค่าร้อยละ (%) และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาระดับสภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหาร โดยคำนวณค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

ผู้วิจัยได้นำสภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหาร ต่ำสุด 3 อันดับแรก ของแต่ละหลัก ประกอบด้วย 6 หลัก ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า มาจัดทำร่างแนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โดยการสนทนากลุ่ม จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน และดำเนินการสังเคราะห์และหาแนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหาร โดยวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ได้จากการสนทนากลุ่ม ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)

ผลการวิจัย

จากการวิจัยเรื่องแนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42 ผู้วิจัยได้ผลสรุปผลการวิจัย ดังนี้

1. สภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาในแต่ละหลักทั้ง 6 หลัก ได้ผลดังนี้

1.1 หลักนิติธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้าย คือ การปรับปรุงกฎหมายและกฎข้อบังคับให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รองลงมา การชี้แจงแนะนำแนวทางปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบข้อบังคับให้บุคลากรมีความเข้าใจตรงกัน และมีการกำกับ ดูแล และอันดับสุดท้าย ส่งเสริมให้บุคลากรประพฤติปฏิบัติตน ตามกฎ ระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

1.2 หลักคุณธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้าย คือ ความซื่อสัตย์จริงใจต่อผู้ที่ได้รับบัญชาในการปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ อ่อนโยน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รองลงมา การรับฟังความคิดเห็นของบุคลากร และผู้ร่วมงานด้วยความเป็นธรรม และอันดับสุดท้าย การสร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ

1.3 หลักความโปร่งใส โดยภาพรวมอยู่ในมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้าย คือการจัดประชุมชี้แจง วางแผน การจ่ายเงินงบประมาณอย่างเป็นระบบ รองลงมา การใช้จ่ายเงินของสถานศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงาน/โครงการและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา และอันดับสุดท้าย การปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน

1.4 หลักการมีส่วนร่วม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้ายคือ การส่งเสริมสนับสนุนให้ครูจัดทำแผนงานโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน รองลงมา การเปิดโอกาสให้บุคลากรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการประเมินผลการดำเนินการของสถานศึกษา และอันดับสุดท้าย การกระจายภารกิจของงานให้กับบุคลากรทางการศึกษา

1.5 หลักความรับผิดชอบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้ายคือ การกำหนดปฏิทินการปฏิบัติงานของสถานศึกษา รองลงมา การดำเนินงานพัฒนาปรับปรุงการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ อย่างต่อเนื่อง และอันดับสุดท้าย การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

1.6 หลักความคุ้มค่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยที่มีค่าต่ำที่สุด ใน 3 อันดับสุดท้ายคือ การจัดระบบข้อมูลสารสนเทศไว้อย่างเป็นระบบ รองลงมา บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ และมีความชำนาญในงานที่รับผิดชอบ และอันดับสุดท้าย การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างรัดกุมให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา

2. การหาแนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัดอุทัยธานี มีดังนี้

2.1 ด้านหลักนิติธรรม มีแนวทาง คือ แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการประพฤติปฏิบัติ ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ส่งเสริมให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของบุคลากร

2.2 ด้านหลักคุณธรรม มีแนวทาง คือ ดำเนินการแลกเปลี่ยนและส่งเสริมโครงการคุณธรรมระหว่างสถานศึกษาและประเมินผลการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมพร้อมทั้ง ยกย่อง / เชิดชู บุคลากรที่มีคุณธรรม

2.3 ด้านหลักความโปร่งใส มีแนวทาง คือ กำหนดแนวทางในการตรวจสอบ/รายงาน ผลการดำเนินงานการใช้งบประมาณ มีการติดตาม/ตรวจสอบ/รายงานผลการใช้งบประมาณอย่างเป็นระบบ

2.4 ด้านหลักการมีส่วนร่วม มีแนวทาง คือ ให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา จัดกิจกรรมส่งเสริมระหว่างชุมชนและสถานศึกษาโดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา

2.5 ด้านหลักความรับผิดชอบ มีแนวทาง คือ กำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับงานประกันคุณภาพ

2.6 ด้านหลักความคุ้มค่า มีแนวทาง คือ นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงาน

อภิปรายผลการวิจัย

จากการศึกษาสภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ สภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยภาพรวมทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ ณรงค์ฤทธิ์ เชื่อมากและคณะ (2551) พบว่า การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 พบว่า การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับงานวิจัยของ กนกพร จีนมหันต์ (2555) ได้วิจัย เรื่อง แนวทางการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและนำเสนอแนวทางทางการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 พบว่า สภาพการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 โดยรวมอยู่ในระดับมาก อีกทั้งยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ ธีรญา เต็งศิริ (2557) ได้วิจัย เรื่อง แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนบึงพิมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์ เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ ศึกษาและนำเสนอแนวทางการทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนบึงพิมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์ เขต 2 พบว่า สภาพทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนบึงพิมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์ เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้บริหารสถานศึกษา ได้มีการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงาน อันส่งผลให้บุคลากร เจ้าหน้าที่ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบ มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ตั้งใจปฏิบัติงานจนบรรลุตามเป้าหมาย และผู้บริหารสถานศึกษามีการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการถือปฏิบัติ เพราะเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อพิจารณาผลการศึกษาสภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีประเด็นที่นำมาอภิปราย ดังนี้

1.1 ด้านหลักนิติธรรม มีสภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีสภาพการบริหารต่ำที่สุด คือ การกำกับ ดูแล และส่งเสริมให้บุคลากรประพฤติปฏิบัติตน ตามกฎ ระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ในการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากร ผู้บริหารสถานศึกษาได้พิจารณามอบหมายงานโดยยึดถึงความเหมาะสม ตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคลโดยยึดระเบียบ กฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับของบุคลากร อีกทั้งยังส่งเสริมให้บุคลากรภายในสถานศึกษาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ สร้างความมีระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ กนกพร จีนมหันต์ (2555) ที่พบว่า แนวทางการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ด้านหลักนิติธรรม คือ การบริหารโรงเรียนโดยยึดระเบียบ กฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับของบุคลากรและสังคม และส่งเสริมให้บุคลากรมีการกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ขึ้นภายในสถานศึกษา โดยให้ข้าราชการครู สร้างความเป็นระเบียบวินัยได้มีส่วนร่วมกำหนด เพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการครูได้ปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

1.2 ด้านหลักคุณธรรม มีสภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่สภาพการบริหารที่ต่ำที่สุด คือ การสร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ความยุติธรรมถือเป็นหลักจริยธรรมพื้นฐานในการบริหาร ซึ่งในการบริหารจะต้องมีความเสมอภาค มีความเท่าเทียมกัน ผู้บริหารควรดูแล บุคลากรทุกคนอย่างยุติธรรม มีการส่งเสริมความดี สร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงาน และมีการตักเตือนหรือลงโทษ ผู้กระทำความผิด ดังนั้น ผู้บริหารจะต้องมีคุณธรรมในตัวเอง ตระหนักถึงความยุติธรรมความเสมอภาคในการบริหารจัดการ ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งทำให้ ผู้บริหารสามารถบริหารสถานศึกษาได้ อย่างมี เอกภาพ สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมี ศักยภาพ การสร้างระบบเครือข่ายการส่งเสริมคุณธรรมในสถานศึกษา ควรการเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถอุทธรณ์ ร้องทุกข์ได้ เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ จุฑามาส นาคปฐม (2559) ที่พบว่า การบริหารการศึกษาตามหลักคุณธรรม นับว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ในการบริหารองค์กรและสถานศึกษา ถ้าผู้บริหารและครูผู้สอนหรือบุคลากร ยึดหลักคุณธรรมในการทำงาน จะสร้างความรัก ความสามัคคีขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารสถานศึกษาต้องยึดหลักคุณธรรมนี้เป็นสำคัญ ให้ความรัก ความเมตตา เห็นอกเห็นใจ ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความอดทน ยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบุคลากรในองค์กรหรือสถานศึกษา อันจะส่งผลให้บุคลากรตั้งใจปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมาย

1.3 ด้านหลักความโปร่งใส มีสภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่สภาพการบริหารที่ต่ำที่สุด คือ การปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ระบบข้อมูลสารสนเทศ ถือได้ว่ามีความสำคัญมากในการบริหารสถานศึกษา อาทิ ข้อมูลสารสนเทศด้านงบประมาณ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นต้น ซึ่งหากข้อมูลสารสนเทศไม่มีความเป็นปัจจุบันและถูกต้อง อาจจะส่งผลให้กระบวนการบริหารนั้นมีความไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องตระหนักและเห็นความสำคัญของหลักความโปร่งใสในการนำมาใช้ในการบริหารงานภายในสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ ธีรญา เต็งศิริ (2557) ที่พบว่า แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนบึงพิมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์ เขต 2 คือ ในการปฏิบัติงาน สถานศึกษาขาดการจัดระบบสารสนเทศที่เป็นระบบชัดเจนและเป็นปัจจุบัน ตลอดจนไม่มีแผนการตรวจสอบภายในที่ชัดเจน และสอดคล้องผลงานวิจัยของ ชรินรัตน์ แผงดี (2551) ที่พบว่า รูปแบบการบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนบึงพิมพาสามัคคี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 2 คือ ปัญหาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลตามหลักความโปร่งใส พบว่า ไม่สามารถเปิดเผยการประเมินความดีความชอบของบุคลากรในโรงเรียน

1.4 ด้านหลักการมีส่วนร่วม มีสภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่สภาพการบริหารที่ต่ำที่สุด คือ การกระจายภารกิจของงานให้กับบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำและเป็นผู้ที่แสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่าย การบริหารที่เปิดโอกาสให้ มีการเสนอแนวความคิดเห็น มีการประชุมปรึกษาหารือกัน ในลักษณะร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวิจารณ์และร่วมรับผลประโยชน์ อันเกิดจากงานทำให้บุคลากรมีความพึงพอใจ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยกนกพร จีนมหันต์ (2555) ที่พบว่า แนวทางการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ด้านหลักความโปร่งใส คือ ผู้บริหารสถานศึกษาเปิดโอกาสให้บุคลากรและบุคคลภายนอกมีส่วนร่วมในการบริหารงาน เพราะปัจจุบันมีการกระจายอำนาจเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ ผู้บริหารจึงต้องทำตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้การบริหารโรงเรียนมีการเปิดโอกาสให้บุคลากร และประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ เพื่อให้แสดงความคิดเห็น ตัดสินใจ แก้ปัญหา รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ของโรงเรียน มีส่วนร่วมในการกำหนดโครงสร้าง การบริหารงานของโรงเรียน และครูมีส่วนร่วมในการบริหารงบประมาณ และชุมชนมีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรทางการศึกษา

1.5 ด้านหลักความรับผิดชอบ มีสภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่สภาพการบริหารที่ต่ำที่สุด คือ การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารจะต้องบริหารสถานศึกษา การมอบหมายหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้วย ความตั้งใจและเอาใจใส่ เพราะการบริหารสถานศึกษา ถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งที่จะต้องกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อเป็นแนวทางให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ จุฑามาส นาคปฐม (2559) ที่พบว่า การบริหารการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารโรงเรียนเทศบาลอิทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม เทศบาลเมืองชลบุรี คือ การใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านหลักความรับผิดชอบ ผู้บริหารโรงเรียนมีความตั้งใจและเอาใจใส ต่อการบริหารงาน ทั้งด้านการบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การประเมินผลการเรียน การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ การบริหารด้วยหลักความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนเป็นผู้ที่มีความสำคัญ ในการจัดการศึกษาที่อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อย่างมีประสิทธิภาพ

1.6 ด้านหลักความคุ้มค่า สภาพทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมภิบาลของผู้บริหาร โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่สภาพการบริหารที่ต่ำที่สุด คือ การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างรัดกุมให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารจะต้องดำเนินงานบริหารจัดการภายในสถานศึกษาและการใช้ทรัพยากร ภายใต้ การขาดแคลนงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ บุคลากร ผู้บริหารจึงต้องมี บทบาทสำคัญในการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างรัดกุมให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา เพื่อให้ การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษาได้ ใช้ทรัพยากรทีมี อยู่อย่างจำกัดให้ เกิดความคุ้มค่า เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อส่วนรวม อันจะส่งผลให้ สถานศึกษาจัดการศึกษาได้ อย่างมีคุณภาพ และมีการพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ กนกพร จีนมหันต์ (2555) ที่พบว่า การบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ด้านหลักความคุ้มค่า คือ ผู้บริหารสถานศึกษามีการรณรงค์ให้บุคลากรมีความประหยัด ใช้ของอย่างคุ้มค่า มีกระบวนการควบคุมดูแลบำรุงรักษาและจำหน่ายพัสดุเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

2. จากผลการหาแนวการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

2.1 ด้านหลักนิติธรรม คือ วางแผน สร้างความตระหนัก จัดอบรมให้ความรู้ มีการนิเทศกำกับ ดูแล เกี่ยวกับการปฏิบัติตนตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ แจ้งผลการนิเทศติดตาม การกำกับดูแลให้บุคลากรทราบ และมีการยกย่องส่งเสริมผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตน ตามกฎ ระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ กนกพร จีนมหันต์ (2555) พบว่าการจัดทำหลักเกณฑ์ข้อบังคับในสถานศึกษาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาดำเนินการ จัดอบรม ประชุมสัมมนา เพื่อสร้างความเข้าใจกับครูและผู้บริหาร เพื่อให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ แนวทางปฏิบัติ และนำเสนอปัญหาข้อคิดเห็นต่าง ๆ กระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบต่าง ๆ นำหลักการประเมินและแนวคิดตัวชี้วัดทางวิชาการมาเป็นองค์ประกอบหลักในการประเมินคุณภาพ และนำหลักหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดให้ใช้มาใช้กับบุคลากรทุกคน สร้างความเข้าใจในกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริหารเกิดความตระหนักและเพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษาตรวจสอบการปฏิบัติของผู้บริหาร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ หลักนิติธรรมมีความสำคัญ และมีประโยชน์ต่อสังคมในการใช้เป็นหลักการปกครองและการบริหารจัดการ ใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของคนในสังคม และเป็นสิ่งที่สมาชิกในสังคมต้องถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติจนเป็นนิสัยและเป็นค่านิยมที่พึงประสงค์ของสังคม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและสันติสุขในหมู่คณะ อีกทั้งยังเป็นแบบแผนในการปฏิบัติตนตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

2.2 ด้านหลักคุณธรรม คือ สำรวจความต้องการ เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นเพื่อจัดทำเป็นแนวทางในการสร้างขวัญกำลังใจและสวัสดิการให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และอำนวยความสะดวก แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาระหว่างการดำเนินงาน สร้างเกณฑ์การประเมินผลการทำงานของบุคลากรไว้อย่างเป็นระบบ และสรุปผลการดำเนินงานเป็นรายบุคคลเป็นประจำสม่ำเสมอ พร้อมให้การยกย่องชมเชยในโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ กนกพร จีนมหันต์ (2555) พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนควรใช้หลักครองตน ครองคน ครองงาน มาใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ในด้านคุณธรรม เปิดโอกาสให้ครูอย่างทั่วถึง กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การมอบหมายอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบให้ชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารสถานศึกษานำหลักคุณธรรม ไปบริหารจัดการในสถานศึกษา ตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรมในการบริหารว่าเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำให้การบริหารงานดำเนินได้ด้วยความเรียบร้อย ทำให้ผู้ร่วมงานอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเกิดผลดีต่อสถานศึกษา

2.3 ด้านหลักความโปร่งใส คือ ตั้งคณะกรรมการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ มีการตรวจสอบความถูกต้อง ให้เป็นปัจจุบัน ส่งเสริมให้ผู้มีส่วนร่วมเข้าใช้ข้อมูลและร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศให้กับบุคคลทั่วไปได้รับทราบ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ อำนาจ คุ้มญาติ (2555) พบว่า ควรให้ให้บุคลากรรับทราบย่างทั่วถึงพร้อมกัน จักทำข้อมูลเสนอข่าวสารทุกโอกาส ทำความเข้าใจตรงกัน ปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศ จัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานและประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารต้องมีการสื่อสาร ประชุมชี้แจงให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบ เข้าใจนโยบาย เป้าหมาย ซึ่งเป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยการเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารให้สมาชิกทราบ โดยไม่ปิดบังอำพราง และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความถูกต้อง การปฏิบัติงานต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส จะทำให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น อยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีความสุข

2.4 ด้านหลักการมีส่วนร่วม คือ จัดทำโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจนและมอบหมายภาระหน้าที่ให้กับบุคลากร ตามความเหมาะสม เปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆดำเนินงานตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล และชี้แนะ ให้คำแนะนำ และถ่ายทอดวิธีการทำงานเพื่อให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ ณรงค์ฤทธิ์ เชื่อมากและคณะ (2556) พบว่า ผู้บริหารต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือบุคลากรในหน่วยงานได้มีส่วนร่วมรับรู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมปฏิบัติหรือตัดสินใจ เพื่อให้เกิดพลังในการดำเนินงานไปสู่วัตถุประสงค์ เป้าหมายอย่างมีคุณภาพ การมีส่วนร่วมก่อให้เกิดความพึงพอใจ ความรัก ความเข้าใจ ความสามัคคี ความร่วมมือ ความรู้สึกเป็นเจ้าของ ความคิดสร้างสรรค์ เกิดทีมงานที่จะเป็นพลังในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องนำหลักการมีส่วนร่วม ไปบริหารจัดการในสถานศึกษา เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการพัฒนาสถานศึกษา การจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาสถานศึกษา

2.5 ด้านหลักความรับผิดชอบ คือ มีคำสั่ง การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับอย่างชัดเจน สร้างความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับให้กับบุคลากร และนิเทศติดตาม การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ ธีรญา เต็งศิริ (2557) พบว่า การชี้แจ้งตัวชี้วัดและเป้าหมายของสถานศึกษาสู่บุคลากร ควรจัดประชุมบุคลากรเพื่อร่วมกันกำหนด มาตรฐานตัวชี้วัดและเป้าหมายของสถานศึกษาและเพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางร่วมกันในการปฏิบัติงาน ให้ได้มาตรฐานตามเป้าหมายของสถานศึกษา มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ กำกับ ติดตาม บุคลากรในการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและเป้าหมาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้บริหารต้องตระหนักในสิทธิหน้าที่ความสำนึกในความรับผิดชอบ การเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การใส่ใจในปัญหากระตือรือร้นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของสถานศึกษา ตลอดจนเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อสร้างมั่นใจให้กับบุคลากรได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

2.6 ด้านหลักความคุ้มค่า คือ สร้างความตระหนักถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการบูรณาการในการใช้ทรัพยากรร่วมกันในการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่างๆ และกำกับติดตามการใช้ทรัพยากรให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งสอดคล้องผลงานวิจัยของ ณรงค์ฤทธิ์ เชื่อมากและคณะ (2556) พบว่า การที่จะปฏิบัติและดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามหลักความคุ้มค่านั้นต้องคำนึงถึงความประหยัด ประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับ คำนึงถึงผลระยะยาว ควรรู้จักเลือกวิธีการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและต้นทุน ของสถานศึกษาส่งเสริมให้ครูและบุคลกรทางการศึกษา นำวัสดุเหลือใช้มาประกอบการทำงานหรือการเรียนการสอนมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำแผนความต้องการในการใช้วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ในสถานศึกษารณรงค์ให้ครูและบุคลกรทางการศึกษา รู้จักการประหยัดพลังงานดูแล อาคาร สถานที เพื่อรองรับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษารวมถึงการดูแลรักษาวัสดุ ครุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ปกติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องนำหลักความคุ้มค่า ไปบริหารจัดการในสถานศึกษา และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สถานศึกษา และรณรงค์ให้บุคลากรในสถานศึกษาช่วยกันประหยัด ใช่วัสดุต่างๆ อย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์และมีคุณภาพ

ข้อเสนอแนะ

สภาพการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจัยไปใช้งาน

1. สถานศึกษา ควรส่งเสริมให้บุคลากรประพฤติปฏิบัติตน ตามกฎ ระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

2. สถานศึกษา ควรวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างรัดกุมให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา

ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

1. ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2. ควรศึกษารูปแบบการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เพื่อให้ทราบแนวทางในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม

กนกพร จีนมหันต์. (2555). แนวทางการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

กระทรวงศึกษาธิการ.(2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา.

เกษม วัฒนชัย.(2546). รายงานการวิจัยปฏิบัติการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา.กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

จุฑามาส นาคปฐม.(2559).การบริหารการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่

อินทาราม เทศบาลเมืองชลบุรี. งานนิพนธ์ (การบริหารการศึกษา). ชลบุรี:มหาวิทยาลัยบูรพา.

ณรงค์ฤทธิ์ เชื่อมากและคณะ. (2551). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

ปริญญามหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ธีรญา เต็งศิริ. (2557). แนวทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา

กลุ่มรงเรียนบึงพิมสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครสวรรค์

เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร มหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค์.

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี. (2542).(2542 ,

สิงหาคม 10).ราชกิจจานุเบกษา. หน้า 24-31.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 42. (2558). ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษา ณ วันที่ 10

มิถุนายน พ.ศ. 2558. นครสวรรค์: ผู้แต่ง.

อำนาจ คุ้มญาติ.(2555).การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขต

พื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 2. ภาคนิพนธ์ (การบริหารการศึกษา). กาญจนบุรี:มหาวิทยาลัยราชภัฏ

กาญจนบุรี.

โพสต์โดย สุดเขต : [31 ก.ค. 2562 เวลา 07:44 น.]
อ่าน [88] ไอพี : 113.53.29.245
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ