ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การเปรียบเทียบการสอนโดยใช้สมองเป็นฐาน

การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนด้วยวิธีการใช้สมองเป็นฐานกับการสอนตามคู่มือครู

A comparison of English Reading Comprehension Achievement and Satisfaction of Pratomsuksa 3 Students Instructed by Brain-based Learning Method and Teacher’s Handbook

นางสาวฉัตรชรีย์ โพธิ์ทอง สาขาการสอนภาษาอังกฤษ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบผลการเรียนรู้ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้วิธีการสอนแบบใช้สมองเป็นฐานและการสอนตามคู่มือครู และ (2) เปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยวิธีการใช้สมองเป็นฐานและการสอนตามคู่มือครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนพระแม่มารีพระโขนง กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 2 ห้องเรียน ผลวิจัยสรุปได้ ดังนี้ (1) นักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนแบบใช้สมองเป็นฐานมีผลการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนตามคู่มือครู อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 (2) ความพึงพอใจต่อการสอนการอ่านภาษาอังกฤษโดยการใช้สมองเป็นฐานและความพึงพอใจต่อการสอนการอ่านตามคู่มือครู ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยที่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ABSTRACT

The purposes of this research were to (1) compares English reading comprehension achievement using brain-based learning strategies and the teachers’ handbook, respectively, for purposes of instruction (2) compares level of student satisfaction using the two methods under comparison. The sample population consisted of two classrooms comprised of 63 Prathom Sueksa Three students enrolled in the second semester of the academic year 2016 at Phramae Maree Phrakanong School, Bangkok.

Findings are as follows:

(1) The students taught using brain-based learning strategies exhibited English reading comprehension achievement at a higher level than those instructed utilizing the teachers’ handbook at the statistically significant level of .05.

(2) The experiment showed the difference in level of student satisfaction between the two groups to be the statistically insignificant level of .05.

อภิปรายผล

ประการแรก วิธีการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานให้ความสำคัญต่อกลวิธีที่ส่งเสริมการทำงานของสมองทั้ง 2 ซีก ทั้งสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา โดยเน้นด้านการเตรียมความพร้อมของนักเรียนก่อนที่จะเริ่มเรียนโดยครูจะมีกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนได้รู้สึกผ่อนคลายก่อนการเข้าสู่บทเรียน เช่น การเล่นเกม การใช้เพลงหรือดนตรีประกอบท่าทาง ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดการตื่นตัว รู้จักใช้ประสาทการเรียนรู้ทั้ง 5 ในการใช้ท่าประกอบกับเสียงเพลงที่ได้ฟัง การเคลื่อนไหวโดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า หน้า ตา หู จมูก เป็นต้น ในการจัดกิจกรรมผ่อนคลายก่อนบทเรียนจะทำให้นักเรียนสามารถเปิดรับข้อมูลได้โดยไม่เกิดอุปสรรคด้านอารมณ์ ได้สอดคล้องกับแนวคิดของ วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (2555, หน้า 64-65) ได้เสนอการจัดกิจกรรมการสอนการอ่านตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน ในขั้นนำเขาสู่บทเรียน เป็นขั้นการเร้าความสนใจของผู้เรียนให้อยากรู้และเกิดความคุ้นเคย ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความสุข ทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยศิลปะ ดนตรี กีฬา ฯลฯ และสามารถโยงเข้าหาเนื้อหาที่นักเรียนต้องอ่านได้อย่างกลมกลืน ในขั้นตอนการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียนนั้น ผู้วิจัยเน้นการพัฒนาสมองทั้งสองซีก ได้แก่สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา ผู้วิจัยให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาสมองซีกซ้าย โดยการให้นักเรียนเล่นเกมส์เรียงคำศัพท์ในเนื้อเรื่องที่อ่าน นักเรียนสามารถแต่งประโยคง่าย ๆ สั้น ๆ เกี่ยวคำศัพท์ในเนื้อเรื่องได้ หรือให้นักเรียนพูดสนทนากับเพื่อนในบทอ่านที่นักเรียนได้อ่าน รวมทั้งการช่วยกันตอบคำถามของครูที่เกี่ยวกับบทอ่าน เป็นต้น ส่วนการพัฒนาสมองซีกขวานั้น ผู้วิจัยได้เน้นการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียนโดยการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนกล้าคิด และกล้าแสดงออก ได้ใช้ความสามารถในหลายด้าน เพื่อให้นักเรียนได้เห็นถึงศักยภาพของตนเองจนเกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าของตนเอง เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การวาดภาพวงจรชีวิตของผีเสื้อ วาดระบบสุริยะแล้วระบายสี หรือการแสดงท่าทางประกอบคำศัพท์ เป็นต้น โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่เน้นการพัฒนาสมองทั้งสองซีกนี้ยังช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานทั้งแบบคนเดียว แบบจับคู่ และแบบรวมกลุ่ม อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดของ Sousa (2006, pp. 167-168) ได้อธิบายว่า กระบวนการเรียนรู้ของสมองทั้ง 2 ซีก ได้แก่ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวานั้น เกิดการเรียนรู้ในรูปการเก็บข้อมูลและการประมวลผล แตกต่างกัน โดยสมองซีกซ้ายเป็นตัวประมวลผลการพูด การเข้าใจ การตีความตัวอักษรของคำและการจำตัวอักษรและตัวเลขที่เขียนเป็นตัวอักษร มีการวิเคราะห์ประเมินเนื้อหาจริงด้วยวิธีที่มีเหตุผลและตรวจจับเวลาและลำดับ นอกจากนี้ยังสามารถคำนวณเลขคณิต ง่าย ๆ สมองซีกซ้ายให้ความสนใจในการรับมือกับสิ่งเร้าภายนอก ในขณะเดียวกัน สมองซีกขวา ทำการรวบรวมข้อมูลจากภาพมากกว่าจากคำพูดและ รูปแบบ การตีความภาษาค่อนข้างผ่านภาษากาย บริบทเนื้อหา อารมณ์และเสียง

ประการที่สอง สื่อการสอนที่ใช้ในการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานนั้น มีความสำคัญมากในการจัดกิจกรรมการสอนการอ่านในครั้งนี้ เพราะสื่อการสอนเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักเรียนได้รับความรู้ที่เป็นรูปธรรมเพื่อสนับสนุนสิ่งที่ครูผู้สอนได้อธิบายด้วยคำพูด ผู้วิจัยได้ใช้สื่อที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน เพื่อไม่ให้นักเรียนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายในการเรียน เช่น การใช้สื่อวิดีโอการ์ตูนนำเสนอเรื่อง Life cycle of a butterfly หรือใช้เพลง Solar system เพื่อเป็นสื่อให้นักเรียนสามารถเรียงลำดับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะได้ถูกต้อง ผู้วิจัยยังใช้เกมส์โดมิโนในการเรียนรู้คำศัพท์เรื่อง Playground อีกด้วย จากตัวอย่างสื่อการสอนที่ผู้วิจัยกล่าวถึงข้างต้น จะเห็นได้ว่าเมื่อสื่อมีความหลาหลายก็จะทำให้เกิดการกระตุ้นการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ นักเรียนจะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นสื่อการสอนในรูปแบบที่หลากหลายและทันสมัยสมกับวัยของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Dunn (2011, p. 19) กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเรียนการสอนจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการฝึกทักษะหลายด้าน เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะด้านการได้มาซึ่งความรู้ ทักษะด้านการแบ่งปันข้อมูล ทักษะด้านการคิดอย่างมีระบบและการแก้ปัญหา ทักษะการสร้างคุณค่าแก่ตนเอง ทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม ทักษะทางสังคม รวมถึงการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ และสามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ เป็นต้น ทั้งนี้สื่อการสอนและเทคโนโลยีที่ใช้ในห้องเรียนจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพแก่ผู้เรียนหรือไม่นั้น ครูผู้สอนเป็นส่วนสำคัญในการเลือกใช้สื่อและเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับจุดประสงค์การเรียนรู้และความต้องการของผู้เรียน และเมื่อสื่อและเทคโนโลยีได้ถูกสร้างและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งผู้เรียนและครูผู้สอนนั่นเอง

การวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบผลความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีสอนด้วยวิธีการใช้สมองเป็นฐานและการสอนตามคู่มือครู ผลการวิจัย พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนด้วยวิธีการใช้สมองเป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 42.87 และคะแนนเฉลี่ยผลความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนตามคู่มือครู มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 41.13 ซึ่งค่าเฉลี่ยผลความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนด้วยวิธีการใช้สมองเป็นฐานและนักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนตามคู่มือครู มีค่าเฉลี่ยที่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ อาจมาจากปัจจัยหลัก คือ ผู้สอนหรือครูซึ่งเป็นผู้แสดงบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ หากครูมีวิธีการนำเสนอการสอนที่น่าสนใจและมีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การนำเสนอข้อมูล การให้ความใส่ใจต่อนักเรียนอย่างเป็นกัลยาณมิตร ก็ย่อมทำให้นักเรียนเกิดการกระตุ้นการเรียนรู้จากครูผู้สอน และเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนของนักเรียนได้ สอดคล้องกับแนวคิดขออง บุญชม ศรีสะอาด (2541, หน้า 6) ที่กล่าวว่า ผู้สอนหรือครูเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณลักษณะหลายประการได้แก่คุณลักษณะด้านพุทธิพิสัย เช่น ความรู้ความสามารถ ความรู้จำแนกเป็นความรู้ในเนื้อหาสาระที่สอน ความรู้ในเทคนิคการสอนต่างๆ ความรู้ในสภาวะแวดล้อมอื่นๆ และขึ้นอยู่กับคุณลักษณะด้านจิตพิสัย เช่น ความตั้งใจในการสอน เป็นต้น

โพสต์โดย ฉัตรชรีย์ : [3 พ.ย. 2560 เวลา 19:22 น.]
อ่าน [978] ไอพี : 171.97.101.10
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โพสต์โดย

คุณ ฉัตรชรีย์

  ความคิดเห็นที่ 1

เอกสารอ้างอิง

เกศสุดา ใจคำ. (2552, มิถุนายน). การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน : Brain-based learning. FEU ACADEMIC REVIEW, 3(1), 63-70.

บุญชม ศรีสะอาด. (2541). การพัฒนาการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ชมรมเด็ก.

พรพิไล เลิศวิชา. (2552). ความลับสมองลูก. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี- สฤษดิ์วงศ์.

วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2555). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาสารคาม:มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร. (2548). เอกสารประกอบการบรรยายเรื่องการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning: BBL) กับการสร้างเด็กเก่ง. ค้นเมื่อ 10 เมษายน 2560, จากเว็บไซต์: http://www.ideatechnical.com/attachments/view/?attach_id=79797.

สุนทร โครตบรรเทา. (2548). หลักการเรียนรู้โดยเน้นสมองเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.

อรวรรณ บุญสมปาน. (2551). การใช้กิจกรมการเรียนรู้แบบใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านคำศัพท์และความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัญฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Dunn, D.S., Wilson, J.H., Freeman, J. E. & Stowell, J. R. (2011). Best Practices for technology-Enchanced Teaching & Learning connecting to psychology and the Social Sciences. New York: Oxford University Press.

Hidden curriculum (2014, August 26). In S. Abbott (Ed.), The glossary of education reform. Retrieved on 10 April, 2016, from http://edglossary.org/hidden-curriculum.

Jensen, E. (2008). Brain-based learning: the new paradigm of teaching (2nd ed.). California: Corwin Press.

Sausa, D. A., (2006). How the brain learns (3rd ed.). California: Corwin Press.

Sierchs, A.M., (2012). Understanding and achieving Brain-Based Instruction in the elementary classroom: A qualitative study of strategies used by teachers. Unpublished master’s thesis, University of Central Florida, Florida, U.S.A.

วันที่โพสต์ [3 พ.ย. 2560 เวลา 19:24 น.] ไอพี : [171.97.101.10] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ