หน้าแรก | ครูบ้านนอกบล็อก
ศูนย์รวมความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ของคุณครู สมาชิกเว็บไซต์ ครูบ้านนอก.คอม ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำเพื่อสังคมครับ
เจ้าของโพสต์นี้
ณัฐชญา หอมกลิ่น
จากจังหวัด ยโสธร

นิทานไทย.....พิกุลทอง
โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.ย. 2552 IP : เปิดอ่าน : 3467 ครั้ง
คะแนนของ BLOG นี้
(53.75%-16 ผู้โหวต)
☰แชร์เลย >  
  Share on Google+   LINE it!  
เพิ่มเพื่อน
ไม่พลาดข่าวการศึกษา
ครูบ้านนอก Line Official
กดเพิ่มเพื่อนเลย

Advertisement

.....

พิกุลทอง


(พิกุลทองฉบับการ์ตูน)

ในเรื่องนางพิกุลทอง ได้แสดงให้เห็นเกี่ยวกับประเพณีความเชื่อหลายประการเ ช่น ที่มาของเรื่องรัก-ยมอันมาจากชื่อของโอรสนางพิกุลทอง ซึ่งในปัจจุบันเราจะรู้จักว่าเป็นเครื่องรางของขลังช นิดหนึ่ง,ที่มาของสุภาษิตคำพังเพย คือกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก หมายถึงคนที่ไม่ค่อยพูด หรือใครถามอะไรหรือสนทนาด้วยแล้วไม่อยากจะตอบหรือพุด คุย , เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับลูกกรอกและ เหตุที่ชะนีร้องเรียกว่า "ผัว ๆ" ในส่วนอื่นก็สอนให้เห็นถึงการมีปิยวาจาคือการกล่าววา จาไพเราะและความซื่อสัตย์ จะทำให้เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั้งหลาย และนำพาไปสู่ความเจริญ และเรื่องเกี่ยวกับความเชื่ออื่น ๆ เช่นแม่ย่านางเป็นต้น

นางพิกุลทองเป็นธิดาของท้าวสัณนุราชกับพระมเหสี คือ นางพิกุลจันทราผู้ครองเมืองสรรพบุรี (ในสมุดไทยเขียนว่าเมือง สันทบุรี)เมื่อย่างเข้าวัยรุ่นสาว ความงามของนางเป็นที่เลื่องลือว่ายากจะหาหญิงใดเสมอเ หมือนได้ ซึ่งนอกจากเวลาพูดกับใครจะมีดอกพิกุลทองร่วงจากปากแล ้วยังมีเส้นผมที่หอมอีกด้วย วันหนึ่งนางพิกุลทองเกิดร้อนรุ่มกลุ้มอุรา จึงได้ลาท้าวสัณนุราชไปเล่นน้ำกับพระพี่เลี้ยงในลำธา ร ท้าวสัณนุราชจึงให้วางตาข่ายและทุ่นไว้รอบท่าน้ำ เพราะโหรทำนายว่านางจะต้องพลัดพรากจากเมือง

จะกล่าวถึงพญาแร้งชื่อว่า ท้าวสุบรรณปักษาบินมาเห็นซากสุนัขเน่าจึงโฉบนำกลับไป จิกกินลอยมาใกล้บริเวณที่นางพิกุลทองกับพี่เลี้ยงเล่ นน้ำอยู่ นางพิกุลทองได้กลิ่นเหม็นเน่าจึงใช้ให้พี่เลี้ยงไปดู ก็พบพญาแร้งกำลังกินซากนั้นอยู่จึงได้พากันด่าว่าแล้ วขับไล่ด้วยคำหยาบช้าต่าง ๆ นา ๆ ฝ่ายท้าวปักษาก็โกรธจัดกล่าวว่า สุขัขเน่านี้คืออาหารของตนอยู่แล้ว นางพิกุลทองเป็นลูกเจ้าท้าวพระยาไม่น่ามากล่าวเจรจาด ่าว่าขับไล่ตนเช่นนี้ว่าแล้วก็บินหนีไป แต่ท้าวปักษีก็ยังคิดจะแก้แค้นนางพิกุลทองให้ได้จึงอ อกอุบายแปลงกายเปนหนุ่มรูปงามไปขออาศัยอยู่ที่กระท่อ มท้ายสวนขวัญของเมืองสรรพบุรี แล้วคอยเนรมิตทองคำให้ตายายใช้จนร่ำรวย โดยบอกว่าตนไปพบตอนขุดเผือกมัน อยู่มาวันหนึ่งจึงรบเร้าขอให้ตายายเข้าไปสู่ขอนางพิก ุลทองมาเป็นภรรยา สองตายายฟังแล้วหัวใจแทบวายกล่าวว่าคิดเกินตัวอย่างน ี้จะถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร ท้าวปักษาแปลงจึงแสร้งทำเป็นตรอมใจใกล้ตาย สองตายายจึงจำใจเข้าไปทูลสู่ขอนางพิกุลทองจากท้าวสัณ นุราช ๆ ได้ทราบความดังกล่าวก็กริ้วจัด กล่าวว่าถ้าคิดว่าหลานชายมีบุญวาสนาจะได้คู่กับนางจร ิงใกล้สร้างสะพานเงินสะพานทองจากท้ายสวนมาถึงพระราชว ังภายใน ๓ วันมิเช่นนั้นจะประหารทั้งโคตร ตายายหลังจากลับมาถึงบ้านแล้วก็นั่งซึม เอาแต่ร้องไห้แล้วต่อว่าท้าวปักษาที่หาเรื่องเดือดร้ อนมาให้ตน ครั้นท้าวปักษาได้ทราบเรื่องต้องสร้างสะพานทองแล้วจึ งกล่าวปลอบใจว่าถ้าตนทำไม่เสร็จจะยอมตายแทน สองตายายจึงค่อยโล่งใจบ้าง พอตกค่ำท้าวปักษาก็บอกว่าจะขอออกไปทำธุระข้างนอกจากน ั้นก็แปลงเป็นพญาแร้งขนาดมหึมาบินกลับไปยังเขานินทะก าลา แล้วเกณฑ์ไพร่พลทั้งหลายให้มาช่วยสร้างสะพานจนแล้วเส ร็จ

ครั้นรุ่งเช้า ท้าวสัณนุราชกับพระมเหสีมองออกไปเห็นสะพานเงินสะพานท องเป็นอัศจรรย์ เสร็จตามข้อตกลงดังกล่าวจึงคิดว่ามาณพผู้นี้คงจะมีบุ ญ แล้วจัดอภิเษกสมรสนางพิกุลทองให้กับท้าวปักษาและนางพ ิกุลทอง ซึ่งตลอดเวลาเมื่ออยู่ใกล้กันนางพิกุลทองก็ได้ได้กลิ ่นสาบแร้งจนเวียนหัวบ่นว่าต่าง ๆ นานา ส่วนท้าวปักษาก็มิอาจจะเข้าใกล้สมัครสังวาสได้เพราะไ ม่ได้นึกรัก ประกอบกับเทวดาดลใจ คงมีแต่ความแค้นที่นางเคยด่าว่า

ครั้นอยู่มาได้ ๓ วัน ท้าวปักษาจึงออกอุบายว่าจะชวนนางกลับไปกราบบิดามารดา ของตน จากนั้นก็พากันลงเรือสำเภา ๕๐๐ ลำล่องไปได้ ๓ เดือน ก็มาถึงหาดแก้วพยัคฆีหน้าเมือง ท้าวปักษาจึงให้นางรออยู่ในเรือเพื่อจะขึ้นไปแจ้งให้ บิดามารดาตนทราบก่อน แท้ที่จริงท้าวปักษากลับไปเกณฑ์บริเวณนกแร้งทั้งหลาย ให้มากินคนบนเรือเสียให้หายแค้น ส่วนนางพิกุลทองนั้นตนจะจัดการกินเองห้ามนกตัวไหนแตะ ต้องต้องมีโทษถึงตาย ฝูงนกก็ดีใจพากันบินมาจับไพร่พลบนเรือกินเสียหมดทั้ง ๕๐๐ ลำ ส่วนนางพิกุลทองนั้นได้รับความช่วยเหลือจากแม่ย่านาง วิญญาณประจำเรือ รู้ว่าพญาแร้งคิดไม่ซื่อ จึงเนรมิตรห้องคูหาแล้วนำนางพิกุลทองไปซ่อนไว้ในปลาย เสากระโดงเรือ พญาแร้งโกรธมากด่าว่าลูกน้องไม่เชื่อฟังหาว่ากินไม่ด ูตามาตาเรือดันไปกินเอานางพิกุลทองไปด้วยแล้วก็พากัน บินกลับไป แต่กระนั้นก็ยังไม่แน่ใจว่านางตายจริง ก็จึงให้บริวารบางส่วนคอยเฝ้าดูเรือไว้

ฝ่ายแม่ย่านางครั้นเห็นพญาแร้งกับบริวารบินกลับไปหมด แล้ว จึงได้พานางพิกุลทองออกมาจากที่ซ่อนเพื่อสรงน้ำ เส้นผมของนางที่ไม่เคยหลุดร่วงเลย ก็ร่วงลงมา นางสงสัยว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น นางจึงเสี่ยงทายเสยเอาเส้นผม และดอกพิกุลทองใส่ผอบพร้อมจารึกชื่อและเรื่องราวลงไป ด้วยเพื่อหาผู้มีบุญมาช่วยเหลือ ผอบทองลอยไปจนถึงเมืองพรหมกุฏปัญจาละซึ่งมีพระสังข์ศ ิลป์ชัยและนางสุพรรณปกครอง มีโอรสเก่งกล้าองค์หนึ่งชื่อพระพิชัยมงกุฏ(ในฉบับตัว เขียนว่าชื่อ "พระพิไชยวงศ์กุฏ") ขณะนั้นทั้งสามกษัตริย์ได้มาสรงน้ำที่ท่าน้ำนอกเมือง เห็นผอบทองลอยทวนน้ำมา พระพิชัยมงกุฏจึงเสี่ยงพระสังข์วิเศษไปกล่าวว่าถ้ามา ดีให้ช้อนขึ้นมา ถ้ามาร้ายให้สังข์วิเศษทำลายเสีย ปรากฏว่าสังข์ก็ไปช้อนผอบขึ้นมา เมื่อเปิดข้อความดูเห็นเส้นผม,ดอกพิกุล และจารึกเรื่องราวก็ถึงกับหลงใหลกินไม่ได้นอนไม่หลับ พระสังข์ศิลป์ชัยได้ทราบอาการก็ตกพระทัย พระพิชัยมงกุฏจึงขอลาไปตามนางพิกุลทอง จึงโปรดให้สังข์ ศร และพระขรรค์วิเศษไปป้องกันตัว และให้จัดแต่งเรือสำเภาพร้อมไพร่พลไปตามประสงค์ กองเรือแล่นมาหลายวันจนกระทั่งถึงเกาะใหญ่กลางทะเลซึ ่งเป็นเขตของ นางยักษ์กาขาว ซึ่งลอบเข้ามาในเรือด้วยความสงสัย ครั้นเห็นพระพิชัยมงกุฏรูปร่างสง่างามก็หลงรักจึงแอบ อุ้มพาไปขณะหลับ แล้วเนรมิตเมืองขึ้นบนเกาะแล้วแปลงเป็นหญิงสาวอยู่ใน เมืองนั้น ครั้นพระพิชัยมงกุฏตื่นมาเห็นบ้านเมืองกับหญิงงามก็เ ข้าใจว่าเป็นนางพิกุลทอง จึงเกี้ยวนางจนได้เป็นภรรยา แต่ยังสงสัยว่าได้กลิ่นสาบสางยักษ์และนางผมไม่หอม ตกดึกเทพารักษ์จึงได้มาบอกให้รีบหนีไปเพราะนางเป็นยั กษ์แปลงมาแล้วบอกทางให้แล่นเรือไปทางตะวันออก ๗ วันก็จะถึงหาดแก้วพยัคฆี

ครั้นพระพิชัยมงกุฏเดินทางมาถึงเห็นกองเรือร้างจอดอย ู่จึงให้ไปค้นเรือทุกลำก็พบแต่กระดูก ฝ่ายนางพิกุลทองได้ยินเสียงจึงลาแม่ยานางออกมาจากเสา กระโดงเรือและเข้าพบกับพระพิชัยมงกุฏด้วยความยินดี

ขณะนั้นบริวารของพญาแร้งเห็นผู้คนมาเอะอะวุ่นวายจึงร ีบบินไปบอกแก่ท้าวปักษา กล่าวว่าชะรอยนางพิกุลทองจะยังไม่ตาย ท้าวปักษาจึงรีบพาบริวารมาทันที ครั้นเห็นนางพิกุลทองหลบอยู่กับพระพิชัยมงกุฏก็เจรจา ตอบโต้อยู่พักหนึ่งแล้วทำการรบกัน พระพิชัยมงกุฏจึงแผลงศรวิเศษไปถูกอกท้าวปักษาตายกลาง อากาศพร้อมกับบริวารทั้งหลาย ครั้นเสร็จศึกแล้ว จึงพานางพิกุลทองกลับไปยังบ้านเมืองของตนต่อไป ฝ่ายนางยักษิณีกาขาวครั้นตื่นมาไม่เห็นพระพิชัยมงกุฏ จึงคว้ากระบองออกไล่ติดตามไปถึงเมืองพรหมกุฏปัญจา แต่เกรงอำนาจพระเสื้อเมืองจึงเข้าเมืองไม่ได้ ก็ซ่อนตัวอยู่ที่ต้นไทรในสวน

หลังจากพิธีอภิเษกสมรสแล้ว ต่อมานางพิกุลทองก็ประสูติพระโอรส ๒ พระองค์ คนพี่มีนามว่า พระรัก ส่วนโอรสองค์รองนามว่า พระยม อยู่มาวันหนึ่งทั้งสี่กษัตริย์ก็เสด็จประพาสที่บึงบั วเพื่อเก็บบัวมาบูชาพระปฏิมา ฝ่ายนางยักษ์กาขาวครั้นรู้ว่าพระพิชัยมงกุฏได้อภิเษก กับนางพิกุลทองแล้ว ก็ให้เคียดแค้นเป็นยิ่งนักหมายจะทำร้ายนางพิกุลทองเส ียให้หายแค้น จึงแปลงร่างเป็นดอกบัวทองอยู่ใต้น้ำ ครั้นเรือผ่านมานางพิกุลทองเห็นเข้าก็ประหลาดใจในควา มงามจึงเอื้อมมือลงไปเด็ด นางยักษ์ได้ทีจึงฉุดนางลงไปใต้น้ำแล้วสาปให้กลายร่าง เป็นนางชะนี จะพ้นสาปได้ก็ต่อเมื่อนำเลือดยักษืมาชโลมตัวส่วนนางย ักษ์ก็จดจำและแปลงร่างเป็นนางพิกุลทองแทน ครั้นพระพิชัยมงกุฏช่วยฉุดขึ้นมาครั้งแรกเป็นนางยักษ ์แปลงนางยักษ์ก็รีบเป่ามนต์ให้หลงใหล พระรักและพระยมก็ร้องไห้บอกว่าไม่ใช่แม่ของตน แต่เมื่อเห็นนางชะนีผุดขึ้นมาจากน้ำกลับร้องว่าเป็นแ ม่ และไม่ยอมกลับวัง พระพิชัยมงกุฏจึงกริ้วขับไล่ให้ไปอยู่กับนางชะนีในป่ า แล้วพระองค์ก็พานางยักษ์กลับเข้าวัง สองพี่น้องร้องไห้หาแม่จนหิวแต่นางชะนีก็กำลังคลุ้มค ลั่งด้วยมนต์ของนางยักษ์คอยแต่จะหนีเข้าป่าท่าเดียว

พอมีสติขึ้นบ้างก็เล่าเรื่องให้ลูกฟังแล้วให้เก็บดอก พิกุลทองที่หล่นออกมาเอาไปขายเพื่อซื้อข้าวกิน ครั้นนางวิเสทชาววังออกมาเห็นก็พาสองพระโอรสเข้าไปใน เมืองแล้วกราบทูลให้พระสังข์ศิลป์ชัยทราบ สองพี่น้องจึงเล่าเหตุการณ์นางยักษ์แปลงให้พระอัยกาฟ ัง พระสังข์ศิลป์ชัยและพระมเหสีถึงกับกริ้วจัด ตรัสให้เรียกพระพิชัยมงกุฏเข้าเฝ้าแล้วสอบสวนเรื่องน างพิกุลทอง นางยักษ์แปลงก็พูดตลบแตลงวกวนไปมา พระนางสุพรรณจึงกระซิบให้พระพิชัยมงกุฏดูอาการของนาง ยักษ์ที่ไม่มีแววตา และไม่มีดอกพิกุลทองร่วงจากปาก แล้วออกอุบายให้โอรสบอกกับนางยักษ์แปลงว่าจะออกไปคล้ องช้างเผือก ครั้นพระพิชัยมงกุฏ พระลักษณา และพระยมยศเข้าไปทำจั่นจนดักได้ตัวนางชะนีพิกุลทอง เมื่อเห็นพระพิชัยมงกุฏก็ร้องเรียก "ผัว ๆ" จนถามนางชะนีได้ความว่าต้องฆ่านางยักษ์แล้วเอาเลือดม ารดก็จะหายเป็นปกติ ฝ่ายนางยักษ์ซึ่งลอบเห็นเหตุการณ์รู้ว่าความแตกจึงกล ับคืนร่างเดิมออกอาละวาด แต่ถูกพระพิชัยมงกุฏสังหารนางยักษ์ แล้วรองเอาเลือดมารดนางพิกุลทองจนกลับร่างเป็นมนุษย์ ตามเดิม

ต่อมานางพิกุลทองก็จะกลับไปเยี่ยมท้าวสัณนุราชที่เมื องสรรพบุรี จึงล่องเรือสำเภาไปในทะเลได้ ๗ ราตรี นางยักษ์กานิล ซึ่งเป็นน้องของนางยักษ์กาขาว ทราบข่าวว่า พี่สาวตนถูกพระพิชัยมงกุฏฆ่าตายก็ให้แค้นใจตามมาอาละ วาดจนเรือแตกผู้คนตายหมด จนสี่กษัตริย์พลัดพรากจากกัน โดยที่เทวดาบังตาไว้ไม่ให้นางยักษ์เห็นกษัตริย์ทั้ง ถ องค์นางพิกุลทองถูกน้ำซัดไปอีกทางหนึ่ง พระสมุทรเทวา เกิดความสงสารจึงเนรมิตขอนไม้ใหญ่ให้นางเกาะมาจนกระท ั่งชายหาดเมืองเวรุจักร นางจึงถอดแหวนเสี่ยงทายว่าหากโอรสและภัสดาตายแล้วก็ใ ห้แหวนจม ปรากฏว่าแหวนลอยขึ้นนางจึงค่อยโล่งใจขึ้นบ้าง จึงฉีกชายผ้าสไบเขียนบอกเรื่องราวผูกไว้ที่พระไทรแล้ วฝากกราบพระไทรให้ช่วยบอกทางหากสามีมาพบ นางพิกุลทองเดินซัดเซพเนจรไปในป่าจนเข้ามาในเขตเมือง เวรุจักร ซึ่งมี พญายักษ์วิรุณจักรปกครองอยู่นางก็หลับอยู่ในศาลาหน้า เมือง ท้าววิรุณจักรมาพบเข้าก็เกี้ยวพาราสี นางพิกุลทองก็ว่าตนมีสามีและลูกแล้ว แต่พญายักษ์กลับไม่ฟังเสียงบังคับนางขึ้นรถพาเข้าไปใ นวัง ท้าววิรุณจักรก็เพียรพยายามเกี้ยวพาราสีนางพิกุลทอง แต่นางไม่ยอมซ้ำกลับต่อว่าเปรียบเปรยต่าง ๆ นานา ท้าววิรุณจักรโกรธมากจึงใช้พระขรรค์ฟันนาง แต่ด้วยสัจจบารมีที่นางซื่อสัตย์ต่อสามีทำให้พระขรรค ์หักเป็นสองเสี่ยง เมื่อท้าววิรุณจักรไม่สามารถทำอันตรายแก่นางได้จึงขั บไล่ให้เป็นทาสรับใช้อยู่ในครัว

ฝ่ายสามพ่อลูกครั้นเรือแตกแล้ว พระพิชัยมงกุฏจึงขว้างสังข์วิเศษไปสังหารนางยักษ์กาน ิลจนสิ้นชีพ แล้วเนรมิตขึ้นขี่สังข์ออกตามหานางพิกุลทอง จนพบชายผ้าสไบที่นางผูกไว้ พระไทรจึงปรากฏกายแล้วชี้ทางให้ไปทางทิศตะวันออก จึงพากันเดินไปตามทางพบอาศรมพระฤๅษี ๆ ก็ตรวจดวงชะตาว่าพระพิชัยมงกุฏนั้นจะได้ชายาอีก ๑ คน ส่วนนางพิกุลทองนั้นพอครบ ๑ เดือนจึงพ้นเคราะห์กรรม แล้วพระดาบสจึงสั่งสอนวิชาเหาะเหินเดินอากาศให้ พร้อมทั้งมอบแหวนเนาวรัตน์กายสิทธิ์ และพระขรรค์แก้ว ให้กับพระพิชัยมงกุฏเพื่อนำไปต่อสู้กับยักษ์ ทั้งสามก็กราบลาพระอาจารย์แล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมือ งวิรุณจักร จึงพากันแปลงกายเป็นนกขุนทองบินเข้าไปในสวนขวัญเพื่อ สืบเรื่องราว

จะกล่าวถึงท้าววิรุณจักรมีธิดาโสภาอันเกิดแต่นางมนุษ ย์อยู่องค์หนึ่งชื่อว่า นางอรุณวดี อยู่มาคืนหนึ่งกลับฝันเห็นพญานาค ๗ เศียรเลื้อยเวียนรอบปราสาทแล้วเข้ารัดนาง ครั้นตื่นขึ้นจึงปรึกษานางยักษ์พี่เลี้ยง ก็ทำนายว่าสงสัยจะได้คู่ ทำเอานางร้อนรุ่มกล้มอุราจึงพากันไปลงเที่ยวชมสวนพบก ับนกสาริกาสามพ่อลูกคุยกันอยู่ จึงใช้ให้พวกยักษ์จับเข้าไปเลี้ยงในวัง ครั้นตกดึก พระพิชัยมงกุฏจึงแปลงกลับเป็นคนดังเดิมแล้วลอบเข้าหา นางอรุณวดีจนได้นางเป็นชายา

ความแตกเมื่อนางกำนัลมาพบเข้าในตอนรุ่งเช้า จึงรีบไปทูลบอกแก่ท้าววิรุณจักร ๆ กริ้วโกรธดั่งไฟบรรลัยกัลป์ ตรัสสั่งให้โอรสองค์รองชื่อกุมภัณฑสูร ไปจับแต่ก็ถูกสองกุมารฆ่าตาย ท้าววิรุณจักรก็ยิ่งแค้นว่าต้องมาแพ้เด็กเมื่อวานซืน ครั้นจะสู้เองพระมเหสีก็ห้ามว่าท่าทางศัตรูจะมีฤทธิ์ มากควรมีหนังสือไปบอกให้สหายคือ ท้าวกัมพลนาคที่เมืองบาดาล กับ ท้าวหัศจักรมาช่วยรบดีกว่า ครั้นทั้งสองมาถึง ท้าววิรุณจักรก็ให้แต่งทัพออกสู้รบกับพระพิชัยมงกุฏ แต่ก็ถูกพระขรรค์ฟันเสียเป็นแผลหลายแห่งก็แค้นใจจึงก ลับร่างพญานาคเจ็ดเศียรใหญ่พ่นพิษหมายจะให้ตาย พระพิชัยมงกุฏจึงถอดแหวนเนาวรัตน์ที่พระดาบสให้มาขว้ างออกไปเป็นพญาครุฑไล่จิกตีท้าวกัมพลนาคจนต้องซมซานห นีลงไปบาดาล ต่อมาท้าวหัสจักรออกรบก็ถูกสองกุมารฆ่าตายด้วยพระขรร ค์แก้ว ฝ่ายท้าววิรุณจักรก็ถูกพระพิชัยมงกุฏยิงด้วยศรวิเศษเ สียบอกตายกลางสนามรบ พวกยักษ์ที่เหลือก็พากันครั่นคร้ามไม่กล้าต่อกรด้วย แล้วทูลเชิญให้ขึ้นครองเมือง พระพิชัยมงกุฏจึงให้จัดการถวายพระเพลิงท้าววิรุณจักร ตามราชประเพณี

ฝ่ายนางพิกุลทองครั้นทราบว่าผู้ปราบท้าววิรุณจักรได้ คือสวามีและพระโอรสก็ยินดี ครั้นเวลานำอาหารถวายนางก็รับอาสาเพราะยักษ์ทำอาหารม นุษย์ไม่เป็น แล้วใส่พิกุลทองลงไปในเครื่องเสวยด้วย สามพ่อลูกเห็นดอกพิกุลทองก็จำได้จึงให้ไปเรียกคนครัว ขึ้นมา เมื่อพบหน้ากันแล้วทั้งสี่ก็ร้องไห้กันจนสลบ ครั้นฟื้นขึ้นแล้วจึงให้นางพิกุลทองไปทรงเครื่องอย่า งนางกษัตริย์ แล้วเรียกนางอรุณวดีมาทำความรู้จัก ฝ่ายนางอรุณวดีนั้นถือตนว่าเป็นลูกเจ้าท้าวกษัตริย์บ วกกับความหึงหวงจึงค่อนแคะนางพิกุลทองในทำนองว่า เป็นเมียน้อยบิดาตนมาแล้วกลายเป็นคนครัว คิดจะเป็นนางกษัตริย์เสมอตนมิรู้จักเจียมตัวบ้าง

ฝ่ายนางพิกุลทองครั้นได้ยินดังนี้ก็ให้เจ็บใจ จึงเล่าเรื่องราวให้ฟังแล้วขอพิสูจน์ด้วยการลุยไฟแสด งความบริสุทธิ์ พระอินทร์จึงเอาน้ำอมฤตมาพรมดับไฟ ส่วนนางอรุณวดีลุยไฟแล้วทนร้อนไม่ได้ จึงถูกพระพิชัยมงกุฏลงโทษ และให้ขอโทษนางพิกุลทอง

ฝ่ายพระเจ้าตาครั้นตื่นมาไม่เห็นหลาน กลับเห็นสาสน์ดังกล่าวก็ทรงกริ้วตรัสให้พระพิชัยมงกุ ฏออกติดตามลูกไป มิเช่นนั้นจะไม่นับญาติกันเลยทีเดียว ครั้นพระพิชัยมงกุฏยกทัพออกไปแล้ว ท้าวสัณนุราชจึงให้จับนางยักษ์แปลงมาทรมานอย่างหนักจ นต้องสารภาพความจริง แล้วจึงให้นางพิรากลนำทัพไปจนถึงเมืองวิรุณจักรพร้อม กับล้อมเมืองเอาไว้ พร้อมกับให้นางยักษ์มารดาของนางอรุณวดีส่งตัวนางพิกุ ลทองกลับมา นางยักษ์ได้ฟังก็กลัวจึงถอดนางพิกุลทองออกจากตรุมาแต ่โดยดี ท้าวสัณนุราชจึงให้พานางพิกุลทองกลับมายังเมืองสรรพบ ุรี

พระรักและพระยมออกเดินทางแล้วหลงทิศเข้าไปในเมืองของ พญายักษ์ อสูรสังหาร สองพี่น้องจึงแอบไปหลบอยู่ในส่วน ข้างนางพิศวงซึ่งเป็นธิดาสาวแรกรุ่นโฉมงามของยักษ์อส ูรสังหารเผอิญลงไปเก็บดอกไม้ในสวนเพื่อร้อยดอกไม้ถวา ยพระบิดา พอดีพบกับพระรักซึ่งกำลังแตกเนื้อหนุ่มรูปงาม พระรักก็มอบดอกรักไว้ให้ฝ่ายนางพิศวงก็เกิดหลงรักเช่ นกัน ตกดึกพระรักจึงลอบเข้าห้องและได้นางพิศวงเป็นชายา

ฝ่ายนางค่อมสาวใช้เห็นนางพิศวงตื่นสายผิดสังเกตจึงเข ้าไปปลุกเห็นนอนอยู่กับหนุ่มรูปงามจึงรีบไปแจ้งแก่ท้ าวอสูรสังหาร ๆ กริ้วมากให้พลยักษ์ไปช่วยกันจับตัวไว้ให้แห่ประจานแล ้วนำไปประหาร ฝ่ายพระยมซึ่งออกตามหาพี่ชายได้ยินพวกยักษ์ชาวเมืองค ุยกันถึงหนุ่มรูปงามที่ลอบเข้าหาธิดาพญายักษ์ ก็รู้ทันทีว่าเป็นพี่ตนจึงแหวกฝูงยักษ์เข้าไปใช้พระข รรค์แก้ววิเศษแก้เอาพระรักออกมาได้ แล้วพากันเหาะหนีไปนอกเมือง

ฝ่ายท้าวอสูรสังหารทราบว่านักโทษหนีไปได้ ก็ยกพลออกตามทันที ทั้งสองพี่น้องต่อสู้อย่างสุดกำลังและใกล้เพลี่ยงพล้ ำพระพิชัยมงกุฏก็ตามมาช่วยทันพอดี ท้าวอสูรสังหารถือตนว่ามีศรวิเศษจึงแผลงไปกลายเป็นไฟ กรดเผาไหม้ แต่พระพิชัยมงกุฏก็แผลงศรแก้เป็นน้ำไปดับไฟไว้ได้ ท้าวอสูรสังหารก็แผลงศรเป็นอาวุธต่าง ๆ มากมายหล่นลงมา พระพิชัยมงกุฏก็แผลงศรเป็นพายุหอบเอาอาวุธไปตกนอกจัก รวาลจนหมด แล้วแผลงศรเป็นนาคไปมัดท้าวอสูรสังหารไว้ ท้าวอสูรสังหายอมจำนนและยกนางพิศวงให้พระรักแต่โดยดี

ต่อมาทั้งสามจึงพากันตามหานางพิกุลทองไปถึงเมือเวรุจ ักรทราบข่าวว่าท้าวสัณนุราชรับกลับเมืองไปแล้ว พระพิชัยมงกุฏจึงให้ประหารนางพิรากลแล้วพากันเดินทาง กลับ ระหว่างที่พักอยู่กลางทางมีนางยักษ์ประลัยกัลป์ผ่านม าเห็นพระยมเป็นหนุ่มวัยรุ่นรูปงามก็แปลงเป็นสาวสวยเป ่ามนต์สะกดแล้วลักพาไปใว้ในถ้ำ ฝ่ายพระพิชัยมงกุฏและพระรักตื่นมาไม่เห็นน้องจึงพากั นออกหาแต่ไม่พบ ก็ยกทัพกลับเมืองแล้วให้พระรักออกติดตามต่อไป

มีเงาะป่าสองผัวเมียชื่อกาวินส่วนเมียชื่อนิลหัตถีซึ ่งมีแก้วกายสิทธิ์สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ และเป้นเพื่อนกับนางยักษ์ประลัยกัลป์ วันหนึ่งนางนิลหัตถีเกิดแอบมาเห็นพระยมอยู่ในถ้ำก็หล งรัก จึงรอให้นางประลัยกัลป์ออกจากถ้าแล้วสวมรอยแปลงร่างเ ป็นนางฟ้าชื่อนิลอำไพบอกพระยมว่าเป็นเทพธิดารักษาถ้ำ กลัวว่าจะถูกยักษ์กินจึงมาช่วย แล้วพาพระยมแอบไปไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง ฝ่ายเงาะกาวินผู้เป็นผัวเห็นเมียตนหายไปช้านักจึงเที ่ยวออกค้นหาเห็นเมียตนกำลังออดอ้อนกับเจ้าหนุ่มน้อยอ ยู่ในถ้ำก็โกรธแล้วตรงเข้าต่อว่า นางนิลหัตถีได้ฟังผัวมาต่อว่าก็โกรธใช้ดวงแก้วกวัดแก ว่งไล่ตี ขณะนั้นนางประลัยกัลป์กลับจากหาอาหารผ่านมาได้ยินเสี ยงทราบความทั้งหมดก็เข้าไปต่อว่านางนิลหัตถี แล้วเกิดต่อสู้กันจนนางเงาะพลาดท่าถูกแย่งดวงแก้วไปจ ากมือ แล้วถูกนางยักษ์ทุบด้วยกระบองจนตาย แล้วพาพระยมกลับถ้ำ

ต่อมาพระยมก็ทำอุบายจนสามารถชิงดวงแก้ววิเศษหนีไปได้ ก็ใช้ดวงแก้วเหาะมาจนถึงเมืองโรมวิสัยของท้าวไภยทัตใ นคืนนั้นนางสุวรรณจินดาพระธิดาฝันว่ามีดวงแก้วลอยมาแ ละนางสามารถรับไว้ได้ ครั้นตื่นมาไม่เห็นดวงแก้วก็เสียใจจนประชวร ท้าวไภยทัตทราบเรื่องก็ขนดวงแก้วทั้งหมดออกมาจากคลัง ให้นางเลือกก็ยังไม่ถูกใจ จึงให้ป่าวประกาศว่าหากใครมีแก้วมณีงามๆ ให้นำมาให้พระธิดาเลือกหากถูกใจจะตบรางวัลให้ พระยมเมื่อเข้ามาในเมืองเกิดผิดใจกับลูกชายนายด่านชื ่อนายฉันทาแล้วต่อสู้กัน พระยมมีแก้ววิเศษจึงไม่มีใครสู้ได้ นายฉันทาทราบประกาศจึงแสร้งทำดีเพื่อคิดจะขโมยแก้ววิ เศษจึงขอโทษแล้วชวนพระยมไปอยู่ด้วย ครั้นตกดึกก็แอบขโมยแก้วไปถวายท้าวไภยทัต ซึ่งเป็นแก้วที่ตรงตามความฝันของนางสุวรรณจินดา จึงถามว่าต้องการรางวัลอะไร นายฉันทาทูลว่าขออภิเษกสมรสกับพระธิดาทำเอาท้าวไภยทั ตถึงกับตรัสไม่ออก

ครั้นเมื่อพระยมตื่นมาไม่เห็นแก้ว จึงรู้ว่าถูกหลอกขโมยไปจึงออกติดตามไปถึงในวังเพื่อท วงสิทธิ์คืน นายฉันทาก็กล่าวเท็จว่า นายยมมาขออาศัยอยู่กับตนเห็นตนมีดวงแก้วก็เกิดอิจฉา ท้าวไภยทัตจึงทรงติดสินให้แต่ละฝ่ายซึ่งอ้างว่าเป็นเ จ้าของแสดงคุณวิเศษของดวงแก้วให้ชม ปรากฏว่านายฉันทาไม่สามารถใช้ได้เลย ส่วนพระยมก้แสดงอิทธิฤทธิ์เช่นหายตัวเหาะเหินเดินอาก าศได้ พระเจ้าไภยทัตกริ้วมากสั่งให้นำฉันทาไปประหารแต่พระย มทูลขออภัยโทษไว้ จึงโปรดให้ทวนเฆี่ยนด้วยหวาย ๑๐๐ ทีแล้วสักหน้าไล่ออกจากเมืองไปโทษฐานที่มาหลอกพระเจ้ าแผ่นดิน พระยมจึงเล่าความเป็นมาให้ฟังครั้นทราบว่าเป็นลูกเจ้ าท้าวพระยาเช่นกันจึงทรงโปรดให้อภิเษกกับนางสุวรรณจิ นดา

จะกล่าวถึงท้าวชิวหาวินาศพญายักษ์เจ้าเมืองเพชรรัตน์ มีฤทธิ์แลบลิ้นยาวถึงสะดือจะกลายเป็นไฟกรดเผาผลาญศัต รู ครั้นทราบถึงความงามของนางสุวรรณจินดา ก็จึงยกทัพมาสู่ขอ พอทราบว่าแต่งงานกับพระยมแล้วก็โกรธเตรียมกองทัพยกมา เพื่อจะชิงนาง พระยมจึงอาศาออกรบเพื่อทดแทนพระคุณ ยักษ์ชิวหาวินาศแลบลิ้นเป็นไฟกรดออกมาแต่ถูกพระยมขว้ างดวงแก้วไปถูกลิ้นขาดตาย ท้าวไภยทัตยินดีจึงยกเมืองให้ครองแทน ส่วนนางยักษ์ประลัยกัลป์ซึ่งออกติดตามมาสืบรู้ว่าคนท ี่ออกรบกับท้าวชิวหาวินาศชื่อพระยมจึงตามมาที่เมืองใ นยามดึกแปลงเป็นนางกำนัลอุ้มเอานางสุวรรณจินดาไปตบตี จนสลบแล้วเหวี่ยงทิ้งแม่น้ำ ส่วนนางก็แปลงเป็นนางสุวรรณจินดาเข้าไปนอนเคียงข้างแ ทน

นางสุวรรณจินดาตัวจริงลอยไปติดท่าน้ำหน้าอาศรมพระฤๅษ ีสมมิตร จึงจัดแจงช่วยนางจนฟื้นแล้วถามที่มา นางจึงอยู่ปรนนิบัติฤๅษี จนกระทั่งวันหนึ่งพระรักผ่านมาเห็นนางจึงเข้าไปเกี้ย วพาราสี นางก็กล่าวว่ามีสามีแล้วชื่อพระยม พระรักได้ยินชื่อน้องชาย จึงถามเอาจนทราบความแล้วชวนกันเข้าเมืองเพื่อจัดการก ับนางยักษ์

ครั้นทั้งสองยกทัพมาถึงเมืองแล้วก็ให้พักพลอยู่นอกเม ือง พระรักก็พานางสุวรรณจินดาตัวจริงไปแสดงตนกับท้าวไภยท ัตจึงเกิดเรื่องโอละพ่อขึ้นเมื่อนางสุวรรณจินดามี ๒ คน พระมารดาจึงออกอุบายถามถึงตำหนิว่า ถ้าเป็นตัวจริงต้องตอบได้ว่าถันของนางสุวรรณจินดามีต ำหนิที่ไหน นางสุวรรณจินดาตัวจริงตอบว่ามีไฝที่ถัยซ้าย ส่วนนางยักษ์แปลงตอบไม่ได้ก็เสียท่ากลับคืนร่างเดิมอ ุ้มพระยมหนีไป นางยักษ์ซึ่งตั้งครรภ์ตั้งแต่อยู่กับพระยมในถ้ำก็เกิ ดเหนื่อยจนตกเลือดตายกลางป่า พระยมสงสารลูกก็จัดแจงเตรียมเผา แต่ลูกกรอกก็สำแดงฤทธิ์บอกพ่อว่าให้นำตนติดตัวไว้จะช ่วยพ่อได้เมื่อมีภัย พระยมจึงเอาผ้าห้อผูกติดเอวไว้แล้วเอาดวงแก้วอธิษฐาน เผาร่างนางยักษ์แล้วออกเดินป่าหาทางกลับเมืองโรมวิสั ย

พระยมเดินหลงมาถึงเมืองธรรมราชบุรีมีพระเจ้าไทยทศมิต รปกครอง มเหสีฝ่ายขวาชื่อนางโสภิณ มีพระธิดาโฉมงามชื่อศรีสุคนธ์มเหสีฝ่ายซ้ายชื่อนางอำ ภามีพระธิดาคนน้องชื่อนางฉวีวรรณ ในเมืองกำลังประสบเรื่องวุ่นวายเนื่องจากมียักษ์ออกจ ากป่ามาลอบจับพลเมืองกินทุกวัน ท้าวไททศมิตรจึงมีบัญชาให้ประกาศตามหัวเมืองหาผู้มาป ราบยักษ์ร้าย ท้าวไตรจักรฆัคนานต์ แห่งเมืองโกสัยรัฐทราบข่างจึงได้ให้พระโอรสชื่อพระรั ชนิกรอาสาไปปราบ พระยมเห็นทัพเดินทางผ่านมาจึงขออาศัยไปด้วย ครั้นมาถึงเมืองและกำหนดวันปราบยักษ์ในวันรุ่งขึ้น พระยมก็ออกไปดูด้วย ทัพพระรัชนิกรต่อสู้กับยักษ์ไม่ได้ก็แตกร่นไป เพราะยักษ์ตนนี้ร่างเป็นเหมือนหินผาฆ่าไม่ตาย พระยมจึงเข้าไปต่อสู้ด้วย ฝ่ายพระรัชนิกรเห็นคนมาช่วยก็แสร้งกลับมาทำช่วยต่อสู ้ซ้ำเติม ในที่สุดยักษ์ร้ายก็ถูกลูกกรอกตัดหัวได้ เนื่องจากเป็นผีป่าคนธรรมดาฆ่าไม่ตาย พระรัชนิกรเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าหัวยักษ์กลับเข้าวัง ทูลท้าวไททศมิตรเอาความดีความชอบ ฝ่ายพระยมกลับมาจึงโต้เถียงกัน ท้าวไททศมิตรจึงยุติด้วยการยิกนางศรีสุคนธ์ให้พระยม และยกนางฉวีวรรณให้พระรัชนิกร แต่พระรัชนิกรก็ยังริษยาว่าตนได้เป็นเขยรองคงไม่ได้ค รองเมืองจึงลอบเขียนสารส่งให้บิดายกทัพมาตีเมือง

ข้างท้าวไตรจักรฆัคนานต์ได้ทราบเรื่องก็ว่าท้าวไททศม ิตรทำเช่นนี้เหมือนหยามเกียรติกัน ก็จัดแจงแปลงกายเป็นยักษ์ แล้วให้ไพร่พลปลอมเป็นคนป่ายักทัพมาตีเมือง ทัพของท้าวไททศมิตรสู้ไม่ได้ก็แตกร่นมา แล้วโปรดให้พระยมและพระรัชนิกรออกรบแทน พระรัชนิกรเห็นเป็นยักษ์ไม่ทราบว่าเป็นบิดาแปลงมาก็ห ลบเลี่ยงหนีไป พระยมจึงเศกดวงแก้วเป็นพระขรรค์ไปตัดเศียรท้าวไตรจัก รขาดแล้วเอาใส่ถังปิดฝาไว้ พระรัชนิกรจึงให้ลูกน้องแอบเอามาแล้วถวายท้าวไททศมิต รเอาความชอบตามเคย แต่ครั้นเปิดฝาหยิบขึ้นมากลับเป็นเศียรของบิดาตนก็เส ียใจจนสลบ เมื่องเรื่องกลับตาลปัตรเช่นนี้ ท้าวไททศมิตรจึงสอบสวนจนทราบความถึงกับกริ้วจัด ให้นำพระรัชนิกรไปประหาร แต่พระยมทูลขออภัยโทษไว้ จึงอภิเษกให้พระยมครองเมืองแทนตามความดีความชอบ

พระรัชนิกรนั้นคิดแค้นอยู่ตลอดเวลา นางฉวีวรรณจึงแนะผัวให้นำสารหนูใส่ในอาหารเสวย พระยมไม่ทราบเสวยเข้าก็สิ้นพระชนม์ทันที ท้าวไททศมิตรจึงให้นำนักโทษประหารมาลองกินอาหารที่พร ะยมเสวยก็ตายลงเช่นกัน จึงรู้แน่ว่าใส่ยาพิษ จึงให้กักตัวนางวิเสทต้นครัวไว้สอบสวนทั้งหมดก็พบว่า นางศรีสำอางค์ลอบหนีไปนอกเมือง ฝ่ายนางศรีสำอางค์ดั้นด้นในป่าจนพบกับพระรักมาตามหาน ้อง ก็ตกเป็นชายาของพระรักเมื่อถามที่มาที่ไปนางก็เล่าเร ื่องทั้งหมดให้ฟัง พระรักทราบความก็โกระบังคับให้นางเข้าไปสารภาพความจร ิงในเมืองธรรมราชบุรี เมื่อความจริงปรากฏท้าวไททศมิตรก็จึงสั่งให้ประหารคน ทั้งสามคือ พระรัชนิกร,นางฉวีวรรณ และนางศรีสำอางค์ พระรักจึงขออภัยโทษเฉพาะนางศรีสำอางค์ให้จำตรุไว้เท่ านั้น เพราะได้สัญญาไว้ว่าจะให้รับโทษน้อยที่สุด ครั้นลูกกรอกกลับจากเที่ยวท่องอยู่ในป่าพบว่าพระยมสิ ้นพระชนม์ ก็แอบยกศพออกจากปราสาท ทำเอาเสนาที่เฝ้านึกว่าผีหลอกหนีกันจ้าละหวั่น ลูกกรอกพาศพพ่อไปจนพบอาศรมของพระฤๅษีสมมิตร นาสุวรรณจินดาเห็นพระยมก็จำได้จึงร้องไห้คร่ำครวญ พระฤๅษีจึงว่าขณะนี้ดวงจิตรของพระยมไปสิงอยู่ในร่างข องคนป่าแล้วเดินเข้าเมืองจะไปหานางศรีสุคนธ์แต่ถูกขั บไล่ พระฤๅษีจึงอ่านมนต์เรียกคนป่านั้นมาแล้วชุบพระยมขึ้น ใหม่ จากนั้นก็ชุบร่างคนป่าให้ฟื้นคืนชีพด้วยชื่อว่าบ้องต ัน เมื่อทั้งหมดพบกันด้วยความยินดีแล้ว พระรัก พระยม นางสุวรรณจินดา และลูกกรอกก็ลาพระฤๅษีกลับเมืองธรรมราชบุรี ก็บังเอิญว่านางศรีสุคนธ์เศร้าโศกถึงพระยมยศ และกำลังจะผูกคอตายพอดี แต่ลูกกรอกช่วยไว้ได้ทัน ทั้งหมดจึงพบกันด้วยความยินดี แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปครองบ้านเมืองของตนสืบไ ป


บทกลอนจากเรื่องพิกุลทอง

(โอด) เมื่อนั้น พระไชยวงศ์กุฏเห็นนางเร่งหรรษา
เห็นนางทรงโศกโศกา หอมเส้นเกศาตระลบไป
พิกุลทองตกลงจากโอษฐ์ ให้ทรงโปรดพิศวงหลงใหล

ยอกรฟักฟูมเข้าอุ้มไว้ ฟังพี่อย่าได้โศกา
พี่ได้ผอบมาติดตาม ประสบสมดังความปรารถนา
ขอเชิญนงเยาเล่ากิจจา แรกเริ่มเดิมมาประการใด


(เพลง) เมื่อนั้น พระกุมารอุ้มน้องแล้วร้องไห้
ค่อยลอดลัดตัดเดินดำเนินไป ถึงที่ต้นไทรพระมารดา

จึงร้องเรียกอยู่แจ้วแจ้ว ลูกมาถึงแล้วพระแม่ขา
ลงมาส่งนมพระลูกยา น้องข้าอยากนมเป็นเหลือใจ
แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย กรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
ทูลหัวนั่งนิ่งบนกิ่งไม้ ไขหูเสียใยไม่นำพา
ร้องเรียกมารดาขึ้นไปเล่า แม่เจ้าประคุณลูกมาหา
น้องยมอยากนมพ้นปัญญา ส่งนมลูกเถิดราแม่ดวงใจ
ขอบคุณที่มาจันทร์เจ้าขาดอทคอม
__________________

Advertisement


เรื่องน่าสนใจจากสมาชิกท่านอื่น
 

ไม่มีความเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง นิทานไทย.....พิกุลทอง
 
 


 
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

ณัฐชญา หอมกลิ่น
เจ้าของบล็อกนี้
Advertisement
Advertisement
เรื่องราวล่าสุด ของ
ณัฐชญา หอมกลิ่น..